BLEACHFanFiction

[FicBLEACH] Long Time No See [Chapter.1]

posted on 28 Jul 2009 19:25 by mukkuk  in BLEACHFanFiction

FicBleach : Long Time No See

 

Rate : -

 

Pairing : มีทั้งหมด 4 คู่ Y 3 Normal 1 แต่จะเป็นคู่ไหนบ้างนั้น ไม่บอกค่า

 

Chapter : 1

 

Note : -

 

-------------------------------------------

 

 

หลังจากวันนั้นการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเด็กชายผู้แปลกประหลาดคนนั้นก็เริ่มต้นขึ้น...!

 

 

งินได้พารันงิคุมาที่บ้านหลังน้อยซึ่งเป็นบ้านร้างและเพิ่งถูกเด็กชายจับจองเป็นที่พักอาศัยในเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทั้งสองคนอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ช่วยเหลือกัน พึ่งพาอาศัยกันและกัน แม้ความเป็นอยู่จะยังคงยากจนแร้นแค้น อาหารอาศัยการปลูกพืชผักและจับปลาในธารน้ำตื้นๆใกล้บ้าน

 

 

บางครั้งอาจโชคดีมีพืชผักกิน หากโชคดีขึ้นไปอีกก็อาจจะสามารถจับปลาได้ด้วยมือเปล่า แต่วันที่โชคร้ายกลับมีมากยิ่งกว่า ในวันนั้นๆเด็กทั้งสองจะซุกตัวอยู่ในบ้านพยายามนอนหลับให้นานที่สุดเพื่อประทังความหิวโหยให้เบาบางลง แต่ถึงอย่างนั้นการที่ได้มีเพื่อนมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันก็ทำให้ชีวิตยังคงมีความหวังอยู่บ้าง

 

 

 

...2 ปีหลังจากการพบกัน...

 

 

 

"งิน! ต้นพลับของเจ้าออกลูกแล้วนะ รีบไปเก็บมาก่อนมีใครดอดมาขโมยซะสิยะ!!"

 

 

เสียงตวาดแหวดังปลุกเด็กหนุ่มวัยไม่เกินสิบสองให้ละสายตาจากเสื้อผ้าเก่าๆในมือที่กำลังถูกปักชุนซ่อมแซม ดวงตาที่แทบไม่ลืมขึ้นหันมามองเพื่อนสาวทั้งรอยยิ้มคุ้นตาเมื่อยอมวางงานอดิเรกควบคู่กับงานเลี้ยงชีพในมือลง

 

 

"รู้แล้วน่า" ขาเรียวบางตวัดลงจากแคร่ไม้ไผ่ เด็กหนุ่มเดินสวนออกไปโดยไม่วายร้องเตือนเมื่อเห็นรันงิคุกำลังจะหยิบเสื้อผ้าที่กำลังถูกซ่อมแซมขึ้นมา "อย่าไปแตะมันล่ะ! ครั้งก่อนเจ้าทำให้ข้าเสียเวลาเพิ่มเป็นชั่วโมงเลย"

 

 

"จ้าๆ ข้าไม่แตะก็ได้"

 

 

เด็กสาวผมทองค้อนอย่างหงุดหงิดขณะจำยอมวางเสื้อผ้าที่ได้รับการจ้างวานให้ซ่อมแซนคืนกับที่ แม้มันจะดูแปลกอยู่บ้างที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งกลับมีฝีมือในการเย็บปักถักร้อยได้อย่างงดงามและแม่นยำราวกับจักรเย็บผ้าจนคนในหมู่บ้านใกล้ๆถึำงกับยอมจ่ายค่าจ้างให้ แต่มันก็ถือเป็นอีกแหล่งรายได้หาเลี้ยงชีพสำหรับพวกนางทีเดียว

 

 

‘นี่งิน เจ้าไปเรียนเย็บผ้ามาจากไหนน่ะ?'

 

 

‘เจ้ามีครอบครัวรึเปล่า?'

 

 

‘วันนั้นทำไมเจ้าถึงมาเจอข้าได้ล่ะ?'

 

 

‘นี่ งิน.....'

