[Fic]Blessing of Moon II[8059]Chapter.14
posted on 11 Sep 2009 14:54 by mukkuk in KHRFanFiction8059Blessing of Moon II
Pairing : 8059
Chapter : 14
Rate : -
.........................
...หลายครั้งที่ยามเช้ามักจะมาเยือนเร็วเกินไปเสมอ...
เสียงนกร้องออกหากินดังเคล้าเคลียกับเสียงแผ่วเบาของเวรยามที่เปลี่ยนกะ เสียงฝีเท้าที่แม้จะพยายามเดินผ่านบริเวณหน้าห้องนอนของผู้พิทักษ์แห่งวายุให้เบาเพียงใด แต่มันก็ยังไม่อาจเล็ดลอดต่อประสาทสัมผัสของเจ้าของห้องไปได้
..เช้าแล้วสินะ...
ดวงตาคู่งามปรือขึ้นมองแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในห้องอย่างติดจะงัวเงีย มือนุ่มยกขึ้นเสยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าออกพลางขยับหมายจะลุกขึ้น ทว่าก็ติดที่วงแขนแกร่งที่พาดอยู่บนอกของตน...!
แพขนตาสีเงินกระพริบรัวเร็วเมื่อเบิกตากว้างมองไปที่ร่างที่นอนอยู่ด้านข้าง ร่างนั้นนอนตะแคงหันหน้ามาหา มือข้างหนึ่งสอดรองอยู่ใต้ศีรษะของเขาต่างหมอน ขณะที่มืออีกข้างพาดลงมาบนอกอย่างไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกตัวตื่น เรือนผมสีดำตกลงมาปรกนัยน์ตาที่ยังคงหลับสนิทเหมือนเด็กๆ แผ่นอกกว้างสะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะบอกชัดถึงการหลับลึกและคงจะไม่ตื่นขึ้นมาในระยะเวลาอันสั้น
"..จริงสิ เมื่อคืน..."
โกคุเทระนึกทวนความจำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมา พวกตนที่ต่างอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน ไร้คำพูดใดให้รับฟัง ไร้วาจาใดให้เอ่ยกล่าว มีเพียงกันและกันภายใต้เสียงฝนพรำและลมแผ่วเบาที่พัดผ่านเข้ามา...กับกลิ่นคาวเลือดที่อวลอยู่ในอากาศ...
แล้วมันก็มาจบลงที่เตียง...
ดวงตาคู่งามเหลือบมองเตียงที่ยังคงไม่ได้แม้แต่เอาผ้าคลุมเตียงออก เมื่อคืนนั้นพวกเขาต่างเหนื่อยอ่อนทั้งทางร่างกายและจิตใจ จนเพียงแค่ล้มกายลงบนเตียงได้ก็ต่างผล็อยหลับไปในอ้อมแขนกันและกันอย่างรวดเร็ว...หลับไปอย่างวางใจ หลับไปอย่างผ่อนคลาย ไร้ซึ่งฝันร้ายใดๆมารบกวน...เป็นการนอนหลับที่มีความสุขที่สุด
"และแกก็เป็นคนหัวดื้อจริงๆ"
เมื่อพินิจมองจากทางด้านข้างแล้ว เสี้ยวหน้าคมคายของอดีตผู้พิทักษ์แห่งพิรุณช่างชวนให้คิดถึงอดีตเมื่อวันวาน วันที่พวกตนยังเป็นเพียงแค่เด็กมัธยมคนหนึ่ง หาใช่ตัวตนในวันนี้ที่ต่างแปดเปื้อนไปด้วยเลือดจนยากจะล้างคาวโลหิตให้หมดไปจากมือได้
หากทว่าเมื่อยามที่มือหยาบที่เคยชุ่มไปด้วยโลหิตของศัตรูมามากต่อมากโอบกอดร่างของเขาไว้ในอ้อมแขน โกคุเทระกลับไม่รู้สึกถึงความเกรงกลัวแต่อย่างใด รู้ว่าชายคนนี้จะทำเพียงแค่กอดตนไว้ในอ้อมแขนในคืนนี้ รู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีทางทำอะไรโดยที่เขายังไม่ได้ยินยอม แต่ว่า.........
...ทั้งที่ถ้าแกอยากจะทำจริง..ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรแท้ๆ...
รอยยิ้มน้อยปรากฏบนมุมปากได้รูป ร่างโปร่งเอียงหน้าไปจุมพิตเบาๆบนปลายคางของอีกฝ่าย ก่อนจะยกแขนที่พาดอยู่บนร่างของตนออกเมื่อตัดสินใจปล่อยให้ยามาโมโตะนอนพักผ่อนเช่นนี้ต่อไป ให้พักผ่อนมากๆเพื่อให้อาการบาดเจ็บดีขึ้น ขณะที่ตัวเขาเองนั้นจำเป็นต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้พิทักษ์แห่งวายุและในฐานะมือขวาของวองโกเล่รุ่นที่สิบ
"หลับฝันดีล่ะ ไอ้บ้าเบสบอล...แล้วบ่ายๆฉันจะกลับมา"
เสียงทุ้มกระซิบแนบใบหูของผู้ที่ยังคงอยู่ในห้วงแห่งการหลับใหล ร่างโปร่งทอดสายตามองชายคนรักที่แม้ตนจะยังไม่อาจพูดคำว่าอภัยออกมาจากใจได้อย่างแท้จริง แต่เพียงตอนนี้..แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว
...10.00 น. ห้องทำงานของผู้พิทักษ์แห่งวายุ...
"เอาเอกสารนี่ไปให้รุ่นที่สิบเซ็นด้วย แล้วก็เอกสารกองนี้เอาไปให้ฮิบาริ"
ชายหนุ่มเอ่ยสั่งกับลูกน้องของตนที่ยืนแวดล้อมอยู่รอบโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารและแฟ้มรายงานมากมาย คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนของหน่วยวายุที่มีหน้าที่ในการเดินสาส์น เป็นผู้รับหน้าที่ในการติดต่อหน่วยงานทั้ง 6 ภายใต้สังกัดของวองโกเล่รุ่นที่สิบที่ผู้พิทักษ์ต่างก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป และหลายครั้งที่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานในที่ต่างๆ ในเวลานั้นคนของหน่วยวายุก็จะรับหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเดินสาส์น
"ตอนเที่ยงโทรถามไอ้เจ้าวัวบ้าด้วยว่าการประชุมเป็นยังไงบ้าง แล้วอย่าลืมย้ำมันว่าถ้าผิดจากเงื่อนไขที่ฉันตั้งไว้ล่ะก็..ให้มันเตรียมตัวถูกฉันฆ่าได้เลย!"
"รับทราบครับ"
"ยังติดต่อมุคุโร่ไม่ได้อีกเหรอ?" เสียงทุ้มเอ่ยถามทั้งที่มือยังคงง่วนกับการตรวจเช็คเอกสาร งานในวันหนึ่งๆของผู้พิทักษ์แห่งวายุช่างเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงแต่ก็ช่างเต็มไปด้วยความท้าทายกับการที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระจากนายเหนือที่เขาเคารพ "ทางโคลมว่ายังไงบ้าง?"
"ขาดการติดต่อไปเลยครับ คนของหน่วยสายหมอกแจ้งมาว่าท่านโคลม คุณเคนและคุณจิคุสะ ขอลาพักร้อนโดยไม่มีกำหนดครับ ส่วนข่าวของท่านมุคุโร่ก็เงียบหายไปเลยเช่นกันครับ"
"ไอ้พวกบ้านั่น! หาเรื่องยุ่งซะจริง!!"
