[Fic Hobbit2] Blood bond Chapter 22 [NC-xx?]

posted on 10 May 2015 17:25 by mukkuk
 
Blood bond
 
 
Pairing : Thranduil x Legolas
 
Rate : NC-xx?
 
Note : เรามาข้ามกำแพงศีลธรรมด้วยกันเถอะ >///<
 
 

Chapter 22

 

 

บางครั้งโนแลนก็คิดว่า การเลื่อนตำแหน่งใช่จะหมายถึงเรื่องดีๆเสมอไป...

 

เอลฟ์หนุ่มลอบถอนหายใจยาว ร่างสูงพลิกกายหลบจากการโจมตีของออร์คหลายตนที่เข้ามารุมล้อม ก่อนจะสวนกลับไปด้วยความเร็วที่มากยิ่งกว่า สำหรับเขาผู้อยู่ในหน่วยลาดตระเวณมาหลายร้อยปีแล้ว ลำพังแค่ออร์คกลุ่มนี้ก็แทบไม่ทำให้รู้สึกอะไรมากไปกว่าความเบื่อหน่ายรำคาญ เขามั่นใจว่าสามารถเอาตัวรอดได้ มั่นใจว่าสามารถช่วยปกป้องสหายร่วมรบได้ แต่เขา..ไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าจะสามารถทำหน้าที่ในฐานะองครักษ์ของเจ้าชายได้!

 

‘นับแต่นี้ไปเจ้าคือรองหัวหน้าหน่วยของเลโกลัส และองครักษ์ของลูกชายข้า’

 

คำบัญชาจากกษัตริย์คือคำขาด และคือสิ่งที่โนแลนให้คำสัตย์ว่าจะทำตามด้วยชีวิต ทว่า..นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดกับการเป็นรองหัวหน้าหน่วย และยิ่งเป็นเรื่องยากยิ่งกว่ากับการเป็นองครักษ์ของเจ้าชาย..ผู้ไม่คิดจะสนใจองครักษ์อย่างเขาเลย

 

อีกครั้งกับเสียงถอนหายใจแรงๆอย่างสุดจะกลั้น แม้ในขณะที่ต่อสู้ หากโนแลนก็ยังคงพะวงมองไปยังร่างโปร่งที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก ท่ามกลางหมู่เอลฟ์และออร์คที่ปะปนจนแทบสับสน หากเลโกลัส เจ้าชายเอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ดก็ยังคงดูโดดเด่นยิ่งกว่าใคร ในมือซ้ายของเจ้าชายหนุ่มคือคันธนูที่ยิงศรออกไปสังหารอมนุษย์ตนแล้วตนเล่า มีดสั้นในมือขวาสะบัดเชือดคอออร์คตรงหน้าอย่างไม่นึกพรั่นต่อหยาดเลือดที่สาดกระเซ็นออกมา สีดำเปรอะเปื้อนลงบนเส้นผมสีทองที่ปลิวไสวท่ามกลางวงล้อมของเหล่าอมนุษย์ที่กลุ้มรุมเข้าหาอย่างไม่รู้จักหมดสิ้น

 

และแม้ว่านี่จะล่วงเข้าวันที่สิบของการออกลาดตระเวณ และพวกเขาต่างก็อยู่ในสภาพอ่อนล้าเต็มทีในตอนที่ได้เจอออร์คกลุ่มนี้ แต่เพียงแค่ได้เห็นฝีมือการต่อสู้ของเจ้าชาย ได้เห็นความเก่งกาจของเจ้าชายเอลฟ์ของพวกตน มันก็มากพอที่จะเรียกขวัญกำลังใจของพวกเขาให้คืนกลับมา

 

ทว่า..ท่ามกลางขวัญกำลังใจของทุกคนในหน่วย มีเพียงโนแลนที่กลับนึกกลัดกลุ้มใจนัก...

 

หลังจากที่ทอเรียลถูกเนรเทศ โนแลนก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองหัวหน้าหน่วยคนใหม่ หากตำแหน่งนี้ยังไม่ทำให้รู้สึกถึงภาระที่หนักอึ้งมากเท่ากับอีกตำแหน่งหนึ่งที่ถูกมอบหมายมาพร้อมกัน นั่นคือ องครักษ์ประจำตัวเจ้าชาย

 

จริงอยู่ว่าเจ้าชายของพวกเขาไม่ได้อ่อนแอจนอาจล้มตายง่ายๆในการต่อสู้ ตรงข้ามแล้วเจ้าชายของพวกเขาคือนักรบที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่โนแลนเคยเห็น หากก็เพราะเช่นนั้นมันจึงยิ่งนำมาซึ่งความรู้สึกหนักใจยิ่งกว่า เพราะว่าเจ้าชายแข็งแกร่งเกินไป และเพราะว่าตัวเขาไม่อาจแม้แต่จะเทียบกับเจ้าชายได้ ดังนั้น บางครั้งมันจึงกลายเป็นเรื่องยากลำบากในการที่จะไล่ตามไปเพื่อปกป้องคุ้มครองอีกฝ่าย

 

โนแลนขบฟันแน่น ดาบในมือตวัดตัดคอออร์คตรงหน้า ก่อนจะพยายามฝ่าวงล้อมศัตรูเข้าไปหาเจ้าชายอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอยู่หน่วยลาดตระเวณเดียวกับเจ้าชายเลโกลัส และมันก็เป็นเหมือนเช่นทุกครั้งที่อีกฝ่ายมักจะไล่ตามศัตรูไปโดยไม่สนใจอะไรอื่น ในตอนที่ทอเรียลเคยเป็นองครักษ์ให้กับเจ้าชายนั้น มันยังเป็นเรื่องง่ายที่จะติดตามอีกฝ่าย ก็เพราะว่าเจ้าชาย ‘แคร์’ ทอเรียลมากพอที่จะหยุดรอ แต่สำหรับเขา..มันคงเป็นได้แค่ฝันไปเท่านั้น

 

“กระจายกำลังออกไป ฆ่าพวกมันให้หมด!”

 

เสียงใสออกคำสั่งดังกังวาน มือเรียวงามตวัดดาบตัดศีรษะของหมาป่าวาร์คที่โถมเข้าหา ก่อนจะหมุนกายไปยิงธนูใส่ออร์คอีกตนอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางเช่นนั้นมันเกิดขึ้นจากความเจนสงคราม เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ต่อสู้กับเหล่าอมนุษย์มานับครั้งไม่ถ้วน และทั้งที่รู้ดีว่าควรจะตั้งสมาธิอยู่กับศัตรูตรงหน้า หากเลโกลัสกลับพบว่าใจของตนกลับยังคงจดจ่ออยู่กับเรื่องของใครคนนั้น..เรื่องของคนที่สำคัญที่สุด..

 

...Ada...

 

ฟันคมขบลงมาบนริมฝีปากแรงจนแทบรู้สึกถึงรสชาติของคาวเลือด ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงความรู้สึกขมขื่นที่ก่อตัวอยู่ในใจ น่าแปลก..ทั้งที่พวกเขาได้ผูกพันธะกันแล้ว ทั้งที่ควรจะใกล้ชิดกันมากกว่าที่เคยเป็น หากกลับรู้สึกเหมือน..ไกลกันกว่าที่ผ่านมา...

 

นับจากวันนั้นที่เขาได้ยินชื่อของเอไลจาห์อีกครั้ง นับจากวันที่ Ada พาเขากลับไปนอนที่ห้องของเขาเอง นับจากวันนั้นเป็นต้นมา..ที่ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

จริงอยู่ว่าผู้เป็นบิดายังคงมานอนด้วย แต่มันก็เป็นเพียงแค่การนอนกอด อ้อมแขนนั้นเพียงแค่สวมกอดเขาแนบอกหากกลับไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น ไม่มีแม้กระทั่งจูบ ไม่มีแม้แต่การแตะต้องในเชิงไม่เหมาะสม ทุกคืนอีกฝ่ายจะมาหาก็ต่อเมื่อเขาผล็อยหลับไปแล้ว และเมื่อตื่นขึ้นมาก็กลับพบแต่ความว่างเปล่า และที่นอนข้างกายที่หลงเหลือละไออุ่นเพียงน้อยนิด

 

บางครั้งเลโกลัสอยากคิดว่าผู้เป็นบิดากำลังหลบหน้าเขา ถ้าไม่ใช่เพราะความคิดนั่นมันชวนให้รู้สึกน่าขบขันเอามากๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ธรันดูอิล กษัตริย์เอลฟ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมิร์ควู้ดจำเป็นต้องหลบหน้าใครสักคน มันเป็นไปไม่ได้ ใช่..เป็นไปไม่ได้ ยกเว้นก็แต่ว่านั่นคือความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตอบคำถามของเขา

 

‘เอไลจาห์คือใคร?’

 

‘เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับเจ้า’

 

แค่เพียงคิดถึงคำตอบที่ได้ยิน ในใจก็เต็มไปด้วยความเจ็บแปลบ ทำไม Ada ถึงเลี่ยงไม่ตอบคำถามเขา! ทำไมเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา! เอไลจาห์คือใครกันแน่และทำไม Ada จึงต้องปิดบังเรื่องนี้จากเขาด้วย!!

 

...ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องเดียว หากกลับเป็นหลายเรื่องจนแทบนับไม่ถ้วน เลโกลัสไม่ได้โง่พอที่จะมองไม่ออกถึงบรรยากาศตึงเครียดภายในเมิร์ควู้ด ทั้งการที่จำนวนนักรบในหน่วยลาดตระเวณที่ถูกส่งออกไปมีเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งการที่เวรยามที่ยืนรักษาความปลอดภัยในวังมีจำนวนมากจนผิดสังเกต เห็นได้ชัดว่ามันมีบางอย่างที่ผิดปกติเอามากๆ แต่ทั้งที่เขาเป็นเจ้าชาย ทั้งที่เขาเองก็เป็นหนึ่งในนักรบของอาณาจักรนี้เช่นกัน แต่กลับไม่มีสิทธิ์จะได้รับรู้ถึงเบื้องหลังเหตุผลของคำสั่งนี้!