 

 

นั่นคือหลากหลายคำถามที่รันงิคุเอ่ยไม่รู้เบื่อ แม้ว่าจะแทบไม่เคยได้รับคำตอบกลับมาเลยสักครั้งนอกจากรอยยิ้มแบบเดิมๆที่ดูคุ้นตากับคำตอบเพียงกำกวมพอให้นางได้รู้ว่า งินเป็นเด็กที่เกิดในเมืองลูคอนในครอบครัวยากจนแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีอะไรเป็นเบาะแสให้แก่นางมากไปกว่านั้นว่าเพราะเหตุใดเพื่อนของนางคนนี้จึงได้จากครอบครัวมา? หรือเพราะเหตุใดเขาจึงเดินทางมาเรื่อยๆจนถึงที่นี่?

 

 

และมันก็คือสิ่งที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกหงุดหงิดจากส่วนลึกของหัวใจ ในแง่หนึ่งแล้วพวกตนคือเพื่อนที่ใกล้ชิดกัน แต่ในอีกแง่หนึ่งแล้ว นางรู้ว่างินมีโลกส่วนตัวของตน..โลกที่นางไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้าไปและโลกที่เขาซ่อนความลับบางอย่างไว้จากนาง..หรือบางทีอาจรวมถึงจากตัวเองด้วย

 

 

"ข้าหวังว่าสักวันเจ้าจะยอมบอกความลับของเจ้ากับข้านะ.."

 

 

แม้ว่าความลับนั้นจะเป็นเรื่องเลวร้ายสักเพียงใดก็ตามที...

 

 

เสียงใสเอ่ยกับตนเองแผ่วเบา ดวงตาคู่โตจ้องมองไปที่เด็กหนุ่มผู้กำลังเก็บลูกพลับผลเล็กๆหลายผลเตรียมนำมาตากแห้งอย่างที่ชอบ เด็กหนุ่มผู้เงียบขรึม ไม่เคยยอมบอกเล่าเรื่องราวใดให้ฟังแต่ก็เป็นเพื่อนคนสำคัญที่สุดสำหรับรันงิคุเสมอ

 

 

ข้าน่ะหวังอยากให้พวกเราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปตลอด..แต่ว่านะ งิน....

 

 

ชื่อของเด็กหนุ่มที่ดังขึ้นในใจชวนให้รู้สึกถึงความทอดถอน ชีวิตในตอนนี้สำหรับรันงิคุแล้วถือได้ว่าเป็นความสุขอย่างที่ไม่เคยพบพานมาก่อน แต่เด็กสาวก็ดิ้นรนใช้ชีวิตตามลำพังมานานจนไม่อ่อนต่อโลกพอที่จะไม่รู้ว่าอนาคตคือสิ่งที่ไม่ยั่งยืนมากที่สุด

 

 

...เจ้าน่ะสุดท้ายแล้วก็จะไปจากที่นี่ใช่มั้ย..?

 

 

อิชิมารุ งิน ไม่เคยสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันกับนางไปตลอด เขาไม่เคยแม้แต่จะพูดเป็นนัยๆว่าจะอาศัยอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน คนๆนี้เหมือนลม..ให้ความรู้สึกราวกับจะสามารถจับต้องแต่สุดท้ายสิ่งที่ผู้ปรารถนาจะไขว่คว้าไว้ได้กลับมีเพียงอากาศธาตุ งินเพียงแค่อยู่ที่นี่ชั่วคราวแล้วสักวันคงจะเลื่อนลอยไปไกลสู่ที่แห่งอื่น ตามลำพัง..โดดเดี่ยว..ไม่มีใครเหนี่ยวรั้งไว้ได้...

 

 

มันคืออิสระที่ชวนให้นึกเจ็บปวดหัวใจแทนนัก

 

 

เพราะหากเจ้ายังคงล่องลอยราวสายลมเช่นนี้ต่อไป ไม่มีผู้ใดจับต้องไว้ได้ ถ้าเช่นนั้นแล้วหัวใจของเจ้าจะอยู่ที่ใดกันเล่า?

 

 

...ตอบข้าทีสิ งิน...

 

 

 

 

เปรี้ยง!!

 

 

พลันเสียงฟ้าผ่าดังลั่นปลุกให้เด็กหนุ่มสาวทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่พลันมืดครึ้มลง ก้อนเมฆสีดำกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วจนผิดสังเกต ให้รันงิคุได้แต่เงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่อาจเข้าใจได้ว่ามันคืออะไร แต่เมื่อสิ่งนั้นกระทบเข้ากับสายตาของงินแล้ว เด็กหนุ่มกลับรีบโยนผลลูกพลับลงในตะกร้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบวิ่งกลับมายังบ้านหลังน้อย

 

 

"เข้าไปข้างในเร็ว!!"