ร่างโปร่งสบถกร้าวแต่อาจเป็นเพราะชาชินต่อนิสัยชอบทำอะไรลึกลับของสายหมอกจึงทำให้ไม่โกรธมากเท่าที่คิดไว้ เมื่อเริ่มเอ่ยคำสั่งต่อมาออกไป ขณะที่เอกสารที่กองสูงก็ลดจำนวนลงเรื่อยๆเช่นเดียวกับลูกน้องที่เดิมมีถึงสิบกว่าคนยืนอยู่ในห้องที่ตอนนี้ถูกส่งออกไปเดินสาส์นจนเหลือเพียง 3 คนเท่านั้น
แล้วในตอนนั้นเองเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น!!
ดวงตาคู่สีมรกตหันไปมองโทรศัพท์ที่กำลังแผดเสียงอย่างสงสัย เมื่อผู้ที่รู้เบอร์นี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น รวมไปถึงคนสนิทของเขาที่ทำหน้าที่รับเรื่องจากภายนอก ซึ่งหากไม่มีเรื่องสำคัญใดจริงๆก็จะไม่มีทางที่จะถูกต่อสายมาถึงห้องของผู้พิทักษ์แห่งวายุในเวลาเช่นนี้
"Ciao.."
เสียงทุ้มเอ่ยทักทายเป็นภาษาอิตาลีเมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ก่อนที่เสียงหัวเราะหวานใสจะดังมาจากปลายสาย
‘คิก... เธอคงเป็นโกคุเทระ ฮายาโตะ ผู้พิทักษ์แห่งวายุสินะ? ฉัน เรจิน่า เทมเพสต้า อยากจะคุยกับเธอเกี่ยวกับเรื่องของทาเคชิสักหน่อย ไม่ทราบว่าพอมีเวลามั้ยจ๊ะ?'
นามของผู้โทรศัพท์เข้ามาเรียกรอยแปลกใจให้ผ่านเข้ามาในดวงตาคู่งาม และยังการเรียกชื่อของยามาโมโตะอย่างสนิทชิดเชื้อที่ฟังขัดหูนัก
"ครับ แน่นอนอยู่แล้ว" แม้ในใจจะเริ่มขุ่นเคือง หากโกคุเทระก็ใช้ชีวิตในวงการมาเฟียมานานจนเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้จักชั้นเชิงในการเจรจา "...อดีตผู้พิทักษ์แห่งพิรุณของเราทำเรื่องอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่าครับถึงได้โทรมาแบบนี้?"
‘แหม..ไม่ใช่หรอกจ้ะ ทาเคชิของฉันน่ะทำงานได้ดีมากทีเดียว' เสียงหวานหยาดเยิ้มดังมาตามสาย มันคือเสียงของหญิงสาวที่อ้างตัวเป็นเจ้าของสายฝนในช่วงระยะเวลาหนึ่งอย่างที่เพียงคิดถึงก็ชวนให้นึกขัดเคืองใจ ‘เพียงแต่ว่า...ฉันมีภารกิจอยากไหว้วานให้ทาเคชิช่วยไปสังหารบอสของแฟมิลี่หนึ่งให้หน่อย แต่น่าเสียดายที่ฉันส่งคนไปที่ห้องเขาแล้วก็ไม่เจอตัวเขาเลย...ตอนนี้เขาอยู่ที่วองโกเล่รึเปล่าจ๊ะ?'
"....ไม่ทราบสิครับ" คำตอบยังคงสุภาพ หากปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ "คฤหาสน์วองโกเล่เป็นสถานที่ที่กว้างมาก ผมเองก็คงไม่รู้เช่นกันต่อให้หมอนั่นกลับมาที่นี่จริง"
‘ตายจริง! ถ้าฉันหาตัวเขาไม่พบก่อนเที่ยงวันนี้ล่ะก็ต้องแย่แน่ๆเลย!! ฉันอุตส่าห์นัดบอสคนนั้นให้มาพบที่โกดังร้างริมทะเลสาบเพื่อเจรจาเรื่องส่วนแบ่งตลาดยาเสพย์ติดในญี่ปุ่น แต่เธอก็รู้ใช่มั้ยจ๊ะ โกคุเทระคุง? ว่าไม่มีมาเฟียคนไหนหรอกที่จะไม่อยากได้เงินทั้งหมดไว้คนเดียว...ฉันน่ะต้องการครอบครองเส้นทางการขนส่งยาเสพย์ติดเพียงคนเดียวเท่านั้น และนั่นคืองานของทาเคชิที่จะต้องฆ่าผู้ชายคนนั้นให้ฉัน...'
ประโยคที่เอ่ยออกมายังคงเจือความหวานที่เคลือบไว้ด้วยยาพิษ และมันก็ทำให้ร่างโปร่งรู้สึกกระอักกระอ่วนใจกับสิ่งที่ได้ยิน อาจเพราะวองโกเล่มีกฎข้อห้ามอย่างเด่นชัดไม่ให้สมาชิกคนใดยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพย์ติด แน่นอนว่าแฟมิลี่พันธมิตรย่อมเป็นข้อยกเว้น..แต่ถึงกระนั้นการที่รู้ว่าพวกตนต้องเป็นมิตรกับแฟมิลี่ที่ต่ำช้าจนถึงขนาดใช้ยาเสพย์ติดเป็นรากฐานของอำนาจ มันก็ทำให้นึกขยะแขยงเสียจริง
แว่วเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียดายอย่างจงใจให้รู้ว่าเสแสร้งยังคงเอ่ยต่อมา
‘เธอคงรู้นะจ๊ะว่าวองโกเล่ยกทาเคชิให้ฉันแล้ว เขามีหน้าที่ต้องทำตามคำสั่งฉัน แต่เมื่อเขาไม่อยู่ที่นี่เพื่อฟังคำสั่งก็เท่ากับว่าเขาจงใจเพิกเฉยต่ออำนาจของฉันและต่ออำนาจของวองโกเล่ ถ้าวันนี้เขาไม่สามารถสังหารบอสของแฟมิลี่นั้นได้ภายในตอนเที่ยง...ฉันคิดว่าคงจำเป็นต้องรายงานเรื่องนี้ให้วองโกเล่รุ่นที่ 9 ได้รับรู้'
นั่นคือคำขู่อย่างชัดแจ้ง! และมันก็ทำให้โกคุเทระลอบขบกรามแน่นด้วยรู้ถึงจุดประสงค์ที่ซ่อนอยู่ในวาจาของผู้หญิงคนนี้ สิ่งที่เธอต้องการแท้จริงแล้วไม่ใช่การติดต่อกับยามาโมโตะ แต่เป็นใครก็ได้ที่จะสามารถไปที่โกดังแห่งนั้นก่อนเที่ยงและสังหารศัตรูทางธุรกิจผู้นั้นลงซะ จะเป็นใครก็ได้ทั้งนั้น...และเมื่อเทมเพสต้าไม่เคยมีชื่อเสียงในเรื่องนักฆ่าฝีมือดี อีกทั้งคนของวองโกเล่ยังไม่อาจติดต่อได้ เรจิน่าจึงได้วิธีโทรติดต่อมาที่นี่และใช้คำพูดโน้มน้าวเพื่อหวังผลอื่น
"ก็ได้ครับ คุณเรจิน่า...ภายในอีกครึ่งชั่วโมงผมจะไปถึงที่นั่น ช่วยบอกที่ตั้งของโกดังมาคร่าวๆทีครับ"
ดวงตาคู่สีมรกตมองเอกสารที่ยังรอการตรวจเช็คอยู่บนโต๊ะอย่างนึกเสียดายเวลา แต่ชายหนุ่มก็รู้ดีว่าไม่อาจจะนำเรื่องนี้ไปบอกต่อแก่ยามาโมโตะได้ ไม่ใช่เพียงเพราะไม่อยากปลุกให้อีกฝ่ายตื่น แต่ยังเป็นเพราะรู้ว่าบาดแผลที่ท้องนั่นคงสาหัสจนเกินกว่าจะรับหน้าที่ลอบสังหารใครได้ ดังนั้น..ในครั้งนี้จึงเป็นตาของเขาบ้างที่ควรจะทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อคนๆนั้น
มือนุ่มวางโทรศัพท์กลับคืนที่ ร่างโปร่งเก็บเอกสารสำคัญกลับลงในลิ้นชักที่ติดล็อคอัตโนมัติเอาไว้เมื่อพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตแก่ลูกน้องที่เหลือ
"ฉันคงกลับเข้ามาไม่เกินบ่าย 2 โมง ตอนนั้นมาพบฉันที่นี่ด้วย"
"ครับ ท่านโกคุเทระ"
ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนต่างก้มหัวลงรับคำสั่งก่อนจะล่าถอยไป ขณะที่โกคุเทระก็จัดแจงถอดเสื้อนอกออกให้เหลือเพียงชุดด้านในที่รัดกุม ไดนาไมท์และอาวุธกล่องถูกนำติดตัวไปด้วยเมื่อก้าวเดินออกไปจากห้องโดยไม่ทันสังเกตถึงสายตาที่ลอบมองมาของใครคนหนึ่ง...ใครคนนั้นซึ่งเมื่อโกคุเทระเดินจากไปจนลับตา ก็รีบหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาติดต่อหาผู้เป็นนายในทันที!