 

เขายังมีอะไรที่ไม่เพียงพออย่างนั้นหรือ? ต้องทำยังไงถึงจะได้รับความเชื่อใจจากกษัตริย์เอลฟ์? ต้องทำเช่นไรจึงจะคู่ควรได้รับความไว้วางใจจากอีกฝ่าย??

 

มือเรียวงามตวัดดาบตัดคออมนุษย์ที่ยืนขวางหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว หากไม่ว่าจะสังหารอมนุษย์ไปอีกสักกี่ตน โทสะอันขมขื่นในใจก็ยังคงคุกรุ่นอย่างไม่มีที่ระบายออก ความโกรธที่มีต่อเอไลจาห์ ผู้ที่เกาะกุมความเชื่อใจของ Ada เอาไว้ ความโกรธที่มีต่อ Ada ที่พูดคำว่ารักกับเขาแต่กลับไม่มีสักนิดที่จะเชื่อใจ และ..ความโกรธที่มีต่อตัวเองที่ไม่คู่ควรต่อความเชื่อใจของกษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ด!!

 

ร่างของออร์คตนสุดท้ายล้มลงในที่สุด...เลโกลัสหอบหายใจเบาๆ ดวงตาคู่งามมองหยาดเลือดสีดำที่หยดลงมาจากปลายดาบ การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว หากในใจของเจ้าชายเอลฟ์กลับยังคงไม่อาจหาความสงบได้ บางครั้งเขาก็อยากจะคิดว่าตนคงโลภมากเกินไป ทั้งที่ได้รับความรักจาก Ada แล้ว แต่ก็ยังคงรู้สึกถึงความไม่เพียงพอ เขาไม่ได้อยากเป็นแค่เด็กน้อยที่คอยให้อีกฝ่ายปกป้อง แต่เขาอยากจะเป็นคนที่สามารถยืนทัดเทียมกับ Ada เขาอยากได้ความรักจาก Ada อยากได้ความเชื่อใจจาก Ada เหนืออื่นใดคืออยากให้ดวงตาสีฟ้าเทาคู่นั้นมองมาที่เขา ไม่ใช่แค่ในฐานะบิดา แต่ในฐานะคนรักที่คู่ควรพอ

 

ทว่า..มันจะเป็นได้จริงหรือ?

 

ฟันคมขบลงมาบนริมฝีปาก เลโกลัสถอนหายใจยาว มือตวัดเก็บดาบเข้าฝัก หากยังไม่ทันได้ออกคำสั่งให้ถอนตัวจากสถานที่แห่งนี้ เสียงตะโกนของโนแลนก็พลันดังขึ้น!!

 

“ระวัง!!”

 

ในดวงตาคู่สีฟ้าสะท้อนภาพขององครักษ์ผู้กำลังวิ่งเข้ามาหาตนด้วยสีหน้าตื่นตกใจสุดขีด เจ้าชายเอลฟ์หันหน้ากลับไปยังทิศทางตรงข้ามตามสัญชาตญาณ เพียงเพื่อจะได้เห็นลูกธนูดอกหนึ่งที่พุ่งตรงเข้ามาโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ศีรษะตน!!?

 

“เจ้าชาย!!”

 

ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่จับจ้องมองมาด้วยความตื่นตระหนก วงหน้างามของเจ้าชายเอลฟ์พลันเบี่ยงออกจากวิถีลูกธนูด้วยความเร็วเกินกว่าจะคาดฝัน คมธนูที่พลาดเป้าแล่นเฉียดผ่านข้างแก้มไปหาโนแลนที่ยืนอยู่ด้านหลัง องครักษ์หนุ่มผู้ทำได้แค่เบิกตามองอย่างรู้ว่าตนไม่มีความสามารถพอที่จะหลบรอดได้ ทว่ามันเป็นตอนนั้นเองก่อนที่ความตายจะมาถึง ลูกธนูดอกนั้นก็พลันถูกหยุดลงในมือเรียวงามที่คว้าจับไว้อย่างแม่นยำ!

 

“ออกมาซะ!”

 

เสียงนุ่มทุ้มกร้าวกังวานปลุกทุกคนในที่นั้นให้ตื่นจากภวังค์ เหล่าเอลฟ์กุมกระชับด้ามดาบในมือแน่น ความตื่นตัวในการต่อสู้กลับคืนมาอีกครั้ง เมื่อมองไปยังทิศทางเดียวกับที่ดวงตาคู่สีฟ้าใสจับจ้องอยู่ ทิศทางเดียวกับที่ธนูดอกนั้นแล่นออกมา

 

แน่นอนว่าพวกเขาไม่เห็นใคร ยิ่งไม่สามารถจับสัมผัสได้ว่ามีใครซ่อนอยู่ที่นั่นหรือไม่ มันน่าแปลกที่มีผู้สามารถหลบรอดจากโสตสัมผัสของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ได้ ทว่าพวกเขาก็รู้ดีเกินกว่าจะนึกสงสัยในคำพูดของเจ้าชายของพวกตน ไม่แม้แต่จะนึกสงสัยในประสาทสัมผัสที่ขึ้นชื่อของอีกฝ่าย ถ้าเจ้าชายเลโกลัสบอกว่าที่นั่นมีใครสักคนซ่อนอยู่ มันก็ต้องมีอยู่อย่างแน่นอน!

 

เหมือนนานแสนนาน หากก็เหมือนผ่านไปเพียงไม่กี่นาที แค่ไม่กี่นาทีที่คู่สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังยอดไม้ที่อยู่ไม่ห่างออกไปนัก แล้วเสียงหัวเราะบาดหูก็พลันดังขึ้น

 

“ฮะฮะฮะ” 

 

เลโกลัสขมวดคิ้วน้อยๆ น่าแปลกที่เสียงหัวเราะนั่นฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด ดวงตาคู่งามจับจ้องมองไปยังบนยอดไม้สูงอย่างไม่คลาดสายตา กิ่งไม้ ใบไม้สั่นไหวเบาๆแล้วร่างของชายหนุ่มชาวมนุษย์ผู้มีวัยประมาณสามสิบปีก็ปรากฏกายออกมา

 

ในแวบแรกที่เห็น ร่างนั้นแทบดูเหมือนจะกลืนไปกับเงาไม้ด้วยชุดสีเขียวเข้มที่สวมใส่ หน้าไม้ขนาดเล็กในมือขวาดูคุ้นเคยจนแปลกตา และยังใบหน้าที่ตกอยู่ภายใต้เงาเลือนรางจากฮู้ดที่อีกฝ่ายสวมอยู่ มันมีอะไรบางอย่างในตัวชายคนนี้ที่ทำให้เลโกลัสรู้สึกเหมือนตนเคยรู้จักอีกฝ่าย

 

อย่างไม่เข้าใจนัก..ขาซ้ายพลันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมานิดหน่อย เลโกลัสหรี่ตาลง รู้สึกถึงลางสังหรณ์อันเลวร้ายที่คืบคลานเข้ามา ลางสังหรณ์ที่มาพร้อมกับการปรากฏตัวของชายคนนี้ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนเคยรู้จักเมื่อนานแสนนานมาแล้ว...

 

“เจ้าเป็นใคร?”

 

อีกครั้งกับเสียงหัวเราะลั่น ชายผู้นั้นพลันยกมือขึ้น ให้เหล่าเอลฟ์ต่างก็รีบง้างคันธนูอย่างพร้อมโจมตี ทว่าในชั่วนาทีนั้นเองที่เหล่ามนุษย์นับสิบคนพลันปรากฏตัวออกมาจากพุ่มไม้รอบด้าน ลูกธนูในมือของมนุษย์เหล่านั้นต่างก็เล็งมาที่พวกเขาเช่นกัน!

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามนุษย์พวกนี้ฉวยโอกาสที่พวกเขากำลังสู้กับออร์คแอบล้อมกรอบเข้ามาเงียบๆ 

 

เลโกลัสขมวดคิ้วน้อยๆ แม้จะกล่าวได้ว่าอีกฝ่ายอาศัยจังหวะที่พวกตนไม่ทันระวังเข้ามาล้อมกรอบ แต่ในขณะเดียวกันการที่สามารถเข้ามาประชิดตัวในระยะใกล้ขนาดนี้ก็บอกชัดถึงฝีมือของอีกฝ่าย ไม่ใช่แค่พรานป่า ไม่ใช่แค่มนุษย์ทั่วไปที่หลงละเมอว่าสามารถต่อสู้กับเอลฟ์ได้ แต่เป็นกลุ่มมนุษย์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี จนสามารถแฝงกายเข้ามาใกล้อย่างที่พวกเขาไม่ทันรู้สึกตัว

 

และแน่นอนว่ามนุษย์กลุ่มนี้ย่อมมีเป้าหมายบางอย่าง...

 

มือเรียวงามยกมือขึ้นให้สัญญาณให้เอลฟ์ในหน่วยลดคันธนูลง เลโกลัสรู้ว่าถ้าหากเกิดการปะทะกันขึ้นจริง เอลฟ์เหล่านี้ก็ย่อมจะสามารถยิงธนูตอบโต้ด้วยความเร็วยิ่งกว่ามนุษย์ที่รายล้อมอยู่ และเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายที่เป็นหัวหน้ามนุษย์กลุ่มนี้ก็รู้เรื่องนั้นดี ชายหนุ่มหัวเราะเสียงก้อง รู้ว่าแม้ดูผิวเผินตนจะเหมือนได้เปรียบ แต่หากคิดจะจับตัวเจ้าชายเอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ดให้ได้แล้ว เขาก็จำเป็นต้องพาคนมามากกว่านี้..อย่างน้อยก็อีกสักหลายสิบคน

 

หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องหาทางล่ออีกฝ่ายไปในสถานที่ที่เขาจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแทน..

 

“เจ้าอยากรู้ว่าข้าเป็นใครอย่างนั้นเหรอ?” รอยยิ้มเหยียดออกน้อยๆ มือของชายหนุ่มเลื่อนไปจับที่ฮู้ด ก่อนจะดึงลงพร้อมด้วยเสียงหัวเราะหยัน “หวังว่าจะยังจำใบหน้านี้ได้นะ เจ้าชายน้อย!”