 

 

มือเล็กผลักร่างของเพื่อนสาวให้ก้าวเท้ากลับเข้าไปในตัวบ้าน ก่อนที่อีกมือจะกระชากประตูปิดดังโครมใหญ่ หากนั่นกลับไม่อาจช่วยให้เสียงสายฟ้าฟาดที่ดังขึ้นลดความดังหรือความรุนแรงลงแต่อย่างใด พายุพัดมารุนแรงจนบ้านที่สร้างขึ้นเพียงหยาบๆถึงกับสั่นสะเทือน

 

 

"นั่นมันอะไรน่ะ?"

 

 

รันงิคุถามเสียงสูง เด็กสาวใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มานานจนรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติทั่วไป แต่ดูเหมือนงินจะรู้มากกว่านั้น เมื่อเด็กหนุ่มดันให้นางเข้าไปนั่งกอดเข่าหลบอยู่ใต้แคร่ราวกับจะใช้เป็นที่กำบังต่อหลังคาที่อาจถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ

 

 

"มันคือ วิถีมาร!!" คำตอบเย็นยะเยียบเกือบพอๆกับผิวกายของตน "กลุ่มเมฆนั่นน่าจะเกิดจากวิถีมารที่ยมทูตใช้กัน บางทีอาจมีพวกยมทูตเดินทางมาแถวนี้ก็ได้"

 

 

หากคำตอบนั้นไม่ดีพอสำหรับรันงิคุ เมื่อเด็กสาวเบิกตากว้างอย่างสงสัย

 

 

"แล้วพวกยมทูตจะใช้วิถีมารไปทำไมล่ะ?"

 

 

"บางที..."

 

 

รอยยิ้มน้อยๆปรากฏบนมุมปากได้รูป มือขาวซีดที่แตะอยู่บนไหล่ตนเองกำแน่นขึ้นจนรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่พ่วงมาด้วยความตื่นเต้น

 

 

"..อาจมีฮอลโลว์ปรากฏตัวแถวนี้.."

 

 

 

Hollow!!

 

 

 

นามของวิญญาณที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายกลับถูกความมืดเข้าครอบงำจนกลายเป็นเพียงวิญญาณร้ายที่อาศัยเสพย์กินวิญญาณอื่น ตามปกติฮอลโลว์มักจะปรากฏตัวในโลกมนุษย์ แต่ก็มีบางครั้งเช่นกันที่มันมาปรากฏตัวที่โซลโซไซตี้เพื่อตามล่าผู้ที่มีพลังวิญญาณดังเช่นพวกเขาทั้งคู่!

 

 

และน่าเสียดายที่ผู้ที่จะสังหารฮอลโลว์ได้ก็มีแต่ยมทูตเท่านั้น!?

 

 

"พยายามกดพลังวิญญาณไว้ อย่าให้พวกฮอลโลว์รู้ว่าเราอยู่ที่นี่"

 

 

คำสั่งทั้งรอยยิ้มเมื่อมัตสึโมโตะรู้สึกถึงพลังวิญญาณในร่างงินที่กำลังลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ลดต่ำลงก่อนจะอันตรธาน..สาบสูญไปราวกับว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่..ข้างๆนาง!?

 

 

"ละ..แล้วมันทำยังไงล่ะ??"

 

 

รันงิคุแผดเสียงถามอย่างเหลืออด แม้จะรู้ดีว่าประสบการณ์ชีวิตของตนจะไม่อาจเทียบเทียมเด็กหนุ่มคนนี้ได้ แต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะห่างชั้นกันไกลถึงเพียงนี้ หรืออาจบางทีอาจไม่ใช่นางที่อ่อนแอเกินไป แต่เป็นเพราะคนๆนี้เข้มแข็งเกินไป และเผชิญโลกมามากเกินไปก็เป็นได้

 

 

"ว่าไงนะ?"