"เขาออกเดินทางไปตามแผนแล้วครับ!!"
+++++++++++
รถมอเตอร์ไซค์คันงามสีดำสลับเงินแล่นผ่านมาตามทางถนนอันขรุขระ ดวงตาคู่สีเขียวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแว่นกันลมเงยหน้าขึ้นมองป้ายบอกทางไปยังบริเวณที่เป็นโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่นอกเมืองนามิโมริ...สถานที่ที่ตนนัดพบกับเรจิน่า เทมเพสต้า เอาไว้
"ช่างหาสถานที่นัดเหลือเกินนะ"
เสียงทุ้มบ่นพึมพำเบาๆเมื่อบิดเครื่องยนต์ให้เลี้ยวไปตามแยกขวามือตามป้ายบอกทาง เส้นทางที่มอเตอร์ไซค์แล่นผ่านเริ่มลับตาคนมากขึ้น แม้อาจจะถือว่าเป็นที่เหมาะสมสำหรับการนัดพบเพื่อเจรจาธุกิจที่ไม่อาจให้ผู้ใดล่วงรู้ แต่สำหรับคนระดับบอสของแฟมิลี่หนึ่งแล้วมันจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องดั้นด้นหาที่เจรจาจนมาถึงในโกดังร้างนอกเมืองเช่นนี้
แต่ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่เรื่องธุระกงการใดๆของเขาที่จะต้องไปสนใจว่าผู้หญิงคนนั้นจะคิดอะไรอยู่กันแน่ ในเมื่อตนยอมมาที่นี่เพียงเพื่อจะทำภารกิจแทนยามาโมโตะให้สำเร็จและเอาชีวิตรอดไปจากที่นี่ให้ได้เท่านั้น!
"คุณโกคุเทระ ฮายาโตะ สินะครับ?"
ชายหนุ่มในชุดสูทดำติดตราของเทมเพสต้าเดินออกมาต้อนรับทันทีที่มอเตอร์ไซค์คันงามแล่นมาจอดหน้าโกดังที่นัดพบ แลเห็นผู้พิทักษ์แห่งวายุถอดถุงมือออกโยนส่งๆไปอีกทาง แว่นกันลมถูกถอดออกคล้องไว้กับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ เมื่อหันสายตาไปมองคนของเทมเพสต้าหลายสิบคนที่ยืนแวดล้อมอยู่โดยรอบ
"บอสรอคุณอยู่ข้างในโกดังแล้วครับ"
ดวงตาคู่สีเขียวมองฝ่ายตรงข้ามอย่างประเมิน ก่อนจะผงกศีรษะให้
"งั้นก็นำไปสิ"
ท่าทางที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทระนงของวายุควรที่จะจุดประกายไฟแห่งความโกรธให้ก่อตัวขึ้นในหมู่สมาชิกของเทมเพสต้า แต่เพราะผู้ที่กระทำเช่นนี้คือร่างโปร่งบางของชายหนุ่มผมเงิน ผู้มีใบหน้างดงามเกินชาย เสื้อแขนสั้นสีดำที่สวมใส่ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงผิวขาวเนียนละเอียดรับกับดวงตาสีมรกตคู่นั้น มันช่างชวนให้คิดถึงคำว่า ‘หนุ่มน้อยรูปงาม' มากเกินกว่าจะเป็นผู้พิทักษ์ที่เป็นถึงมือขวาของวองโกเล่นัก
"เชิญทางนี้ครับ"
ชายหนุ่มผู้รับหน้าที่นำทางก้มหัวให้พลางเดินนำฝ่าคนของเทมเพสต้าไปยังทางเข้าด้านหลังของโกดังที่นัดหมาย ขณะที่โกคุเทระก็เดินตามมาพลางสอดส่ายสายตาสำรวจสภาพรอบข้าง...ที่มีแต่คนของเทมเพสต้า หาได้มีคนของอีกแฟมิลี่หนึ่งเลยแม้แต่คนเดียว
และนั่นก็จุดประกายความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นนับแต่ได้รับโทรศัพท์จากเรจิน่าให้ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น หากกระนั้นโกคุเทระก็หาได้เอ่ยคำใดๆ นอกจากเพียงเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในโกดัง...
...11.00 น. ภายในปีกตึกของผู้พิทักษ์แห่งวายุ...
"...อืมม์..."
ร่างสูงที่นอนทอดกายอยู่ตามลำพังบนเตียงกว้างขยับพลิกกายน้อยๆเมื่อแสงแดดสาดส่องมาโดนตัว ดวงตาคู่สีดำกระพริบปรืองัวเงีย ขณะที่มือควานหาคนข้างกายแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
...ไปทำงานแล้วเหรอ..?
ชายหนุ่มถอนใจเบาๆ รู้อยู่แล้วว่าหน้าที่และความรับผิดชอบคือสิ่งที่มัดตัวพวกตนไว้ หน้าที่ของผู้พิทักษ์แห่งวายุที่ต้องเป็นมือขวา คอยแบ่งเบาภาระให้แก่รุ่นที่สิบของวองโกเล่ และหน้าที่ของตนในฐานะนักโทษที่จะต้องกลับไปสู่เทมเพสต้าแฟมิลี่
ยามาโมโตะขยับกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า แผลที่ท้องยังคงเจ็บแปลบอย่างที่เพียงขยับกายเล็กน้อยก็มากพอจะทำให้เหนื่อยอ่อน แต่ชายหนุ่มก็ยังฝืนจัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ขณะที่กำลังลังเลว่าจะทิ้งโน้ตบอกโกคุเทระเอาไว้ว่าตนไปไหนดีหรือไม่ เสียงเคาะประตูก็พลันดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก
"คุณยามาโมโตะอยู่รึเปล่าครับ?"