 

ฮู้ดเลื่อนตกลงบนบ่า เผยให้เห็นวงหน้าของชายหนุ่มวัยประมาณสามสิบต้นๆ ผิวสีแทนคร้ามแดดกับรอยยิ้มบางที่ชวนให้รู้สึกถึงความเป็นผู้ใหญ่ใจดี เส้นผมสีเข้มยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความอ่อนโยนและสุภาพของใบหน้านั้น นั่นคือภาพลักษณ์ของชายหนุ่มผู้มีเมตตาที่ไม่ว่าเด็กคนไหนๆก็คงจะหลงเชื่อ เป็นใบหน้าที่ดูดีมีเมตตาจนทำให้เอลฟ์บางคนถึงกับเผลอลดคันธนูลงโดยไม่รู้ตัว

 

ทว่า...สำหรับเลโกลัสแล้ว ชายผู้อยู่ตรงหน้านั้นกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ความทรงจำในวัยเด็กที่ฝังลึกอย่างยากจะไถ่ถอน แม้ใบหน้าอาจเลือนลางในความทรงจำ แต่มันเป็นดวงตาคู่นั้นที่ยากจะลืมเลือน

 

นั่นเป็นดวงตาเช่นไรกันแน่? ดวงตาคู่สีเขียวเข้มราวกับงูพิษ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความอำมหิต เลือดเย็นถึงที่สุด ดวงตาที่ราวกับรวบรวมความโสมมทุกอย่างของเผ่าพันธุ์มนุษย์เอาไว้ ดวงตาที่เหมือนกับชายผู้นั้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน..!!

 

ฮันเตอร์..โจชัว!!?

 

ชั่วพริบตานั้นเองที่เลโกลัสรู้สึกเหมือนเวลาพลันหมุนทวนย้อนกลับไป ย้อนกลับไปสู่อดีตที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แค่เพียงมองสบตาของชายผู้ที่ได้สร้างบาดแผลให้กับเขาในวัยเยาว์ ร่างทั้งร่างก็พลันสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายหวนคืนกลับมาอีกครั้ง ตัวเขาไม่ใช่เจ้าชายเอลฟ์ผู้ที่สามารถสังหารออร์คนับสิบในสนามรบอีกต่อไป แต่กลับคล้ายเป็น..เด็กน้อยที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวในคืนนั้น เด็กน้อยที่หวาดหวั่นและทำได้แค่เพียงร้องขอความช่วยเหลือจากบิดาของตน!!

 

Ada!! ช่วยข้าด้วย!!

 

“เจ้าชาย?”

 

โนแลนเลิกคิ้วขึ้นสูง ชายหนุ่มมองท่าทางที่นิ่งขึงไปของเจ้าชายของพวกตนอย่างไม่เข้าใจนัก แน่นอนว่าเขาไม่ได้สนิทสนมกับเลโกลัสมากพอที่จะดูออกถึงความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่าย เขาและเอลฟ์ทุกคนในที่นี้ยิ่งไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน ในตอนนั้น โนแลนยังเด็กเกินกว่าจะเข้าหน่วยลาดตระเวณ และกษัตริย์เอลฟ์ก็สั่งการให้นำตัวโจชัวไปขังอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่จะมีเอลฟ์คนใดได้เห็นหน้า พวกเขาจึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเวลานี้เจ้าชายของพวกตนกำลังเผชิญหน้ากับอาชญากรผู้เป็นความหวาดกลัวในวัยเยาว์!

 

“น่าดีใจ..ที่ยังจำกันได้” ฮันเตอร์หนุ่มเหยียดยิ้มกว้าง แม้จะไม่อาจมองออกถึงความหวาดกลัวในดวงตาของอีกฝ่าย หากแค่เพียงอาการนิ่งขึงจนผิดสังเกต มันก็บอกชัดว่าอีกฝ่ายยังคงจดจำเขาได้ เช่นเดียวกับที่เขาเองก็จดจำอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ..เจ้าชายผมทอง ตาสีฟ้า เอลฟ์รูปงามที่สุดที่เขาเคยได้เห็น “ช่างถือเป็นเกียรติสำหรับข้าเหลือเกิน เจ้าชายน้อย”

 

ร่างสูงจงใจค้อมศีรษะให้อย่างหยอกล้อ หากดวงตาคู่สีเขียวกลับเป็นประกายกร้าวยิ่งกว่า ดวงตาคู่นั้นที่มองตรงมายังดวงตาคู่สีฟ้าใสของเจ้าชายเอลฟ์ เฉดสีของท้องฟ้าที่ฝืนซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ภายใน

 

มันต้องใช้เวลาอยู่หลายนาที หลายวินาทีกว่าที่ลมหายใจที่สั่นน้อยๆจะสงบลง ความควบคุมตัวทั้งหมดถูกดึงขึ้นมาเพื่อฝืนรั้งตนไว้ไม่ให้วิ่งหนี เลโกลัสพยายามบอกตนเองว่าเขาไม่ใช่เด็กน้อยเหมือนในตอนนั้นอีกแล้ว เขามีความสามารถพอที่จะต่อสู้ มีความสามารถพอที่จะได้รับชัยชนะ ทว่า...น่าเสียดายที่ความหวาดกลัวในวัยเยาว์ที่ฝังรากลึกอยู่ในใจมาหลายร้อยปีนั้น มันไม่ใช่อะไรที่จะสามารถขจัดไปได้ง่ายๆเลย

 

“เจ้า..ต้องการอะไร..”

 

“ข้าต้องการอะไรอย่างงั้นหรือ?” เสียงหัวเราะกร้าวกังวานดังสะท้อนไปทั่วทั้งราวป่า ดวงตาคู่สีเขียวเป็นประกายวาววับยามเมื่อจับจ้องมายังเจ้าชายผู้อ่อนเดียงสา “เจ้าก็รู้ว่าสิ่งเดียวที่ข้าต้องการคือการแก้แค้น!”

 

ประโยคที่เต็มไปด้วยความอาฆาต ดวงตาคู่นั้นตวัดมองเจ้าชายเอลฟ์อีกครั้งอย่างมุ่งร้าย ก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆถอยกายเข้าไปในดงไม้ ทิ้งไว้ก็เพียงเสียงหัวเราะเยียบเย็น

 

“หากเจ้าต้องการให้หญิงที่เจ้ารักมีชีวิตอยู่ต่อล่ะก็ อีกสามวันข้างหน้าข้าจะรอเจ้าอยู่ที่ชายป่าด้านตะวันออก! อย่าทำให้นางผิดหวังเหมือนที่เจ้าเคยทำให้เอลฟ์สองคนนั่นผิดหวังล่ะ เจ้าชายน้อย!”

 

“เดี๋ยว..”

 

ด้วยความงุนงงเท้าขยับจะก้าวตาม หากมันเป็นตอนนั้นเองที่เลโกลัสพบว่าตนเองยังคงกำลูกธนูดอกนั้นแน่น ดวงตาคู่สีอ่อนไล่มองจากปลายคมที่อาบด้วยพิษร้าย ก้านแข็งขนาดไม่ยาวนัก และ..บนปลายของลูกธนูดอกนั้นเอง เส้นผมสีแดงเข้มปอยหนึ่งถูกมัดเป็นปมแน่น!?

 

..สีสันเดียวกับไวน์แดงที่กษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ดโปรดปรานที่สุด เฉดสีเดียวกับเส้นผมของใครคนหนึ่งที่เขารู้จักดี...

 

ทอเรียล!?

 

นามของสหายดังกังวานขึ้นในใจ มันเป็นตอนนั้นเองที่เจ้าชายหนุ่มพลันเข้าใจถึงคำพูดอีกฝ่าย ชายคนนั้นจับตัวทอเรียลไป และกำลังเตือนเขาว่าอย่าทำให้นางผิดหวัง เหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำให้กาเลนและเจนัสต้องผิดหวังมาก่อน!

 

“เจ้า..!!”

 

มือกำลูกธนูแน่นจนมันแทบหักออก ความหวาดกลัว ความโกรธ ความเจ็บแค้นมากมายจนชวนให้สับสน แว่วเสียงทุ้มกลั้วหัวเราะของอีกฝ่ายลอยมาตามลม แล้วร่างโปร่งก็ถลันวิ่งตามออกไปอย่างไม่แม้แต่จะหยุดคิด

 

“เจ้าชาย อย่าตาม!!”

 

แว่วเสียงโนแลนตะโกนห้ามดังมา แต่เลโกลัสก็ไม่คิดจะหยุดเท้าลง ร่างโปร่งไล่ตามอีกฝ่ายลึกเข้าไปในป่า วิ่งตามไปอย่างไม่รู้ทิศทางใดๆ เขาไม่คิดสนใจทิศทาง ยิ่งไม่สนใจว่าตัวเองกำลังวิ่งไปทางไหน ดวงตาคู่งามจับจ้องไปยังเป้าหมายบนแผ่นหลังของชายหนุ่มที่อยู่ห่างไกลออกไป ชายผู้นั้นหันกลับมามองแวบหนึ่งก่อนจะโดดขึ้นบนหลังม้าที่ยืนรออยู่ อย่างรวดเร็วเลโกลัสง้างคันธนูขึ้น เมินเฉยต่อความเจ็บแปลบบริเวณไหล่ขวา ทว่าจังหวะที่มือจะละออกจากลูกธนูนั้นเอง ร่างของก็อบลินตนหนึ่งก็โถมลงมาพร้อมด้วยคมดาบในมือ!

 

ก็อบลิน นักฆ่ารับจ้าง!?