 

 

คิ้วเรียวสีเงินขมวดมุ่นราวกับไม่เข้าใจต่อการย้อนถามของเพื่อนสนิท แว่วเสียงเดาะลิ้นเบาๆราวขัดใจดังมาจากเด็กหนุ่มผู้รู้ในที่สุดว่าบางทีการหลบหนีจากการไล่ล่าของฮอลโลว์ในวันนี้อาจจะเป็นเรื่องยากกว่าที่คิดไว้ เมื่อถึงเขาจะมั่นใจว่าสามารถหลบหนีไปเพียงลำพังได้ แต่เมื่อมีรันงิคุผู้ไม่อาจแม้แต่จะลบร่องรอยพลังวิญญาณอยู่ข้างกาย การหลบหนีก็แทบเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว

 

 

"....ช่วยไม่ได้แฮะ.."

 

 

งินแย้มรอยยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มอย่างที่ทำให้รันงิคุรู้สึกยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ แม้จะรู้ว่าคนๆนี้ไม่มีทางคิดร้ายต่อนาง แต่รอยยิ้มนี้ก็น่าสะพรึงกลัวจนเกินไป..น่ากลัวจนในชั่วขณะหนึ่งเด็กสาวอดมิได้ที่จะนึกหวาดกลัวแทนใครสักคนที่จะตกเป็นเหยื่อของชายคนนี้

 

 

"งิน..."

 

 

"ชู่ว.."

 

 

นิ้วเรียวแตะลงบนริมฝีปากนุ่มสะกดถ้อยคำใดๆที่เด็กสาวคิดจะเอ่ยไว้เพียงนั้น  เมื่อเด็กหนุ่มเงี่ยหูราวกับจะฟังเสียงที่ใกล้เข้ามา เสียงของฮอลโลว์และการต่อสู้กับยมทูต!

 

 

"ถ้าข้าบอกให้หนี ต้องหนีทันที! เข้าใจนะ รันงิคุ"

 

 

มือสองข้างต่างหยาบกร้านด้วยรอยแผลประสานจับกันแน่น เด็กหนุ่มสาวสองคนที่โชคชะตาบันดาลให้มาพบกันกำลังจะได้พบกับเหตุการณ์ที่กลายเป็นตัวตัดสินเส้นทางเดินแห่งอนาคตของทั้งคู่!

 

 

 

"วิถีทำลายที่ 4 เบียคุไร!"

 

 

เสียงตวาดดังลั่นตามมาด้วยเสียงระเบิดกึกก้องของวิถีมารที่เข้าปะทะกับร่างของศัตรู ยมทูตในชุดดำกำลังสู้พลางหนีพลาง หยาดเลือดหยดลงบนพื้นเป็นทางเมื่อทั้งดาบฟันวิญญาณและวิถีมารต่างแทบไม่อาจระแคะระคายร่างใหญ่โตของฮอลโลว์ยักษ์ที่ไล่ตามหลังมา

 

 

ก๊าซซซซซ!!!!!!!!!!

 

 

เสียงของฮอลโลว์ยักษ์ดังกึกก้องเมื่อวิถีมารปะทะเข้ากับร่าง ยมทูตหนุ่มทันได้เผยอรอยยิ้มด้วยความดีใจเพียงครู่ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อฝุ่นควันจางหาย เผยให้เห็นร่างที่ยังคงไร้รอยขีดข่วนตรงหน้า

 

 

"ทำได้แค่นี้เองเรอะ ยมทูต??"

 

 

"เหวอ!!"

 

 

ชายหนุ่มเคราะห์ร้ายผู้คิดกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดแต่กลับต้องเผชิญกับศัตรูร้ายอย่างที่ตนไม่อาจต้านทานถึงกับแผดเสียงร้องด้วยความหวาดหวั่น ร่างสูงหมุนกายวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต หนีโดยละทิ้งซึ่งความคิดจะต่อสู้เหลือเพียงความต้องการที่จะเอาชีวิตรอด..เมื่อยมทูตหนุ่มวิ่งมาถึงบริเวณลานกว้างรกร้างที่มีต้นพลับต้นเล็กๆขึ้นอยู่ 2-3 ต้น และไม่ห่างไปนักคือบ้านหลังน้อยที่ดูราวกับไม่อาจต้านทานต่อแรงพายุได้

 

 

"ช่วยด้วย!!"