เสียงนั้นถามถึงนามของอดีตผู้พิทักษ์แห่งพิรุณหาใช่นามของชายผู้ควรเป็นเจ้าของห้องนอนนี้ไม่ ให้ยามาโมโตะเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย หากก็จำได้ทันทีว่าเสียงนั้นเป็นของคุซาคาเบะ คนสนิทของฮิบาริ
"ครับ? มีอะไรเหรอ?"
ร่างสูงเปิดประตูออกไปถามทั้งรอยยิ้มแจ่มใส ดวงตาคู่สีดำเปี่ยมล้นด้วยความสดชื่นจากความอบอุ่นที่ได้รับในค่ำคืนที่ผ่านมา หากรอยยิ้มนั้นก็มีอันต้องลบเลือนไปจากใบหน้าเมื่อได้ฟังข้อความที่อีกฝ่ายนำมารายงานตามคำสั่งของฮิบาริที่ได้สั่งให้คนลอบจับสังเกตความเคลื่อนไหวของผู้พิทักษ์แห่งวายุเอาไว้
"ตอน 10 โมง เรจิน่า เทมเพสต้าติดต่อมาหาคุณโกคุเทระครับ หลังจากนั้นคุณโกคุเทระก็รีบออกไป ทางเราต้องเสียเวลามากพอดูในการดักฟังว่าสถานที่นัดพบเป็นที่ไหน..และจากเท่าที่ฟังดูแล้ว ดูเหมือนว่าสถานที่นัดพบจะเป็นโกดังนอกเมืองนามิโมริ..ที่พวกเราคาดเดากันว่าน่าจะเป็นที่ที่เทมเพสต้าใช้เก็บซ่อนยาเสพย์ติดครับ"
คุซาคาเบะเท้าความถึงสถานที่ที่ทางเทมเพสต้าใช้เป็นโกดังสำหรับเก็บซ่อนยาเสพติดตามที่ได้รับข้อมูลมาจากสายข่าว และนี่ก็เป็นหนึ่งในข้อมูลลับสุดยอดของเทมเพสต้าที่ฮิบาริเตรียมไว้เมื่อเวลามาถึง
"ว่าไงนะ!! โกคุเทระไปพบเรจิน่า!?"
ยามาโมโตะทวนคำเสียงดังจนแทบเป็นตะโกน บาดแผลที่ท้องยิ่งทวีความเจ็บมากขึ้นจากการออกเสียงเมื่อครู่ หากกระนั้นมือแกร่งกลับกำแน่น..ด้วยความรู้สึกหวาดกลัวที่ยากจะบรรยาย หวาดกลัวจนรู้สึกราวกับหนาวไปจนถึงขั้วหัวใจ
...เรจิน่าไม่มีทางหวังดีต่อโกคุเทระ การที่ผู้หญิงคนนั้นนัดพบกับหมอนั่นก็เท่ากับว่าเธอรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว และคนอย่างนั้นก็ย่อมไม่มีทาง..ไม่คิดจะทำร้ายโกคุเทระแน่...
และนี่ก็คือผลที่เกิดขึ้นจากแผนการที่ผิดพลาด เพราะบาดแผลที่ได้รับมาโดยไม่คาดฝันทำให้ยามาโมโตะดำเนินแผนของตนช้าเกินไป..ช้าเกินจนเปิดโอกาสให้เรจิน่าชิงเป็นฝ่ายลงมือก่อนในที่สุด!?
"หมอนั่น..ไปคนเดียว หรือพาคนไปด้วย?"
คำถามที่รู้ว่าอาจเป็นการหวังมากเกินไป กระนั้นชายหนุ่มก็ยังอดมิได้ที่จะเอ่ยปาก ทว่าน่าเสียดายที่คำตอบก็เป็นไปตามที่คิดไว้..เมื่อคุซาคาเบะส่ายหน้าน้อยๆ
"เขาไปคนเดียวครับ"
โครม!!
มือแกร่งกระแทกลงกับกำแพงข้างกายดังสนั่น ร่างสูงหมุนกายกลับเข้าไปในห้องเมื่อคว้าดาบชิงุเระคินโทคิมาโดยไม่มีแม้การลังเล เมื่อชายหนุ่มเดินเฉียดผ่านข้างกายของคุซาคาเบะไปด้วยใบหน้าที่เย็นชาหากเหี้ยมเกรียมจนน่าหวาดหวั่น ดวงตาคู่สีดำดุดัน ไม่เหลือแม้รอยยิ้มหรือความสดใสเมื่อครู่ และในตอนนี้ยามาโมโตะ ทาเคชิ ก็ได้กลับคืนสู่สภาพของนักฆ่าแห่งวองโกเล่อีกครั้งในที่สุด!?
"..เรจิน่า เทมเพสต้า..!!"
...เวลาเดียวกัน ที่โกดังร้างนอกเมืองนามิโมริ...
ร่างสูงโปร่งของผู้พิทักษ์แห่งวายุยืนหยัดอยู่กลางวงล้อมของกลุ่มคนของเทมเพสต้า มือทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอกเมื่อทอดสายตามองไปยังหญิงสาวผมดำที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหรูถัดออกไปไกลภายในแวดล้อมของเหล่าองครักษ์ที่ต่างถืออาวุธครบมือ...เธอคนนี้คือ เรจิน่า เทมเพสต้า ตรงตามรูปที่โกคุเทระเคยเห็นมา
"ยินดีต้อนรับ คุณผุ้พิทักษ์แห่งวายุ"
เสียงหวานกังวานใสดังขึ้นทักทายต่อผู้ที่เดินเข้ามาสู่ภายในกับดักด้วยตนเอง รอยยิ้มที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีสดแย้มออกกว้างเมื่อพินิจมองร่างโปร่งบางของชายหนุ่มตรงหน้า..ชายที่เธอชิงชังยิ่งกว่าสิ่งใด!
ทั้งผิวขาวเนียนที่ชวนให้อยากชโลมมันด้วยเลือด
ทั้งใบหน้าหวานเกินชายอย่างที่ชวนให้ปรารถนากรีดมีดลงทำลายโฉม
ทั้งเรือนผมสีเงินทอประกายสุกสว่างที่สมควรจะถูกเผาให้มอดไหม้
ร่างกายของโกคุเทระ ฮายาโตะที่สมควรจะหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้ ให้มันตายอย่างทรมานที่สุด ให้สภาพศพมันเลวร้ายที่สุด ให้มันไม่เหลือแม้ความงดงามใดๆที่จะล่อลวงสายฝนให้ห่างไกลจากเธอ!!
ดวงตาคู่สีเขียวมองกลุ่มคนท่าทางไม่ประสงค์ดีนับสิบคนที่ยืนกระจายตัวอยู่ในห้องด้วยสายตาดูหมิ่น ไม่มีแม้ความแตกตื่นปรากฏให้เห็น ไม่มีแม้ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ได้พบ เพราะอาจบางทีนี่ก็คือสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
"ดูเหมือนว่าจะไม่มีบอสของอีกแฟมิลี่มาที่นี่สินะ คุณเรจิน่า?"
เสียงทุ้มเอ่ยถามโดยไม่หวังซึ่งคำตอบ ขณะที่เขาวางสายจากบอสของเทมเพสต้า...โกคุเทระก็เริ่มไล่เรียงความคิดและข้อมูลที่ได้รับรู้มาเกี่ยวกับเรจิน่าและแฟมิลี่นั้น...