 

เลือดสาดกระเซ็นออกมาจากบริเวณไหล่ขวาที่คมดาบเฉียดผ่าน เลโกลัสพลิกตัวหลบพร้อมกับใช้ดาบในมือซ้ายขึ้นรับ เจ้าชายเอลฟ์ขบกรามแน่นมองลูกธนูที่พลาดจากร่างของชายคนนั้นไปอย่างน่าเสียดาย ความเจ็บเล็กน้อยที่ไหล่ขวาแทบไม่อาจเทียบกับความเจ็บใจที่ลูกธนูพลาดเป้า ดวงตาคู่สีฟ้ามองเหล่าก็อบลินนับสิบที่เข้าห้อมล้อมตนไว้ นี่คือกับดัก คือหน่วยซุ่มโจมตีที่อีกฝ่ายวางไว้สำหรับล่อให้เขาติดตามมา และเมื่อดูจากสีหน้าหยิ่งผยองของก็อบลินเหล่านี้ยามที่มองมาที่บาดแผลบนไหล่ของเขาแล้ว พวกมันก็คงคิดว่าเกมส์จะจบลงอย่างง่ายดาย

 

หากน่าเสียดายที่มันไม่ใช่..!!

 

“คุ้มครองเจ้าชาย!!”

 

โนแลนตะโกนลั่น ร่างสูงวิ่งเข้ามาจากชายป่าอีกด้านพร้อมด้วยเหล่าเอลฟ์ในหน่วย ลูกธนู คมดาบของเหล่าเอลฟ์ฟาดฟันกับศัตรูอย่างอาจหาญ หากเลโกลัสกลับมองภาพการต่อสู้ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า มือที่กำแล้วคลายออกช้าๆทำให้รู้ว่าตนยังคงกำเส้นผมปอยนั้นไว้ แล้วทั้งที่ศพของก็อบลินตนสุดท้ายล้มลงแทบเท้า แต่เจ้าชายเอลฟ์กลับไม่รู้สึกว่าตนเป็นฝ่ายชนะเลยสักนิด ตรงข้ามแล้วเขากลับรู้สึกถึงความพ่ายแพ้..อีกครั้ง!!

 

บัดซบ!!

 

 

+++++++++++++

 

 

อารากอร์น บุตรแห่งอาราธอร์นกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่ง... 

 

ชายหนุ่มชาวมนุษย์ถอนหายใจยาว ดวงตาคู่สีเทามองลงมาจากหน้าต่างบานหนึ่งของพระราชวังไปยังประตูเมืองด้านล่างด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ผ่านมา 11 วันแล้วนับจากที่เลโกลัสออกไปลาดตระเวณในป่า และถ้าหากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อนแล้ว ก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยสี่วันกว่าที่อีกฝ่ายจะกลับมาถึง อารากอร์นไม่แน่ใจนักว่าตนจะสามารถทนต่อความเบื่อหน่ายได้จนถึงตอนนั้นหรือไม่

 

อีกครั้งกับเสียงถอนหายใจสั้นๆ เมิร์ควู้ดที่ไม่มีผู้เป็นสหายคอยอยู่ใกล้ๆคอยพูดคุยหยอกล้อด้วยช่างดูน่าเบื่อหน่ายนักสำหรับมนุษย์ผู้ไม่รู้จะทำอะไรผู้หนึ่ง เอลลาดานและเอลโรเฮียร์ก็ยังปักหลักอยู่ที่ลอธลอริเอน ส่วน Ada ของเขา...นับจากวันที่เลโกลัสออกไปลาดตระเวณเป็นต้นมา ลอร์ดเอลรอนด์แห่งริเวนเดลล์ กษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ด และแกนดาล์ฟ พ่อมดเทา ก็เอาแต่ประชุมปรึกษาหารืออะไรบางอย่างเป็นการลับในอยู่ห้องหนังสือ และถึงว่าเขาจะอยากรู้แค่ไหน แต่อารากอร์นก็ยังไม่ใจกล้าพอที่จะไปแอบฟังโดยเสี่ยงต่อโทสะของเอลฟ์ทั้งสอง

 

“เฮ้อ...”

 

มันเป็นตอนนั้นเองที่ความเคลื่อนไหวจากด้านล่างดึงดูดความสนใจของดวงตาคู่สีเทาเอาไว้ อารากอร์นมองยามรักษาการที่รีบวิ่งไปเปิดประตูเมืองออก แล้วภาพของเอลฟ์หนุ่มผมทองที่ก้าวนำเข้ามาก็เรียกรอยยิ้มเบิกบานให้ปรากฏบนริมฝีปาก...ก่อนที่มันจะคลายลงกลายเป็นความกังวลแทน

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมเลโกลัสถึงกลับมาเร็วกว่ากำหนด? 

 

ในความเป็นสหายมานาน มีหรือที่อารากอร์นจะไม่รู้ว่า เอลฟ์ที่มีความรับผิดชอบสูงอย่างเลโกลัสไม่มีทางกลับมาเร็วกว่ากำหนด ยกเว้นก็แต่มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น?

 

อย่างรวดเร็วร่างสูงผละออกจากหน้าต่าง ขาก้าวยาวๆตรงไป หากยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าออกจากพระราชวัง ร่างสูงโปร่งของเจ้าชายเอลฟ์ก็กลับเดินสวนเข้ามา

 

“เลโกลัส?”

 

ที่ตรงหน้าของชายหนุ่ม คือร่างโปร่งบางของเจ้าชายเอลฟ์ผู้ยังคงดูปลอดภัยแข็งแรงดีเหมือนกับเมื่อสิบกว่าวันก่อน ยกเว้นก็แต่ไหล่และมือขวาที่มีร่องรอยของการทำแผลลวกๆแล้ว โดยรวมก็ไม่มีบาดแผลร้ายแรงอื่นใดอีก

 

ทว่า..นั่นคงเป็นแค่ทางร่างกายเท่านั้น ด้วยวงหน้างามที่ซีดขาว เรือนร่างโปร่งบางดูเกร็งเครียดจนผิดสังเกต ในดวงตาสีฟ้าใสที่เคยเป็นประกายงดงามเหมือนเช่นสีสันของท้องฟ้า หากเวลานี้มันกลับเต็มไปด้วยอารมณ์มากมายจนสับสน ทั้งความเครียด ทั้งความโกรธ ความเกลียดชัง และแม้ว่าอารากอร์นจะเคยได้เห็นเลโกลัสอยู่ในอารมณ์ต่างๆมามากมาย แต่นี่คงเป็นครั้งแรกอย่างแท้จริงที่เขาได้เห็นร่องรอยของ...ความหวาดกลัว?

 

“เจ้า..ไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

 

เสียงห้าวทุ้มขรึมลง หากคำถามนั้นกลับทำให้เจ้าชายหนุ่มคล้ายจะสะดุ้งน้อยๆ แพขนตาสีอ่อนกระพริบเบาๆอย่างรู้ตัวว่าตนเผลอแสดงความรู้สึกที่ไม่ควรออกไป เลโกลัสสูดลมหายใจลึก พยายามฝืนเรียกหน้ากากของเจ้าชายผู้สมบูรณ์แบบกลับคืนมาอีกครั้ง ใช่แล้ว เขาคือเจ้าชาย เขาต้องแข็งแกร่งอยู่เสมอ..

 

“ข้าไม่เป็นไร ขอบใจที่เป็นห่วง เอสเทล”

 

รอยยิ้มอย่างเต็มฝืนแต่งแต้มบนมุมปาก หากสีหน้าที่เครียดลงกว่าเดิมของอารากอร์นก็บอกชัดว่ารอยยิ้มของเขาไม่อาจหลอกสายตาอีกฝ่ายได้ รอยยิ้มค่อยๆจางลง ความเงียบดำเนินไปชั่วครู่ ก่อนที่ริมฝีปากสีอ่อนจะเอ่ยคำถามหนึ่งออกมา

 

Ada..กษัตริย์เอลฟ์อยู่ที่ไหน? ข้ามีเรื่องสำคัญจำเป็นต้องเข้าเฝ้า”

 

“พ่อของเจ้า..” เสียงทุ้มลังเลเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าไม่รู้แต่เพราะการที่อีกฝ่ายจงใจพูดคำว่ากษัตริย์เอลฟ์ออกมา ย่อมหมายความว่าอารมณ์ที่เลโกลัสมีต่อผู้เป็นบิดาในเวลานี้ไม่สู้ดีนัก หากในที่สุดอารากอร์นก็ตัดสินใจบอกออกไปตามความจริง “พ่อของเจ้ากำลังประชุมอยู่กับพ่อของข้าแล้วก็แกนดาล์ฟที่ห้องหนังสือ”

 

คิ้วเรียวเลิกขึ้นน้อยๆ ก่อนที่เอลฟ์หนุ่มจะผงกศีรษะแทนคำขอบคุณ

 

“เข้าใจแล้ว”

 

อย่างรวดเร็วร่างโปร่งก้าวเท้ายาวๆตรงไปยังห้องหนังสือ ท่าทางของอีกฝ่ายมันทำให้อารากอร์นนึกหวั่นใจจนต้องรีบเดินตามไปอยู่ไม่ห่าง เขารู้ว่าเลโกลัสก็รู้ว่าเรื่องที่ทำให้ผู้ยิ่งใหญ่สามคนนั้นจำเป็นต้องปิดห้องประชุมกัน มันไม่มีทางจะเป็นเรื่องเล็กไปได้ มิหนำซ้ำการที่อีกฝ่ายจงใจประชุมในช่วงที่เจ้าชายเอลฟ์ไม่อยู่ที่นี่ มันก็ทำให้ความน่าจะเป็นว่านั่นคือเรื่องของเอไลจาห์ยิ่งพุ่งสูงขึ้นจนแทบไม่มีทางที่จะผิดพลาด และมันก็คงไม่มีเรื่องไหนที่จะทำให้เลโกลัสมีโทสะได้มากไปกว่าการถูกปิดบังในเรื่องของชายคนนั้นอีกแล้ว

 

“ไม่ต้อง”

 

เลโกลัสยกมือโบกปัดเมื่อหน่วยองครักษ์ที่ยืนเฝ้ารักษาการอยู่หน้าห้องหนังสือทำท่าจะขานเรียกชื่อเพื่อบอกการมาเยือนของตน เอลฟ์หนุ่มทาบมือลงบนบานประตูก่อนจะผลักเข้าไปอย่างไม่ลังเล!!