 

 

ชายหนุ่มแผดเสียงอย่างขวัญผวา เท้าวิ่งตรงไปยังบ้านหลังน้อยหวังเพียงพบใครสักคนที่จะช่วยตนได้ ทว่าเมื่อมือกระชากบานประตูให้เปิดออก สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือความสิ้นหวังอย่างถึงขีดสุด...เมื่อผู้ที่อยู่ในบ้านหลังนี้คือร่างเล็กๆที่ซุกตัวอยู่ใต้แคร่ไม้ไผ่ 2 ร่าง ร่างหนึ่งนั้นคือเด็กสาววัยเยาว์ที่เงยหน้ามองอย่างใคร่รู้ปนหวาดกลัว ขณะที่อีกร่างคือเด็กหนุ่มผมเงินผู้แย้มรอยยิ้มน้อยๆตรงข้ามกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือดคู่นั้น!!

 

 

"คิดว่าจะหนีรอดเรอะ ยมทูต!?"

 

 

ชั่วขณะที่ทั้งหมดชะงักงัน วิญญาณร้ายได้ตามมาจนถึงตัว งวงขนาดใหญ่ยักษ์ที่งอกออกมาจากกลางหลังกวาดพัดบ้านที่ทำจากฟางและไม้อย่างหยาบๆให้โค่นถล่มลงในคราเดียว!!

 

 

"วิ่ง! รันงิคุ!!"

 

 

งินตวาดกร้าว มือกระชากร่างของเพื่อนสาวให้ถลาลุกขึ้นวิ่งหนีตามออกไป เด็กหนุ่มเล็งเป้าหมายไว้ที่ชานป่าใกล้ๆที่อาจช่วยลวงให้ฮอลโลว์พลัดหลงกับพวกตนได้ ทว่า..!!

 

 

"กรี๊ดดดดดด!!"

 

 

เด็กสาวตัวน้อยกรีดเสียงลั่นเมื่อร่างของนางกลับถูกกระชากดึงจากเบื้องหลังโดยแรงของยมทูตหนุ่ม เรี่ยวแรงของผู้ชายวัยรุ่นที่มากกว่ามากจนทำให้มือของนางเลื่อนหลุดจากมือของเพื่อนสนิท!?

 

 

"ข้าขอโทษ!!"

 

 

ท่ามกลางเสียงคำรามของพายุคือเสียงตะโกนอย่างสำนึกผิดของชายหนุ่มผู้เห็นแก่ตัว รันงิคุเบิกตากว้างเหม่อมองร่างของฮอลโลว์ยักษ์ที่เต็มไปด้วยหนวดน่าขยะแขยง ปากขนาดมหึมาของมันอ้าออกกว้างขึ้นอย่างหมายเสพย์กินวิญญาณดวงนี้ เมื่อยมทูตผู้นั้นพลันผลักร่างของเด็กสาวเข้าหาฮอลโลว์เพื่อถ่วงเวลาให้ตนได้หนีจากไป!

 

 

"ม่ายยยยย!!!"

 

 

เสียงกรีดก้องดังลั่นต่อเบื้องหน้าของดวงตาที่ลืมขึ้นมองเหตุการณ์ที่แปรผัน ทุกสิ่งทุกอย่างดูราวกับเชื่องช้าลงสำหรับเด็กหนุ่มผู้ยืนห่างออกไป งินมองยมทูตตาขาวที่วิ่งหนีทางมาทางตนอย่างขลาดเขลา มองงวงสีแดงที่รัดพันร่างของเพื่อนสาวขึ้น ให้หัวใจค่อยๆเต้นแรง มือขาวซีดกำแน่น ในชั่วขณะหนึ่งที่หัวใจได้เลือกแล้วเมื่อเด็กหนุ่มพลันวิ่งสวนกลับมา!!

 

 

"เอามานี่!!"

 

 

มือเล็กแย่งดาบฟันวิญญาณจากยมทูตที่วิ่งมาใกล้ เท้าวิ่งเข้าหาฮอลโลว์ยักษ์ด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน ทั้งความหวาดกลัวแทนเพื่อนสาว หวาดกลัวแทนตัวเอง และสุดท้ายคือความรู้สึกถึงเปลวไฟที่ลุกฮือโหมอยู่ในอกเมื่อเด็กหนุ่มพลันกระโดดขึ้นฟาดฟันคมดาบลงกลางศีรษะของวิญญาณร้ายตนนั้น!

 

 

เปรี้ยง!!

 

 

ตุบ...

 

 

"กะ..โกหกน่า.."