ตลอดหลายเดือนที่ยามาโมโตะถูกสั่งให้ไปประจำการที่นั่น..มีแต่ข่าวลือหนาหูดังกลับมาถึงวองโกเล่ไม่หยุดหย่อนถึงความต้องการที่เรจิน่ามีต่อยามาโมโตะ และความผิดหวังที่สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่อาจได้ตัวชายหนุ่มคนนี้ไว้ในมือ และนั่นนำไปถึงการจงใจส่งอดีตผู้พิทักษ์แห่งวองโกเล่ออกไปปฏิบัติภารกิจยากๆ ราวกับจะแกล้งส่งให้ไปหาที่ตาย ซึ่งเป็นการกระทำที่วองโกเล่ยังคงเฝ้าจับตาดูอยู่โดยไม่มีใครก้าวออกมาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง
หนึ่งนั้นเพราะเชื่อใจในฝีมืออันร้ายกาจของอดีตผู้พิทักษ์แห่งพิรุณ และอีกหนึ่งนั้นคือมันยังไม่ถึงเวลา...ยังไม่ถึงเวลาที่จะลบล้างนามของเทมเพสต้าให้หายสาบสูญไปจากโลกนี้!!
"ใช่แล้วจ้ะ เธอนี่เป็นคนเข้าใจอะไรง่ายดีนะ ฮายาโตะคุง"
หญิงสาวกล่าวเสียงหวาน ร่างบางเอียงศีรษะน้อยๆพลางหัวเราะอย่างขบขันกับความโง่เขลาแบบผู้ชายที่เลือกจะเหวี่ยงร่างของตนเข้ามาในกับดักด้วยตนเอง..รนหาที่ตายด้วยตนเอง!
"รู้มั้ย..ว่ามันนานมากเลยนะกว่าจะมาถึงวันนี้.." ดวงตาคู่สีนิลกลมโตมองร่างของเหยื่อที่ยืนอยู่ห่างออกไปอย่างครุ่นคิด "...ถ้าไม่ใช่เพราะเครื่องดักฟังที่ฉันลอบติดสินบนให้คนของหน่วยพิรุณนำไปติดไว้ในห้องทำงานของทาเคชิที่วองโกเล่แล้วล่ะก็ จนถึงตอนนี้ฉันก็คงจะยังเข้าใจผิดและส่งนักฆ่าไปหาสเปลบี สควอโล่อยู่เลย...ต้องชมแทนเธอจริงๆนะที่มีคนคอยเป็นห่วงเป็นใยจนถึงขนาดกุเรื่องหลอกให้ฉันส่งคนไปทำร้ายฉลามขาวแห่งวาเรียตั้งมาก และผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยปริปากอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย"
นั่น..คือคำตอบของคำถามที่โกคุเทระเคยถามสควอโล่เมื่อหลายวันที่ผ่านมาเกี่ยวกับบาดแผลบนข้อมือและเหล่าองครักษ์ที่แวดล้อมอยู่ข้างกาย แต่คำตอบในวันนั้นก็มีเพียงการพูดตัดบทและเสเปลี่ยนเรื่องไปอย่างไม่ยอมบอกข้อมูลใดๆทั้งสิ้น
‘แผลที่ข้อมือนั่น..แกไปโดนใครทำร้ายมา? มันเกี่ยวข้องกับที่แกต้องมีองครักษ์ล้อมรอบซะเยอะขนาดนี้ใช่มั้ย?'
ในตอนนั้นชายหนุ่มไม่ได้รู้เลยว่าต้นเหตุทั้งหมดเป็นเพราะตน แต่ในเวลานี้เมื่อได้ฟังคำพูดของเรจิน่า..โกคุเทระก็สามารถนำเรื่องราวมาปะติดปะต่อกันได้ และเริ่มเข้าใจในที่สุดว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
...บางทีผู้หญิงคนนี้อาจตั้งใจที่จะฆ่าใครก็ตามที่สายฝนพึงใจ...
...บางทียามาโมโตะอาจจะขอร้องให้สควอโล่แสร้งยอมรับว่าเป็นคนรัก...
...บางทีนี่อาจจะเป็นเพราะหมอนั่นรู้ว่าเขาในตอนนั้นยังอ่อนแอเกินกว่าจะรับมือกับเหล่านักฆ่าได้...
...และบางทีคนเหล่านี้ก็คงไม่ได้รู้เลยว่า เขาในตอนนี้ได้กลับคืนสู่ความเป็นผู้พิทักษ์แห่งวายุอย่างเต็มตัว ไม่ใช่เพียงคนที่ต้องรอให้คนอื่นมาปกป้องอีกแล้ว...
...ฉันในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งใคร ก็สามารถปกป้องตัวเองได้แล้ว..!!
ความคิดที่นำมาซึ่งความหงุดหงิด การที่ได้รับรู้เช่นนี้ย่อมเท่ากับว่าเขาติดหนี้ต่อนักฆ่าแห่งวาเรียคนนั้น เป็นหนี้ชีวิตอย่างที่ยากจะไถ่ถอนคืนได้ และบางทีงานเอกสารที่หมอนั่นทิ้งไว้กองพะเนินก็คงต้องเป็นหน้าที่ของเขาจริงๆเสียแล้ว
ร่างโปร่งหยิบไดนาไมท์ขึ้นมาไว้ในมือ ดวงตาคู่สีมรกตเต็มไปด้วยความท้าทายมองไปยังหญิงสาวที่ไม่ได้รับรู้เลยว่าตนกำลังเล่นอยู่กับใคร
"ก็ถ้ารอมานานแล้วล่ะก็..ทำไมไม่รีบสั่งให้ลูกน้องของคุณลงมือซะทีล่ะ เพราะผมยังมีงานเอกสารที่ต้องกลับไปจัดการอยู่น่ะ"
เรจิน่าแย้มรอยยิ้มเย็นชา มือนุ่มยกขึ้นโบกให้สัญญาณแล้วตอนนั้นเองเหล่านักฆ่าใต้สังกัดเทมเพสต้าก็ต่างฟาดฟันอาวุธเข้าใส่ร่างของผู้พิทักษ์แห่งวายุทันที!!
"ระเบิด 3 เท่า!!"
ไดนาไมท์ขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันกระจายเต็มท้องฟ้า ฉุดดึงสายตาของทุกคนให้เงยขึ้นไปมองพร้อมกัน แต่นั่นก็เป็นเพียงการล่อหลอกศัตรูเท่านั้น เมื่อแหวนตราผู้พิทักษ์แห่งวายุพลันลุกโชนด้วยเปลวไฟสีแดงสดแล้วกล่องก็ถูกเปิดออก!!
"Sistema C.A.I."
มันคือช่วงเวลาที่เร็วยิ่งกว่าการกระพริบตา คนของเทมเพสต้าทันได้มองเห็นรูปลักษณ์ของอาวุธกล่องของผู้พิทักษ์แห่งวองโกเล่เพียงชั่วครู่ แล้วเปลวไฟที่ถูกยิงออกมาผ่านทางอุปกรณ์ที่แขนซ้ายก็พลันคร่าชีวิตของพวกตนไปอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังที่รวมเปลวไฟทั้ง 5 ธาตุเอาไว้...วายุ พิรุณ สายฟ้า แสงอรุณและเมฆา...!!