 

“ข้ามีเรื่องด่วนจำเป็นต้องรายงานท่าน มายลอร์ด” 

 

เสียงบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกถูกกลบด้วยเสียงทุ้มกังวานใสของเจ้าชายเอลฟ์ ร่างโปร่งก้าวเข้าไปด้านใน ดวงตาคู่สีฟ้าใสเหลือบมองร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำทะเลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สูง นิ้วมือเรียวยาวประดับด้วยแหวนเพชรแซฟไฟร์กุมรอบแก้วไวน์สีแดงเข้ม ที่นั่งตรงข้ามของกษัตริย์เอลฟ์คือ ลอร์ดเอลรอนด์แห่งริเวนเดลล์ผู้กำลังจิบไวน์อย่างเยือกเย็น และแกนดาล์ฟ พ่อมดเทาผู้มีสีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดในเรื่องบางอย่าง

 

“ลอร์ดเอลรอนด์ แกนดาล์ฟ”

 

เจ้าชายเอลฟ์หรี่ตาลงน้อยๆยามเมื่อเอ่ยทักทายอีกสองคนผู้นั่งอยู่ในห้อง บางที..หากว่าเขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีกว่านี้อีกสักนิดล่ะก็ เด็กหนุ่มก็คงจะคาดการณ์ว่าทั้งสามคนคงแค่นั่งจิบไวน์พักผ่อนในยามว่าง ถ้าไม่ใช่เพราะ..เลโกลัสรู้ดีเกินกว่าจะเชื่อว่ากษัตริย์เอลฟ์ผู้มีภารระรัดตัวอยู่เสมอไม่มีทางที่จะมานั่งจิบไวน์ผ่อนคลายในเวลานี้ ยกเว้นก็แต่ว่าพวกเขาทั้งสามคนกำลังปรึกษาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่ และบทสนทนานั้นก็มีอันหยุดลงทันทีที่เขากับเอสเทลก้าวเท้าเข้ามาในห้อง?

 

“ยินดีต้อนรับกลับมา ลูกข้า”

 

ท่ามกลางความสงสัย เสียงนุ่มทุ้มไพเราะดุจเสียงดนตรีดึงความสนใจของเจ้าชายเอลฟ์ให้กลับคืนมาได้ไม่ยาก ดวงตาคู่สีอ่อนมองไปยังผู้เป็นบิดาที่วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ ร่างสูงขยับขาขึ้นไขว่ห้าง แผ่นหลังเอนพิงกับพนักเก้าอี้เมื่อเหยียดยิ้มบาง

 

“ทีนี้ก็..รายงานมาซิ”

 

ยังคงเป็นน้ำเสียงที่ไพเราะเสนาะหู หากอะไรบางอย่างในท่าทางของอีกฝ่ายกลับทำให้เลโกลัสรู้สึกกังวล บางทีมันอาจเป็นรอยยิ้มที่ดูแปลกตานั่น บางทีมันอาจเป็นเพราะเฉดสีฟ้าเทาที่สะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ่านออก หรือบางทีมันอาจเป็นเพราะการที่อีกฝ่ายไม่เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนอย่างเคย แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็ตาม เลโกลัสก็พบว่าตนไม่คิดที่จะสนใจมากไปกว่านั้น ความลับที่อีกฝ่ายเฝ้าปกปิดทำให้เขาโกรธเกินกว่าจะสนใจกับท่าทางที่ผิดแผกไปของผู้เป็นบิดา เรื่องของทอเรียลยิ่งทำให้เขาร้อนใจเกินกว่าจะสนใจเรื่องอื่น จากนี่ไปชายป่าด้านตะวันออก ต่อให้ขี่ม้าไปก็ยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มๆ เขาไม่คิดว่าตนจะมีเวลาให้เสียไปมากกว่านี้..!!

 

เมื่อตัดสินใจได้ เด็กหนุ่มจึงเริ่มรายงานถึงผลของการลาดตระเวณในช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมา ทั้งเรื่องรังแมงมุมที่ถูกทำลายไปสามรัง กลุ่มออร์คนับสิบที่ถูกสังหารทันทีที่พบเห็น เรื่องของกลุ่มมนุษย์ที่ราวกับรู้จักป่าเมิร์ควู้ดเป็นอย่างดีกลุ่มนั้น เว้นไว้ก็แต่เรื่องของชายคนนั้น เรื่องของทอเรียลและคำนัดหมายของอีกฝ่าย

 

“..พวกเขารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ มีการจัดวางตำแหน่งกำลังคนในจุดที่เหมาะสม มีการเตรียมม้าไว้ในตำแหน่งที่พอเหมาะพอควรที่สุด ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่อาจหนีรอดไปได้”

 

เจ้าชายเอลฟ์รายงานเสียงขรึม เขาไม่เข้าใจนักว่าทำไมผู้เป็นบิดาถึงได้ยังคงดูนิ่งเฉยกับเรื่องนี้ ทั้งที่นี่จัดได้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ตามปกติแล้วนอกจากฝีมือในการต่อสู้ พวกเขายังช่วงชิงความได้เปรียบด้วยความชำนาญในภูมิประเทศ ทว่าหากมีกลุ่มคนที่ชำนาญในเส้นทางแถบนี้เช่นเดียวกัน นั่นก็มีแต่จะเป็นอันตรายต่อหน่วยลาดตระเวณมากขึ้น

 

เหนืออื่นใด สิ่งที่ทำให้เลโกลัสสงสัยมากที่สุดนั่นคือความเชี่ยวชาญในพื้นที่ของอีกฝ่าย แม้แต่เอลฟ์เมิร์ควู้ดด้วยกันเอง หากไม่ใช่เอลฟ์ในหน่วยลาดตระเวณแล้วก็ยังมีน้อยคนนักที่จะเชี่ยวชาญภูมิประเทศในแถบนี้ ทว่าการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายมันราวกับรู้จักสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี..ดีจนเกินไป

 

“ข้าเชื่อว่ามีคนทรยศในเมิร์ควู้ด!”

 

นั่นเป็นหนึ่งในข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุด แต่ก็เป็นความเป็นไปได้ที่สุดเช่นกัน ก็ยังจะมีใครเล่าที่จะรู้จักป่าแห่งนี้ดียิ่งไปกว่าเอลฟ์เมิร์ควู้ดด้วยกันเอง มีก็แต่เอลฟ์เมิร์ควู้ดเท่านั้นที่จะสามารถชี้แนะชายกลุ่มนั้นได้ถึงสถานที่ปลอดภัยภายในป่าแห่งนี้

 

ทว่าใครกันล่ะที่จะทำในสิ่งที่เป็นเหมือนการทรยศต่ออาณาจักรแผ่นดินเกิดของตนเช่นนั้น!?

 

เลโกลัสไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนั้น ยิ่งไม่มีสมมุติฐานใดๆว่าเอลฟ์ผู้นั้นเป็นใคร ทว่าแค่เพียงมองดวงตาคู่สีฟ้าเทาของกษัตริย์เอลฟ์ที่มองสบกับดวงตาสีเทาของผู้เป็นสหายแวบหนึ่ง แค่เพียงชั่วเสี้ยวนาทีที่ทำให้เลโกลัสรู้..ว่าบิดาของตนรู้ว่าใครคนนั้นเป็นใคร รู้เช่นเดียวกับที่ลอร์ดเอลรอนด์ก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร บางทีในห้องนี้คงมีเพียงแค่เขากับเอสเทลเท่านั้นที่ไม่รู้อะไรเลย!

 

ฟันคมขบลงมาบนริมฝีปาก ความโกรธอันแรงร้อนพุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกในใจ ทว่ามันก็เป็นอีกครั้งที่เจ้าชายเอลฟ์ฝืนข่มความรู้สึกนั้นไว้ด้วยการควบคุมตัวที่ฝึกฝนมานาน เลโกลัสพยายามย้ำกับตนเองว่าเวลานี้ไม่มีเรื่องใดสำคัญไปกว่าเรื่องของทอเรียลอีก เด็กหนุ่มค้อมศีรษะลงเอ่ยปากขอตัวอย่างเป็นพิธีการ ทว่าเพียงแค่ร่างโปร่งหมุนกายหันหลังให้ หากก่อนที่จะทันได้ก้าวออกไปจากประตูนั้นเอง เสียงนุ่มทุ้ม..เยียบเย็น..ก็พลันดังขึ้น

 

“รอก่อน เลโกลัส”  

 

คำสั่งสั้นๆที่หยุดเท้าที่กำลังจะก้าวออกจากห้องของเจ้าชายเอลฟ์ได้อย่างชะงัด แม้ว่าใจจะเต็มไปด้วยความโกรธสักแค่ไหน แต่มันก็เป็นเหมือนเช่นทุกครั้งที่เลโกลัสไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นบิดาได้ เพราะนั่นไม่ใช่เป็นแค่เพียงคำสั่งจากบิดา แต่ยังเป็นคำสั่งจากกษัตริย์เอลฟ์..ผู้เป็นเจ้าชีวิตของตน

 

“ก่อนที่เจ้าจะออกไปจากห้องนี้ บางทีเจ้าคงอยากตอบคำถามข้าเรื่องหนึ่ง”

 

ในความเงียบงัน เลโกลัสแว่วเสียงกระทบกันของแพรไหมดังมาจากด้านหลัง เสียงที่ทำให้เขารู้ถึงการขยับตัวของผู้เป็นบิดา ความรู้สึกถึงดวงตาคู่คมที่จับจ้องมายังแผ่นหลัง อย่างแช่มช้าที่ร่างสูงขยับเท้าเข้ามาใกล้ ใกล้จนแทบรู้สึกได้ถึงละไออุ่นจากกายอีกฝ่าย ยามที่กษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ดเดินอ้อมมาหยุดยืนตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางมนให้แหงนเงยขึ้น แล้วเฉดสีฟ้าเทาเยียบเย็นก็มองลึกลงมาในดวงตาที่สั่นไหวของบุตรชาย

 

“ทำไมเจ้าถึงได้ไล่ตามมนุษย์คนนั้นไปตามลำพัง เลโกลัส” 

 

เวลาราวกับจะหยุดนิ่ง ดวงตาคู่งามเบิกกว้างมองผู้เป็นบิดาราวกับไม่อยากเชื่อหู ในบรรดาหลายร้อยหลายพันคำถามที่อาจจะเกิดขึ้น เจ้าชายเอลฟ์กลับไม่คิดมาก่อนว่าตนจะได้ยินคำถามนี้ออกมาจากปากอีกฝ่าย ทั้งที่เขาจงใจละเลยไม่พูดเรื่องนี้ออกมา ทั้งที่เขาเพียงแค่พูดสรุปโดยรวมว่าอีกฝ่ายหนีรอดไปได้ แต่เพราะอะไร Ada ถึงได้รู้เรื่องที่เขาไล่ตามมนุษย์คนนั้นไปตามลำพัง? ทำไมถึงรู้เรื่องที่มีแค่เอลฟ์ในหน่วยลาดตระเวณที่รู้ นอกเสียจากว่า..!!?