 

 

ยมทูตผู้รั้งเท้ามองเหตุการณ์อันเหลือเชื่อพึมพำแผ่ว เมื่องวงยักษ์ที่รัดพันร่างของเด็กสาวพลันคลายออก ให้ร่างที่หมดสติไปค่อยร่วงลงสู่พื้นดิน  คมดาบเมื่อครู่ได้ผ่าศีรษะใหญ่โตของมันออกมาเป็นสองเสี่ยงอย่างแม่นยำและเป็นการทำลายซึ่งการคงอยู่ของมันโดยสิ้นเชิง

 

 

ก๊าซซซซซซซซซซซซ!!!!!

 

 

เสียงคำรามแหบโหยดังก้องไปทั่วสารทิศ ร่างที่กำลังจะดับดิ้นเกลือกกลิ้งทุรนทุรายอยู่บนพื้น ดวงตาของมันเบิกกว้างราวกับแม้ในวาระสุดท้ายก็ยังยากจะเชื่อว่าต้องมาจบชีวิตลงในเงื้อมมือของเด็กหนุ่มวัยเยาว์คนหนึ่ง..เด็กหนุ่มผู้คอนดาบด้วยมือทั้งสองข้างด้วยลมหายใจที่ไม่มีแม้การหอบสั่น ดวงตาที่จ้องมองมาคือดวงตาของสัตว์ร้าย!?

 

 

"...บัด...ซ..............บ.........."

 

 

ผู้พ่ายแพ้สบถด่าเสียงสั่น ก่อนที่ร่างขนาดยักษ์จะล้มครืนลงแทบเท้าของผู้พิชิต และค่อยสลายๆกลายเป็นเถ้าธุลีในที่สุด...

 

 

"...กระจอกเป็นบ้า.."

 

 

เสียงใสของเด็กชายที่ยังไม่แตกหนุ่มดีนักดังตัดกับเสียงของสายฝน โลหิตจากวิญญาณร้ายย้อมชโลมร่างเล็กบางให้เต็มไปด้วยสีแดงฉาน สีนั้นขับกับผิวขาวและเรือนผมสีเงินให้ยิ่งดูงดงามจับตาท่ามกลางความมืดมิดโดยรอบ และต่อสายตาของยมทูตขลาดเขลาผู้ค่อยๆก้าวเดินเข้ามาใกล้

 

 

"ละ..เหลือเชื่อจริงๆ เธอสังหารฮอลโลว์ได้.."

 

 

ชายหนุ่มเบิกตากว้างมองฝุ่นผงที่ค่อยๆถูกชะล้างไปกับสายพิรุณ ณ ตำแหน่งที่เคยมีฮอลโลว์ตนนั้นยืนหยัดอยู่ ความรู้สึกในตอนนั้นคือความโล่งใจสุดแสนที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้จนไม่ทันได้สังเกตถึงความผิดปกติของเด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่เคียงข้าง

 

 

"เธอเก่งจริงๆ เจ้าหนู!"

 

 

มือหยาบยกขึ้นหมายจะตบลงบนบ่าของเด็กหนุ่มผมเงิน หากในนาทีนั้นประกายดาบก็พลันพร่างพราวสาดกระทบกับรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของอิชิมารุ งิน!?

 

 

"ขอบคุณที่ชม"

 

 

ฉึก!!

 

 

!!!!

 

 

ดาบฟันวิญญาณแทงทะลุผ่านท้องของชายหนุ่มเจ้าของดาบ โลหิตไหลรินลงมาย้อมใบดาบให้กลายเป็นสีสันเดียวกัน ชายหนุ่มก้มลงมองบาดแผลที่เกิดขึ้นกับตนราวไม่อยากเชื่อสายตาหากความเจ็บปวดนั้นก็ชัดเจนจนเกินกว่าจะเป็นความฝัน เมื่อเด็กหนุ่มพลันกระชากดาบกลับคืน

 

 

"อ๊ากกกกกก!!!"

 

 

ยมทูตหนุ่มแผดเสียงอย่างเจ็บปวด ร่างซวนเซถอยหลังไม่มั่นคง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนเพียงความหวาดกลัวต่อร่างที่เล็กกว่าตนมากนัก ร่างของผู้ที่กำลังสืบเท้าเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ..หากเงียบงัน...

 

 

"ทะ..ทำไม..."