"มัวทำอะไรอยู่ ฆ่ามันซะสิ!!"
แว่วเสียงกรีดร้องอย่างเดือดดาลดังมาจากสตรีผู้เป็นหัวหน้า ให้เหล่านักฆ่าที่ต่างลนลานถอยออกมาในตอนแรกด้วยความตื่นตระหนกต่อมรณกรรมอันรวดเร็วของพวกพ้องนับสิบคนต่างพากันเข้ากลุ้มรุมใหม่อีกครั้ง แต่แม้จำนวนจะมากกว่า แต่ก็เป็นการยากที่จะฝ่าเปลวไฟทั้ง 5 ธาตุเข้าไปถึงตัวของวายุได้!?
"ไอ้พวกชอบหาที่ตาย!!"
โกคุเทระสบถอย่างหงุดหงิด ใช่ว่าจะชอบฆ่าคนนักแต่ถ้าไม่ทำเช่นนี้ก็คงยากจะหลุดพ้นออกจากสถานการณ์ในวันนี้ได้ ให้ชายหนุ่มใช้ทั้งไดนาไมท์และอาวุธกล่องโจมตีสังหารคนของเทมเพสต้าไปคนแล้วคนเล่า โดยที่ตนเองยังคงไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใดๆแม้แต่น้อย และนี่ก็คือการต่อสู้ของผู้พิทักษ์แห่งวายุ ใช้ทั้งปัญญาและความสามารถสังหารศัตรูของวองโกเล่ให้สิ้น!!
"เอาอาวุธนั่นออกมา!"
เรจิน่าตะโกนสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างกาย ให้คนเหล่านั้นช่วยกันประคองบาซูก้าขนาดใหญ่ขึ้นมา มันคือบาซูก้าที่ผ่านการดัดแปลงโดยนักวิทยาศาสตร์ของเทมเพสต้าซึ่งจะสูบกลืนพลังไฟของผู้ใช้หลายต่อหลายสิบคนเพื่อสังหารศัตรูให้มอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน กล่าวกันว่าความแรงของมันอาจใกล้เคียงกับเปลวไฟดับเครื่องชน!
"ชาร์ตพลังงาน 100% กำลังทำการล็อคเป้า"
มือขวาคนสนิทของเรจิน่ารายงานโดยไม่สนใจต่อเหล่าลูกน้องหลายสิบคนที่เป็นผู้อุทิศพลังไฟให้แก่อาวุธชิ้นนี้ซึ่งต่างนอนหมดสติอยู่เบื้องหลัง และไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็ยังรู้ว่าอาวุธร้ายแรงชิ้นนี้อาจสูบกลืนแม้กระทั่งชีวิตของพวกเขาไปแล้ว
"ยิง!"
เปลวไฟสีส้มจัดจ้านระเบิดออกมาจากปากกระบอกก่อนจะพุ่งตรงเข้าสู่ร่างโปร่งที่ยืนอยู่กลางวงล้อม เจตนาของเรจิน่าคือการสังหารโกคุเทระให้ดับดิ้นโดยไม่สนใจแม้ชีวิตของลูกน้องที่กำลังพยายามทำตามคำสั่งของเธอ ทว่าก่อนที่เปลวไฟขนาดใหญ่จะทันเข้าถึงตัวของวายุนั้นเอง
"เพลงดาบชิงุเระโซเอน กระบวนท่าที่ 8 พิรุณกระหน่ำแทง!!"
เสียงตวาดกึกก้องพร้อมกับที่พลังดาบฟาดฟันลงมาขวางหน้าโกคุเทระกับเปลวไฟขุมนั้นไว้ ต่อหน้าของทุกคนคือภาพของร่างสูงของผู้พิทักษ์แห่งพิรุณของวองโกเล่ที่กำลังใช้ดาบเล่มเดียวยันกับเปลวไฟขุมนั้น...วงหน้าคร้ามปรากฏหยาดเหงื่อไหลรินจากบาดแผลที่เริ่มปริออกอีกครั้ง หากมือยังคงกำด้ามดาบชิงุเระคินโทคิไว้มั่น เมื่อเปลวไฟสีน้ำเงินค่อยๆลุกติดคมดาบ...เปลวไฟแห่งสายฝน...การสยบแห่งฝน!!
!!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องเมื่อคมดาบกระแทกเปลวไฟขุมนั้นจนสลายออกท่ามกลางสีหน้าตื่นตกใจของเหล่าคนของเทมเพสต้าเมื่อพลังเปลวไฟของพรรคพวกหลายสิบคนยังไม่อาจต้านทานต่อเปลวไฟธาตุพิรุณของคนๆเดียวได้...คนๆนั้นที่เพียงเบือนสายตามามอง เหล่านักฆ่าที่ยืนแวดล้อมอยู่รอบกายของวายุก็ต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อความตาย...มันคือความหวาดกลัวที่รู้ว่าชายคนนี้สามารถสังหารพวกตนได้ง่ายโดยลำบากเพียงแค่ยกมือขึ้นเท่านั้น
"ถอยไป"
ไม่จำเป็นต้องขึ้นเสียง ไม่จำเป็นต้องใช้ดาบ คนของเทมเพสต้าต่างก็ถอยไปคนละหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว...ต่างเปิดทางให้ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปหาร่างโปร่งบางของผู้พิทักษ์แห่งวายุที่เพียงหันมามองชายคนรักอย่างนึกหงุดหงิดต่อการสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวเมื่อครู่
"แกทำบ้าอะไรของแก ไอ้บ้าเบสบอล!? คิดว่าฉันหลบไม่ได้รึไง...."
"ปลอดภัยก็ดีแล้ว โกคุเทระ"
เสียงตะโกนถามพลันขาดหายเมื่อมือแกร่งกดเรือนผมสีเงินเข้าแนบอกโดยไม่สนใจต่อคำคัดค้านของคนในอ้อมแขน ไม่สนใจต่อสายตาของศัตรูที่เฝ้ามองมา เพียงเพราะการได้เห็นร่างโปร่งนี้อีกครั้ง ได้เห็นว่าอีกฝ่ายยังคงมีชีวิตอยู่..มันก็คือความเต็มตื้นที่สุดแล้ว
"..อย่าทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้อีกนะ"
เป็นครั้งแรกที่เสียงทุ้มเจือไว้ด้วยความเจ็บปวด โกคุเทระตระหนักได้ถึงมือแกร่งที่ยังคงสั่นน้อยๆด้วยความหวาดกลัวและเริ่มตระหนักในที่สุดว่าบางทีสิ่งที่ตนทำลงไปนั้นอาจสร้างความห่วงกังวลให้แก่ชายคนนี้ก็เป็นได้ ทว่า...
"อย่าพูดอะไรบ้าๆน่า! แกคิดว่าฉันเป็นใคร? คิดเหรอว่าฉันคนนี้จะรับมือกับพวกกระจอกพวกนี้ไม่ได้น่ะ!"
มือนุ่มผลักร่างสูงให้ถอยออกห่างเล็กน้อย ดวงตาคู่สีมรกตเงยขึ้นมองสบกับดวงตาคู่สีดำอย่างจะถ่ายทอดซึ่งความมั่นใจให้แก่อีกฝ่าย อยากจะยืนยันให้มันรู้ว่าเขาคนนี้ไม่ใช่คนที่ต้องการเพียงการถูกปกป้อง เพราะเขาคือวายุ...คือผู้พิทักษ์คนหนึ่งเช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายเป็น และไม่มีทางที่จะพ่ายแพ้ให้แก่ศัตรูง่ายๆเป็นแน่!