 

“ท่านสั่งให้โนแลนคอยรายงานความเคลื่อนไหวของข้า!?”

 

นั่นไม่ใช่คำถาม แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เลโกลัสพลันเข้าใจในที่สุด ในตอนนี้เองที่ทุกอย่างพลันดูสมเหตุสมผลขึ้นมา ทั้งการที่โนแลนขออยู่เฝ้าเวรยามตอนย่ำรุ่ง ก็เพื่อจะได้ลอบปล่อยนกมาแจ้งข่าวเรื่องนี้ให้กษัตริย์เอลฟ์ทราบ ทั้งการที่บิดาของเขาดูไม่มีท่าทางแปลกใจกับเรื่องที่ได้ยิน ทั้งหมดนั่นมันเป็นเพราะว่ารู้อยู่ก่อนแล้ว รู้จากสายที่วางไว้ข้างกายเขา!!

 

“ทำไมท่านถึงทำแบบนี้ Ada!!”

 

นั่นเป็นครั้งแรกที่เจ้าชายเอลฟ์โกรธมากพอที่จะตวาดใส่ผู้เป็นกษัตริย์ ร่างโปร่งบางสะบัดหน้าออกจากมืออีกฝ่าย สิ่งที่รับรู้มันยิ่งตอกย้ำถึงความจริงที่ว่าผู้เป็นบิดาไม่เคยเชื่อใจในตัวเขา ไม่เคยเชื่อใจพอที่จะบอกความจริง ไม่เชื่อใจจนถึงกับต้องจัดวางคนไว้ข้างกาย ตัวเขาไม่คู่ควรแก่การเชื่อใจขนาดนั้นเลยหรือ!?

 

“หากข้าไม่ทำเช่นนี้ ข้าก็คงไม่รู้ว่าเจ้าทำเรื่องโง่เขลาลงไปแค่ไหน!”

 

เสียงกร้าวเย็นยะเยียบด้วยความโกรธ หากว่าความโกรธของเลโกลัสเป็นเหมือนเปลวไฟอันแรงร้อนแล้ว ความโกรธของกษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ดมันก็เป็นเหมือนกับลาวาที่พร้อมจะหลอมละลายทุกสิ่งทุกอย่างให้มอดไหม้เป็นจุณ แม้ว่าตรงหน้าตนจะเป็นบุตรชายที่รักมากแค่ไหน เป็นคนรักที่เฝ้าทะนุถนอมดูแลมากเพียงใด แต่ก็เพราะว่ารักมาก ห่วงใยเหนืออื่นใด การที่ได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายเสี่ยงอันตรายเพื่อผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงชีวิตตนเองแม้แต่น้อย มันก็ยิ่งนำมาซึ่งความโกรธที่มากมายยิ่งกว่า

 

“กี่ครั้งแล้วที่ข้าเคยบอกเจ้าว่าอย่าตามศัตรูไปตามลำพัง! ครั้งนี้ยังโชคดีที่อีกฝ่ายมีจำนวนน้อย อีกทั้งโนแลนก็รีบตามไปทัน ไม่อย่างนั้น..” เสียงทุ้มชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สีฟ้าเทาตวัดมองบาดแผลบนไหล่ขวาของบุตรชาย แล้วความโกรธก็ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว “ไม่อย่างนั้นเจ้าคงได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว!!”

 

“แต่ข้าก็ปลอดภัยดี!” เจ้าชายเอลฟ์ขึ้นเสียงอย่างโกรธจัด ในความโกรธ ความหงุดหงิดที่ผสมปนเป มันทำให้เด็กหนุ่มไม่ทันสังเกตถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆในน้ำเสียงของอีกฝ่าย ตรงข้ามแล้วสิ่งที่เขาได้ยินมีก็เพียงคำต่อว่า คำพูดที่แสดงถึงความไม่เชื่อใจ ไม่เชื่อถือในฝีมือการต่อสู้ของเขาแม้แต่นิด “ข้าไม่ใช่เด็กแล้ว Ada! ข้าดูแลตัวเองได้ ข้าไม่ต้องการให้ใครมาคอยปกป้อง!!”

 

“หากเจ้าไม่ใช่เด็กแล้ว เจ้าก็ควรจะรู้จักคิดก่อนที่จะไล่ตามมนุษย์คนนั้นไป!”

 

มือกำแน่นจนแทบรู้สึกถึงเล็บคมที่จิกเข้าไปในเนื้อที่ฝ่ามือ บุตรชายของเขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเขาจำยอมปล่อยให้อีกฝ่ายออกไปผจญกับอันตรายนอกวังด้วยความรู้สึกแบบไหน ในความเป็นกษัตริย์ ในความเป็นบิดา ในความเป็นคนรัก สามสถานะที่แตกต่างและนำมาซึ่งการตัดสินใจที่ยากที่สุด แต่ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจในฐานะใด สิ่งที่กษัตริย์เอลฟ์ธรันดูอิลปรารถนามากที่สุดก็ยังคงเป็นความปลอดภัยของบุตรชายเสมอ ทว่าการได้รู้ว่าอีกฝ่ายกลับไม่แยแสความปลอดภัยของตนเอง ไล่ตามมนุษย์คนนั้นไปทั้งที่รู้ว่าเป็นกับดักก็เพราะเส้นผมบ้าๆปอยเดียวนั่น มันก็ทำให้กษัตริย์เอลฟ์กริ้วโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

ลึกลงไปในใจที่ไม่ยอมรับความจริง นั่นคือ การที่เขารู้สึกโกรธมากถึงเพียงนี้ สาเหตุหนึ่งมันก็เป็นเพราะการที่เลโกลัสยอมเสี่ยงอันตรายก็เพราะและเพื่อ..ทอเรียล..อีกครั้ง!!

 

เพื่อเอลฟ์สาวนางนั้นที่เลโกลัสเคยพูดออกมาด้วยตัวเองว่ารัก...ผู้หญิงคนเดียวกับที่ทำให้เลโกลัสเลือกที่จะผละจากเขาไปครั้งหนึ่ง! และเวลานี้เพื่อนาง..เลโกลัสก็จงใจปิดบังความจริงจากเขาเพื่อจะไปช่วยเหลือทอเรียลอีกครั้ง!!

 

โดยไม่รู้ถึงสาเหตุลึกลงไปของความโกรธของอีกฝ่าย เลโกลัสไม่รู้ว่าที่ผู้เป็นบิดาโกรธตนมากมันก็เป็นเพราะความหึงหวง เป็นเพราะห่วงและหวงมากถึงได้ยิ่งโกรธมาก หากเพราะความลับที่กษัตริย์เอลฟ์เฝ้าปกปิดครั้งแล้วครั้งเล่า มันจึงทำให้เลโกลัสมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่..การไม่ยอมรับในตัวเขา..อีกครั้ง

 

“ไม่ว่าเมื่อไหร่ท่านก็ทำเหมือนข้าเป็นเด็กอยู่เสมอ Ada

 

ร่างโปร่งบางสั่นน้อยๆด้วยความโกรธ เลโกลัสเบื่อเต็มทีกับการที่อีกฝ่ายทำเหมือนเขาเป็นแค่เด็กเล็กๆคนหนึ่ง ทั้งที่เขาได้พยายามแล้วที่จะพิสูจน์ตัวเอง พยายามแล้วที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับในตัวเขา แต่เห็นได้ชัดว่ามันล้วนแล้วแต่ไร้ความหมาย ทุกความพยายามที่ผ่านมา ทุกการกระทำที่ผ่านมา หากที่สุดแล้วในสายตาของอีกฝ่าย ตัวเขาก็เป็นได้แค่เด็กน้อยอ่อนเยาว์ที่ไม่อาจดูแลตัวเองจากโลกภายนอกได้อยู่ดี

 

ไม่เคยได้รับการยอมรับ ไม่ว่าจะในฐานะของเจ้าชาย..หรือในฐานะของคนรัก...ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ตัวเขาก็เป็นได้แค่ ‘เด็กน้อยของ Ada’ อย่างนั้นเหรอ?

 

ร่างโปร่งสูดลมหายใจลึก พยายามฝืนข่มกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้ และกลับเปลี่ยนความขมขื่นให้กลายเป็นคำพูดที่ทำให้ตนนึกเสียใจแทบจะทันที่ที่มันหลุดปากออกมา

 

“บางทีในสายตาของท่าน ข้าอาจไม่คู่ควรกับการเป็นรัชทายาท เด็กเกินกว่าที่จะเป็นเจ้าชาย แต่ไม่เด็กเกินกว่าที่ท่านจะพาขึ้นเตียงอย่างนั้นสินะ Ada!”

 

“เลโกลัส!!”