 

 

"เอาเด็กผู้หญิงมาตายแทนตนมันไม่ทุเรศไปหน่อยรึไง คุณยมทูต?"

 

 

มุมปากได้รูปขยับยกเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจนน่าหวาดหวั่น ให้ชายหนุ่มผู้ขลาดเขลาซวนเซถอยหนี ก้าวต่อก้าว..จนแผ่นหลังปะทะเข้ากับลำต้นของต้นพลับที่บัดนี้ไหม้เกรียมเป็นตอตะโกด้วยสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากพายุเมื่อครู่ มือหนายกขึ้นหมายวิงวอนขอความเมตตาจากฆาตกรผู้มาในรูปโฉมของเด็กน้อยรูปงาม

 

 

"ขะ..ขอโทษ! ข้าขอโทษ.."

 

 

"...หึ..."

 

 

พลังวิญญาณของเด็กหนุ่มกดดันลงมาอย่างรุนแรง รอยยิ้มที่ชัดเจนนั้นเป็นยิ่งกว่าการบ่งบอกถึงการตัดสินใจเมื่อยมทูตคนนั้นพลันรีบใช้วิธีเอาตัวรอดอย่างสุดท้ายที่นึกออก

 

 

"วิถีทำลายที่ 33 โซ..."

 

 

ฉัวะ!!

 

 

คมดาบสีเงินตวัดลงมาก่อนที่อีกฝ่ายจะพลันเอ่ยจบ เลือดสาดกระเซ็นออกมาเป็นสายจากร่างที่ศีรษะกลิ้งตกลงไปกองอยู่บนพงหญ้า มัน..คือการสังหารที่รวดเร็วยิ่งกว่าการกระพริบตา! เร็วจนวิญญาณสูญสลายไปก่อนจะทันได้รู้ตัว!

 

 

แปะ...แปะ...

 

 

สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างช้าๆ พายุเคลื่อนตัวผ่านไปและแทนที่ด้วยหิมะสีขาวสะอาดที่กำลังค่อยๆกลบฝังร่างไร้วิญญาณตรงหน้าอย่างช้าๆ

 

 

"แย่จริง.."

 

 

งินมองมือของตนที่แปดเปื้อนไปด้วยโลหิตด้วยแววตาเฉยเมย การสังหารคนที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้นำมาซึ่งความตื่นตระหนกให้แก่เด็กหนุ่มผู้บรรจงเช็ดมือกับชุดยมทูตสีดำของร่างที่ไร้ชีวิต เช็ด..จนมือคู่นั้นกลับคืนสู่ความสะอาด ก่อนที่งินจะหมุนกายกลับไปโอบอุ้มร่างของเพื่อนสาวขึ้นจากพื้น

 

 

"อืมม์..."

 

 

แว่วเสียงรันงิคุพึมพำแผ่ว ร่างบางผู้หมดสติกระสับกระส่ายเล็กน้อยเมื่อถูกวางลงบนเตียงในบ้านทรุดโทรมของพวกตน แม้เหตุการณ์เมื่อครู่จะทำให้สถานที่แห่งนี้เกินกว่าจะอยู่อาศัยได้อีก แต่อย่างน้อยมันก็ยังหลงเหลือหลังคาบางส่วนไว้ป้องกันละไอฝนไม่ให้มากระทบกาย

 

 

งินก้มลงมองใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยฝุ่นของเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียว รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนมุมปากแม้ว่ามันจะเป็นรอยยิ้มที่แสนเศร้านัก เมื่อเด็กหนุ่มก้มลงจุมพิตเบาๆบนหน้าผากลาดมนของนางกับคำอำลา...

 

 

"ลาก่อนนะ รันงิคุ"

 

 

อย่างช้าๆหากมั่นคง...เด็กหนุ่มหมุนกายก้าวออกไปจากสถานที่ที่เคยเป็นที่พักพิง แผ่นหลังแบบบางยืดตรงไม่แสดงแม้ความหวั่นไหวออกมา เมื่อก้าวเดินจากไปท่ามกลางสายฝนและหิมะที่โปรยปรายลงมา..ตามลำพัง...

 

 

- - - - TBC. Chapter.2 - - - -

 

 

ปล. แปลโด 1 เสร็จแล้วล่ะค่า 555+

 

 

ปล2. ชัวร์แล้วว่า Blessing of Moon II ออกปลาย สค. แน่นอนค่ะ