"หัดเชื่อใจกันมั่งสิวะ ไอ้บ้าเบสบอล!"
โกคุเทระเอ่ยเสียงเจือหงุดหงิด ไม่ใช่จะไม่พอใจต่อความกังวลที่อีกฝ่ายมีให้ แต่ถ้ามันมากเกินไป..มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากการสบประมาทกัน...
"นั่นสินะ..."
ยามาโมโตะฝืนส่งยิ้มให้ มือแกร่งยอมคลายออกจากร่างโปร่งอย่างไม่เต็มใจนัก...ไม่ใช่จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายสามารถดูแลตัวเองได้ ไม่ใช่จะไม่รู้ว่าโกคุเทระเองก็เก่งพออย่างที่ครั้งหนึ่งเคยสามารถต่อสู้โดยมีชีวิตเป็นเดิมพันกับเขา แต่กระนั้นความห่วงหา ความกังวลก็สุดจะห้ามกันไว้ได้...ไม่อยากเห็นนายต้องหลั่งเลือดอีกแล้ว...
...และฉันจะหลั่งเลือดแทนนายเอง...
จากหางตา ชายหนุ่มสังเกตเห็นประกายจากกระบอกปืนสีดำที่ยกขึ้น...เป้าหมายของปืนในมือเรจิน่าย่อมเป็นกลางแผ่นหลังของผู้พิทักษ์แห่งวายุ ณ เวลานี้โกคุเทระยังไม่รู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสังหาร เรจิน่ายังไม่รู้ตัวว่าเขารู้แล้ว รู้อยู่นานแล้วว่าเวลานี้ที่เฝ้ารอจะมาถึงในที่สุด
"ฉันรู้..ว่านายเข้มแข็งมากกว่าที่ฉันหรือสึนะคิดไว้" เสียงทุ้มกระซิบแนบใบหูของคนรัก มือเกาะกุมอยู่บนไหล่บางที่อบอุ่น "..หลังจากนี้แม้ต้องยืนหยัดอยู่ตามลำพังก็อยากให้นายมีความสุข ฉันรักนายนะ โกคุเทระ.."
"พูดอะไรของ....."
โกคุเทระถามอย่างงุนงง ไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มที่อีกฝ่ายมอบให้คือรอยยิ้มสุดท้าย ในชั่วนาทีที่ดวงตาคู่สีดำยอมเปิดเผยความรู้สึกในใจออกมาจนหมดสิ้น เมื่อยามาโมโตะพลันหมุนร่างเข้ารับกระสุนปืนแทน!!
เปรี้ยงๆๆๆ!!!
กระสุนปืนพุ่งตรงเข้าสู่แผ่นหลังของอดีตผู้พิทักษ์แห่งพิรุณจนหมดแม็ค เลือดสาดกระจายออกมาจากบาดแผลที่กลางหลังและชโลมร่างนั้นให้กลายเป็นสีฉานในชั่วพริบตา...เมื่อยามาโมโตะทรุดฮวบลงกับพื้นโดยไม่มีแม้แต่เสียงครางใดๆ มันดูราวกับว่าชีวิตได้หลุดลอยออกไปจากร่างของสายฝนก่อนที่ร่างกายจะล้มลงถึงพื้น...!!
"ยา..มา...โมโตะ..."
โลหิตอุ่นๆของพิรุณแปดเปื้อนมือทั้งสองของวายุให้กลายเป็นสีแดงฉาน ร่างโปร่งทำได้เพียงก้มลงมองร่างที่ล้มลงไปนอนอยู่แทบเท้า โลหิตยังคงหลั่งรินออกมาจากร่างนั้นไม่ขาดสาย....คนที่เพียงเมื่อครู่ยังเพิ่งบอกรักเขา แต่เพียงชั่วนาทีผ่านพ้น ชีวิตก็กลับจบสิ้นลงเพียงง่ายๆ...แค่นี้?
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!"
เรจิน่ากรีดร้องเสียงลั่น หญิงสาวแทบเสียสติเมื่อเห็นว่าผู้ต้องกระสุนปืนที่แท้แล้วกลับเป็นชายหนุ่มที่เธอรัก..ชายที่เอาตัวเข้าปกป้องผู้พิทักษ์แห่งวายุโดยไม่มีแม้การลังเล
"เพราะแก!! มันเป็นเพราะแก..!!"
ร่างโปร่งถลาเข้ามาตบหน้าของโกคุเทระอย่างลืมตัว ฝ่ามือนุ่มๆที่ฟาดลงมาอย่างไม่ยั้งมือและคำบริภาษอย่างสิ้นแล้วซึ่งกิริยาหรือศักดิ์ฐานะของบอสแห่งแฟมิลี่หนึ่ง เวลานี้สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงหญิงสาวที่เสียสติเพราะพลั้งมือฆ่าคนที่ตนรักไปเท่านั้น
และสำหรับวายุเล่า...?
ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่ง แรงตบที่ฟาดลงมาแทบไม่อาจกระทบกระเทือนต่อประสาทอันด้านชา...ในความรู้สึกเหลือเพียงความอบอุ่นของเลือดที่ย้อมมือของตนให้กลายเป็นสีฉาน เหลือเพียงภาพรอยยิ้มสุดท้ายและถ้อยคำที่ตนได้ยินจากสายฝน คำรักที่เขายังไม่เคยได้ตอบอะไรออกไป..จนกระทั่งอาจสายเกินในที่สุด
"มันเป็นความผิดของแก! ถ้าไม่มีแก..ทาเคชิก็คงจะไม่ตาย!!"
‘มันเป็นความผิดของนาย ถ้าไม่เป็นเพราะนาย..สึนะก็จะเป็นของฉัน!!'
"แกทำลายเขา แกฆ่าเขา แกฆ่าคนที่ฉันรัก!!"
‘นายทำลายชีวิตของฉัน นายทำลายความรักที่สึนะเคยมีให้ฉัน!!'
เสียงกรีดร้องด่าทอของเรจิน่าดังสลับกับเสียงที่พาดผ่านในความทรงจำ คำพูดที่ใกล้เคียงกัน ณ เวลาที่แตกต่างกัน...คำพูดนั้นที่เขาจำได้เพียงความเจ็บปวดและความสำนึกผิด...ประตูสู่ความทรงจำของเมื่อ 2 ปีก่อนกำลังจะถูกไขออกในที่สุด!!
ใช่แล้ว..เมื่อ 2 ปีก่อนนั่น....วันที่ความสัมพันธ์ของพวกตนไม่อาจหวนกลับคืนได้อีก...
...วันที่ยามาโมโตะได้รู้ความจริงว่าเขาทรยศต่อเพื่อนและนายของตน...
...วันที่หมอนั่นข่มขืนเขา ทำร้ายเขาเพื่อแก้แค้น...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในดีวีดี ความเคียดแค้นของยามาโมโตะและความจริงที่ว่าเขาในตอนนั้นมีเพียงความรู้สึกที่อยากจะขอโทษ โดยไม่มีแม้ความชิงชังใดๆ...
...ทุกอย่างล่วงเลยมาจนถึงวันที่มุคุโร่ยื่นมือเข้ามาสอดแทรกด้วยการส่งเขาและยามาโมโตะเข้าไปอยู่ในความฝันเดียวกัน ความรู้สึกดีๆที่ต่างมอบให้เริ่มต้นขึ้นในตอนนั้นและพังพินาศโดยสิ้นเชิงภายหลังจากที่รู้ว่ามันเป็นเพียงความลวง...