 

เสียงทุ้มตวาดลั่นด้วยโทสะ แรงกดดันอันไร้สภาพจากความโกรธเกรี้ยวของกษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ดมากพอจะทำให้อารากอร์นถึงกับถอยหนี เอลรอนด์และแกนดาล์ฟพลันลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนก ขณะที่ยามที่ยืนเฝ้ารักษาการณ์อยู่ด้านนอกถึงกับเข่าอ่อนลงกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ทว่าในบรรดาทุกคนที่ได้ยินเสียงตวาดอันทรงอำนาจนั่น กลับมีเพียงเจ้าชายเอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ดที่ยังคงนิ่งเฉย ดวงตาคู่สีฟ้าช้อนขึ้นมองสบเฉดสีฟ้าเทาเกรี้ยวกราดในดวงตาอีกฝ่ายแน่วนิ่ง ไม่ใช่ว่าไม่กลัว หากแต่โกรธจนเกินกว่าจะหวาดกลัวเช่นกัน

 

นับตั้งแต่หลายร้อยปีที่จำความได้ นี่คือครั้งแรกที่เลโกลัสโต้เถียงกับผู้เป็นบิดา คือครั้งแรกที่เขายังคงยืนกรานในความคิดของตน แม้จะนึกเสียใจกับคำพูดล้ำเส้นของตนที่พลั้งปากออกไป หากเด็กหนุ่มก็มาไกลเกินกว่าที่จะเอ่ยปากขอโทษอีกแล้ว

 

“ข้าจะไปช่วยทอเรียล”

 

ริมฝีปากบางเม้มน้อยๆยามเมื่อเอ่ยชัดถึงความต้องการของตน เขารู้ว่านี่เป็นกับดัก รู้ดีว่าชายผู้นั้นจงใจล่อเขาให้ไปหา แต่ว่า..ต่อให้สถานการณ์จะเลวร้ายกว่านี้อีกสักกี่สิบเท่า เลโกลัสก็ไม่ใช่คนที่คิดจะนิ่งดูดายและปล่อยให้สหายของตนต้องจบชีวิตลงในเงื้อมมือศัตรู

 

เขาไม่ได้ขี้ขลาดเช่นนั้น และไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาเพื่อให้อ่อนแอเช่นนั้น!

 

“ไม่ได้”

 

นั่นคือคำขาด คือคำสั่งจากกษัตริย์เอลฟ์ที่ไม่มีผู้ใดเคยกล้าฝ่าฝืน ทว่าเวลานี้ต่อเบื้องหน้าของเด็กหนุ่มผู้ตกอยู่ท่ามกลางความโกรธไม่แพ้กัน ต่อเบื้องหน้าของเจ้าชายเอลฟ์ผู้ต้องการจะทำให้ตนเป็นที่ยอมรับของบิดา คำตอบที่ดังผ่านริมฝีปากสีอ่อนออกมา ก็เป็นคำปฏิเสธอย่างที่ธรันดูอิล กษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ดไม่เคยได้รับมาก่อนตลอดระยะเวลาหลายพันปีมานี้

 

“ข้าจะไป” เฉดสีฟ้าใสในดวงตาสะท้อนถึงการตัดสินใจอันมั่นคง เขารู้อยู่แล้วว่า Ada จะไม่ยอมให้เขาไป เพราะรู้จึงได้จงใจละเลยไม่บอกเรื่องนี้ให้ทราบ แต่ว่าในตอนนี้..มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว “ท่านห้ามข้าไม่ได้ Ada

 

ประโยคที่มากพอจะนำมาซึ่งความตื่นตะลึงของทั้งหมด มันเป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปีที่มีใครสักคนหาญกล้าพอที่จะขัดคำสั่งของกษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ด ร่างโปร่งบางก้มหน้าลง เดินเฉียดผ่านข้างกายของผู้เป็นบิดาโดยไม่คิดหันมามองซ้ำสอง

 

ทว่า...

 

มันเป็นตอนนั้นเองที่มือที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กพลันกระชากร่างโปร่งให้หันกลับมาหา เลโกลัสทันได้มองลึกลงไปในเฉดสีฟ้าเทาที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวโกรธเพียงชั่วเสี้ยววินาที แล้วริมฝีปากอุ่นจัดก็พลันบดขยี้ลงมาบนริมฝีปากของตน!?

 

นั่น..เป็นจูบในแบบที่เลโกลัสไม่เคยได้รับมาก่อน จูบที่รุนแรงคละเคล้าไปด้วยความโกรธที่มากยิ่งกว่า ฟันคมขบกัดลงมาแรงพอที่จะเรียกหยาดโลหิตให้ผุดซึม หากความเจ็บเพิ่งเกิดขึ้นเพียงน้อยนิด ปลายลิ้นรุ่มร้อนที่ไล้เลียลงมาก็กลับทำให้ความรู้สึกนั้นแตกต่าง รสสัมผัสที่ไม่ได้นุ่มนวลอ่อนหวาน แต่กลับเป็นจูบที่เจือไปด้วยรสชาติขื่นขมของโลหิต รสจูบที่รุ่มร้อนรุนแรงเปี่ยมด้วยความเป็นเจ้าของ มันเป็นครั้งแรกที่เจ้าชายเอลฟ์ได้พานพบกับจูบที่ราวกับจะตักตวงช่วงชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา ทั้งลมหายใจ ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ

 

...ช่างแตกต่างจากรสจูบนุ่มนวลอ่อนโยนที่เคยได้รับจากอีกฝ่ายมาก่อน... 

 

“เจ้าบอกว่าข้าห้ามเจ้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ” เสียงนุ่มทุ้มเยียบเย็นบาดลึกลงไปในโสตสัมผัสของเด็กน้อยผู้หอบหายใจจนตัวสั่น ดวงตาคู่สีฟ้าเทามองร่างโปร่งบางตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเป็นเจ้าของ บางทีคงถึงเวลาแล้วที่บุตรชายของเขาจะได้เรียนรู้บทเรียนว่าตนเองนั้นเป็นของเขา..ของเขาคนเดียวเท่านั้น “เจ้าผิดแล้ว แน่นอนว่าข้าห้ามเจ้าได้ ทั้งตอนนี้และตลอดไป ลูกข้า”

 

Ada!!?”

 

เสียงกังวานใสตะโกนลั่น เด็กหนุ่มแทบเผลอกัดลิ้นตัวเองด้วยความตกใจเมื่อพลันถูกตวัดขึ้นพาดบ่า ร่างโปร่งพยายามดิ้นรน หากมันก็เป็นอีกครั้งที่ผู้เป็นบิดาพิสูจน์ให้เห็นถึงแรงที่เหนือกว่า ไม่สำคัญว่าเลโกลัสจะพยายามดิ้นจนสุดกำลังแค่ไหน หากมือที่โอบเอวของเขาเอาไว้ก็ยังมั่นคงยิ่งกว่า

 

วงหน้างามแดงก่ำ ดวงตาคู่สีฟ้าทันได้เห็นสีหน้าแตกตื่นตกใจของเหล่าเอลฟ์ด้านนอกแวบหนึ่ง แล้วย่างก้าวที่รวดเร็ว ไม่มีแม้แต่ท่าทางกินแรงของผู้เป็นบิดาก็ทำให้ภาพทิวทัศน์รอบด้านกลับเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้วก่อนที่จะทันได้รู้ตัว ร่างโปร่งบางก็ถูกโยนลงบนเตียงอย่างแรง!?

 

ฟูกนุ่มๆรองรับแรงกระแทกจนไม่รู้สึกถึงความเจ็บ หากการถูกหมุนเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วก็ยังทำให้เจ้าชายเอลฟ์รู้สึกสมองหมุนตาลายไปชั่ววูบ แพขนตาสีอ่อนกระพริบเบาๆอย่างงุนงง กวาดตามองรอบด้านเพียงเพื่อจะพบว่าถูกพากลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง ชั่ววินาทีนั้นที่เลโกลัสไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งได้เห็นภาพของร่างสูงสง่าที่กำลังก้าวเดินออกจากประตูไป แล้วเด็กหนุ่มก็พลันถลันลุกขึ้นจากเตียง!

 

..น่าเสียดายที่มันสายเกินไป...

 

“จงอยู่ในนี้จนกว่าเจ้าจะได้สติรู้คิดอีกครั้ง”

 

น้ำเสียงที่เย็นยะเยียบ หากเฉดสีฟ้าเทาในดวงตาของผู้เป็นบิดากลับเยียบเย็นยิ่งกว่า เลโกลัสทันได้เห็นสีหน้าเย็นชาของกษัตริย์เอลฟ์เพียงชั่วเสี้ยววินาที แล้วบานประตูห้องนอนก็พลันถูกปิดลง!

 

Ada!!” มือเรียวงามทุบกระแทกบานประตูอย่างบ้าคลั่ง หากไม่ว่าจะออกแรงสักแค่ไหน บานประตูหนาหนักที่ถูกลงกลอนจากด้านนอกก็ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการสั่นไหว เจ้าชายเอลฟ์แว่วเสียงของอีกฝ่ายออกคำสั่งให้หน่วยองครักษ์ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องของเขาตลอดเวลา แล้วเด็กหนุ่มก็ทำได้แค่เพียงแผดเสียงลั่นด้วยความโกรธ

 


“ปล่อยข้าออกไป!! Ada!!”