...ไม่รู้เพราะเหตุใด ทั้งที่ยามาโมโตะสาบานว่าจะฆ่าเขาด้วยมือของมัน แต่สิ่งที่มันทำกลับเป็นการช่วยชีวิตเขาครั้งแล้วครั้งเล่า และการเดทเพียงครั้งเดียวที่เวนิสก็คือความเป็นจริงที่งดงามที่สุด...
...แต่ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมกลับคืนสู่สิ่งที่ควรจะเป็น กำหนดนัดต่อสู้ไม่เคยถูกเลื่อน วันที่เขากับมันต่อสู้กันโดยมีชีวิตเป็นเดิมพัน และจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเขาอย่างที่คาดไว้อยู่แล้ว...
....จากวันนั้นจนถึงวันนี้ มันช่างยาวนานเหลือเกิน...
มือขาวจับมือของเรจิน่าไว้ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้ทำร้ายตนมากไปกว่านี้ ดวงตาคู่สีมรกตทอประกายเย็นชาเมื่อสะบัดร่างนั้นให้ถอยออกห่าง ก่อนที่ร่างโปร่งจะก้มหน้าลงแย้มรอยยิ้มอย่างเต็มฝืนให้แก่ชายที่ตนรักที่นอนจมกองเลือดอยู่แทบเท้า...ชายที่อาจจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
"ฉันกลับมาแล้ว ยามาโมโตะ.."
อาจเป็นเพียงแค่อุปาทานที่ร่างโปร่งเหมือนจะสังเกตเห็นรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้าคร้าม มือขาวเนียนแตะลงสัมผัสชีพจรที่ยังคงเต้นอยู่เพียงแผ่วเบา หากว่าก็คงเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วก่อนที่ชีวิตนี้จะหลุดลอย..
"ฉันจะปิดฉากงานที่เทมเพสต้าให้แกเอง"
ร่างโปร่งหยิบดาบชิงุเระคินโทคิขึ้นมาไว้ในมือ ดวงตาคู่งามไม่มีแม้ความรู้สึกใดเมื่อชี้ปลายคมของดาบไปที่คอของบอสแห่งเทมเพสต้า..ผู้หญิงที่มีชะตากรรมต้องจบชีวิตลงในวันนี้
"ยะ..อย่านะ.." ไอเย็นยะเยียบจากอาวุธมีคมสร้างความเย็นซ่านไปถึงหัวใจ เรจิน่าอาจจะรักยามาโมโตะแต่เหนืออื่นใดคือความรักที่มีต่อชีวิตตนเอง "...ฉันเป็นบอสของเทมเพสต้า แกไม่มีสิทธิ์ฆ่าฉัน ไม่มีสิทธิ์ฆ่าบอสของแฟมิลี่พันธมิตร...."
"ไม่ใช่อีกต่อไป!"
เสียงเย็นชาพลันดังขึ้นหยุดคำพูดของเรจิน่าไว้แค่นั้น เมื่อทั้งหมดต่างหันไปมองยังประตูทางเข้าของโกดังที่เคยมีคนของเทมเพสต้ายืนเฝ้าอยู่ แต่บัดนี้คนเหล่านั้นกลับต่างล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น เหลือเพียงร่างสูงในชุดสูทสีดำผู้มีดวงตาที่น่ากลัว!
"ฮิบาริ ฮิบาริ"
นกสีเหลืองตัวอ้วนบินวนอยู่รอบตัวของชายคนนั้นพลางร้องเรียกชื่อของเจ้านายราวกับจะประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าคนๆนี้คือใคร ถ้าไม่ใช่..ฮิบาริ เคียวยะ...ผู้พิทักษ์ที่เก่งที่สุดของวองโกเล่!!
โครม!!
ทอนฟาสีเงินพลันปักตรึงอยู่บนกำแพงด้านหลังของเรจิน่า เมื่อคนสนิทของหญิงสาวดึงปืนออกมาอย่างหมายจะลอบฆ่าผู้พิทักษ์ของวองโกเล่เสียตอนนี้ หากมันย่อมไม่ไวไปกว่าปฏิกิริยาตอบโต้ของเมฆา ผู้ใช้เพียงทอนฟาอันเดียวก็สามารถหยุดชะงักลมหายใจของศัตรูได้
"การสังหารผู้พิทักษ์ของวองโกเล่ แม้จะเป็นผู้พิทักษ์ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งชั่วคราวแต่ก็ถือว่ายังเป็นผู้พิทักษ์ ถือเป็นความผิดที่เป็นรองเพียงการลอบสังหารบอสของวองโกเล่...จากนาทีที่เธอยิงปืนใส่ไอ้สัตว์กินเนื้อตัวนี้จนมันบาดเจ็บสาหัสก็เท่ากับว่าเทมเพสต้าพ้นจากการเป็นพันธมิตรของวองโกเล่แล้ว และเรามีสิทธิ์ตัดสินเธอด้วยโทษขั้นสูงสุด"
รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนมุมปากได้รูปของผู้พิทักษ์แห่งเมฆา เกมส์และการวางแผนได้ดำเนินมาจนถึงปลายทางในที่สุด เมื่อนับแต่แรกยามาโมโตะ ทาเคชิก็ได้วางแผนที่จะยอมถูกเรจิน่าสังหารเอาไว้อยู่แล้ว หมอนั่นไม่เคยมีความคิดที่อยากจะมีชีวิตรอดอยู่เมื่อการคงอยู่ของมันอาจยิ่งทำให้สายลมต้องเจ็บปวด...มันเป็นความคิดที่โง่เขลาแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เมฆาควรจะยื่นมือเข้าสอดแทรกในความคิดโง่ๆของอีกฝ่าย
ทว่าเกมส์กลับพลิกผันเมื่อเรจิน่าสอดมือเข้ามาชักนำให้โกคุเทระตกเข้ามาในกับดัก มันทำให้แผนถูกเร่งให้เร็วขึ้นมากพอกับที่อันตรายมากขึ้นเช่นกัน ทว่า..ถึงอย่างไรมันก็ยังคงเป็นไปตามแผนในท้ายสุดเมื่อเจ้าสัตว์กินเนื้อได้รับบาดเจ็บจนอาจถึงแก่ชีวิตได้ทุกเมื่อ และภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็มีตัวเขาและโกคุเทระเป็นพยานในการรับรู้
"แกจะลงมือฉันเอง หรือให้ฉันลงมือ?"
คำถามเสียงเย็นที่ไม่ต้องการคำตอบใดๆ เมื่อร่างโปร่งของวายุเพียงพยักหน้าน้อยๆ แล้วท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นและการพยายามที่จะวิ่งหนีเป็นครั้งสุดท้ายของเรจิน่า ชิงุเระคินโทคิก็พลันวาดออกเป็นวงกว้าง..ตัดผ่านลำตัวของหญิงสาวให้ขาดเป็นสองท่อน มันคือการปิดฉากและแก้แค้นในทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่พิรุณผู้หลั่งเลือด!!
...จบสิ้นชีวิตที่ดำเนินมาอย่างหยิ่งยโสและเห็นแก่ตัวของหญิงสาวคนหนึ่งลงเพียงแค่นี้เอง...
...และแล้วในวันนั้นเปลวไฟก็ได้เผาผลาญกลืนกินเทมเพสต้าให้เหลือแต่เพียงนามในอดีตเท่านั้น...
---- TBC. Chapter.15 ----