 

 

 

 

 

- - - - TBC. - - - -

 

 
 
อะแฮ่มๆ อ่านจบตอนนี้แล้วอย่าเพิ่งโกรธแค้น Ada กันนะค้า >< หนุ่มใหญ่(?) เพิ่งเรียนรู้รักก็ขี้หึงขี้หวงเป็นธรรมดา    ช่วงนี้อารมณ์ข้าวใหม่ปลามันที่ชีวิตคู่ยังไม่ลงตัวกันเท่าไหร่ เดี๋ยวต่อไปก็คงจะค่อยๆปรับจูนเข้าหากันได้เอง ถ้าไม่มีอุปสรรคจากชายชู้(?) มนุษย์ที่ยังคงอยากเป็นมือที่สาม(?) และลูกชายนอกกฎหมาย(?) /ฮา
 
 
 
 
สำหรับตอนนี้...มาช้าตามเคย TAT งานยุ่งมากจริงๆค่ะ แอบสารภาพว่าตอนนี้แต่งจบไปตั้งแต่สองอาทิตย์ที่แล้ว แต่อ่านแล้วยังไม่พอใจ ก็เลยลบแก้โละใหม่ซะเกือบหมด ส่วนตอนหน้า...ให้คำมั่นได้เลยว่าคงช้าเหมือนเดิม //งานมันยุ่งจริงๆน้า~ เพิ่งจะได้กลับมากทม.ก็เมื่อคืนนี้นี่แล กว่าจะหายยุ่งก็คงเดือนมิ.ย.นั่นแหละค่า TAT (มั้ง)
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เอ๊ะ!! นี่มันยังไงกันเหตุไฉนไรเตอร์หายหน้าหายตาไปนานจังเลย 
เราแอบมาชะเง้อหาหนูน้อยเลโกลัสอยู่หลายครา
เหตุใดท่านไรเตอร์มุกถึงยังไม่พาหนูน้อยเลโกลัสมา
คิดถึงจังเลยคุณมุกขาช่วงนี้เรางานยุุ่งเลยไม่ค่อยได้แวะมา แต่เค้าแวะมาแล้วน้า คุณมุกอัพเถอะคะ หรือว่าจะรอรวมเป็นเล่มสามเลยที่เดียวน้อ
ยังไงแวะมาทักทายรีดเดอร์บ้างนะคะคาดว่าคุณมุกคงยุ่งน่าดูถึงหายไปนานขนาดนี้
รักษาสุขภาพด้วยนะคะคุณมุก คิดถึงมากคร้า

#38 By i am NO.1 (101.108.110.70|101.108.110.70) on 2015-07-14 16:15

ตั้งหน้าตั้งตาคอยพี่มุกอัพตอนใหม่ big smile open-mounthed smile confused smile
ตอนไปงานMC3ดีใจมากๆเลย ได้ลายเซ็นพี่มุกด้วย ><   พี่มุกตัวจริงน่ารักมากๆ 

#37 By prom (58.8.154.177|58.8.154.177) on 2015-07-05 10:24

🐮🐰🐴🐔🐷🐺🐵🐶🐩🐏🐐🐑🐈🐅🐂🐹🙉🐟🐛🐌🐞🐝🐡👴🏼👳🏻👱🎅🏻💂👬👨‍👨‍👧‍👦👨‍👩‍👧‍👦😂🐂😏😔😓😕😞😡😞😆😚😓😁😀👨‍👩‍👧‍👦🙆👨‍❤️‍👨 เข้าแถวรอออออ

#36 By ❤️👑🍷 (49.230.116.3|49.230.116.3) on 2015-07-04 22:23

โผล่หัวมาเม้นอีกรอบ เพิ่งสอย blood bond 1,2 จากงาน movie carnival มา รอให้รีปรินท์ไม่ไหว อยากอ่าน เล่ม 2 ส่วนที่ท่านมุกบอกว่าปรับแต่งให้เข้ากับหนังภาค3
พออ่านแล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ ชอบเวอร์ชั่นใหม่ที่แต่งมากกว่า อาจจะเพราะดูหนังมาเลยอินด้วยละมั้งคะ โดนเฉพาะตอนที่ป๋าด่าธอเรียล อันนี้โดนใจมากเพราะจุดที่ด่าคล้ายกับที่เราคิดตอนดูหนังเลยอะ

แล้วยังตอนพิเศษ 4 ตอนนั่นอีก ทำให้รู้ว่า
1. เลโก้อยากแต่งงานกับป๋าตั้งแต่เด็ก (เลือกได้ดีมากคร่ะ แม่ยกฟิน)
2. อารากอร์นน่าสงสารมาก (ก็นะ นายเป็นพระรอง จริงๆก็อยากจะยอมให้นายได้ first kiss เลโก้ไปอยู่หรอกนะ แต่เมื่อความจริงถูกท่านมุกเฉลยในตอนพิเศษ ที่ทำเอาคนอ่านฟินถึงสวรรค์และบอกกับตัวเองว่า ใช่แล้ว ยังไง๊ยังไง first kiss ของเลโก้ก็ยกให้อารากอร์นไม่ได้จริงๆ เพราะมีคนที่คู่ควรกว่านั้น)
3. ฮันเดียร์เป็นพวกชอบคิดเองเออเอง และจะต้องอกหักในเร็วๆนี้
4. ประวัติเอไลจาห์เป็นอย่างนี้นี่เอง ผิดจากที่คาดไปหน่อย (อย่างน้อยก็เดาถูกอยู่ส่วนนึงล่ะฟะ)

#35 By Rain (114.109.250.162|114.109.250.162) on 2015-06-25 20:16

นานไปแล้วครัช -3-

#34 By GugGugGai on 2015-06-09 21:01

รออออออออออออ

#33 By 🍷🍷🍷 (49.230.83.108|49.230.83.108) on 2015-06-07 00:56

คุณมุกมาได้แย้วววว ^^

#32 By GugGugGai on 2015-06-04 23:28

มาเถอะคนดี เรารอบ็อกเซ็ทอยู่ ^^

#31 By GugGugGai on 2015-06-01 23:16

^__^

#30 By GugGugGai on 2015-05-31 14:50

ยะฮู้ๆๆ สวัสดีคุณมุก คิดถึงฝุดๆ ช่วงนี้งานยุ่งโคตรๆ เลยไม่ได้แวะเวียนมาทวงฟิคเลย อุ้ย!!! เผลอหลุดความคิดส่วนตัวออกไปอีกแล้ว อิอิ
ช่วงนี้ยุ่งมาก ยุ่งมายอะไรกันนี่แต่ก็ยังไม่ลืมฟิคเรื่่องนี้นะคะรออ่านอยู่เสมอนะคะ คิดถึงอยู่ทุกวัน
คิดถึงหนูน้อยเลโกลัสกับอดาจังเลย
จุ๊บๆ หวังว่าคงมาต่อในเร็ววันนี้นะจ๊ะ

#29 By i am no.1 (101.109.218.180|101.109.218.180) on 2015-05-28 10:12

นานแล้วนะคนดี แต่เราสัญญาว่าเราจะรอต่อไปจนกว่าเราจะได้บ็อกเซ็ต 555

#28 By GugGugGai on 2015-05-28 00:13

ป่านนี้ตัวน้อยของเราจะเป็นยังไงบ้างน๊าา~~ ^__^

#27 By GugGugGai on 2015-05-26 23:36

อ่านแล้วก็เหนื่อยแทน เมื่อไหร่จะคุยกันดีๆ เมื่อไหร่จะปรับความเข้าใจกันได้สักที ไม่เอาแล้ว อยากให้มีความสุขแล้ว ไม่ดราม่าแล้ว ;(

#26 By GugGugGai on 2015-05-25 23:13

เฮ้ยูวววว เราอยากได้แบบเป็นเซ็ตทั้งสามเล่มจริงๆนะ ^__^

#25 By GugGugGai on 2015-05-24 22:09

เรารอออ ^^

#24 By GugGugGai on 2015-05-24 02:12

เลโกลาสเจ็บตัวอีกจนได้(ก็คนมันน่ารักน่าแกล้งอ่าเนีอะ open-mounthed smile ) เด็จพ่อยังเท่ห์วายป่วงเหมือนเดิมแม่ออกมาแค่สั้นๆ

#23 By nattsubi (110.49.207.42|110.49.207.42) on 2015-05-21 16:36

มาต่อเร็วๆน๊าาาา ^__^

#22 By GugGugGai on 2015-05-20 22:15

จ๊ะเอ๋ คุณมุกคนฉวยยยยย ^__^ เค้ามารอทุกวันเลยน๊าาา อย่าลืมพิจารณาเรื่องบ็อกเซตที่เค้าเสนอโด้ยยย ^^

#21 By GugGugGai on 2015-05-19 00:22

เป็นกำลังใจให้คุณมุกมาต่อฟิค แล้วเปิดขายยกเซ็ตไวๆนะคะ เรารออยู่ ^^

#20 By GugGugGai on 2015-05-18 02:15

กำลังเข้มข้น รอตอนต่อไป cry

#19 By MissFuฯ on 2015-05-18 00:48

เลโกะของเราเจ็บมานานแล้วน๊าาา~~ ให้นางมีความสุขซักทีเถอะ สงสาร ;(;(

#18 By GugGugGai on 2015-05-16 10:07

อ๊ากกกส์ กลับมาอ่านแบบมีสติอีกที รู้สึกปวดใจ หวังว่าจะไม่เป็นอย่างเราที่คิดนะ รู้สึกแปร่งๆแล้วว่าทำไม Ada ไม่ยอมบอกหนูน้อย ถ้าจริง อย่างที่คิดจะทำใจไม่ได้อ่ะ ขอให้เรามโนไปเอง ไม่งั้นเลจังจะยิ่งน่าสงสารกว่านี้ Adaก้อด้วยโดนด่าฟรี555 (คำว่าชายชู้เนี่ย ทำคดีพลิกเรยยป่าว) มโน มโน นะโม 😱😝😅😁☺️😍

#17 By Eryn (49.230.100.72|49.230.100.72) on 2015-05-15 23:43

เรามารอที่หน้าฟิคทุกวันเลยน๊าาา ^^ พิจารณาเรื่องบ็อกเซตให้เราด้วยนะคนดี ^__^

#16 By GugGugGai on 2015-05-14 09:17

โอย ขอกรีดร้องหน่อยเถอะค่ะ ออกมาแต่ละตอน น้ำย่อยมันกัดกระเพาะคนอ่านจนจะทะลุแล้วนะคะ พออัพตอนใหมีก็อย่กอ่านตอนต่อไปต่อ
(ลงไปดิ้นกับพื้น)

คุณป๋าก็ยังร้อนแรงเหมือนเดิม จูบจนเลือดสาดเลยนะครัช ไอ้ความหวานเชื่อมหยดย้อยใน3-4 ตอนที่แล้วมันหายไปไหนคะ เข้าใจนะว่าป๋าหึง ก็บอกไปตรงๆเด้ ปิดนู่นปิดนี่อยู่ได้ เลโกลัสเครียดจะตายอยู่แล้วนะ (โทษทีพอดีเป็นแม่ยกเข้าข้างเคะแทบทุกเรื่อง เรื่องนี้ก็เข่นกัน)

เรื่องทอเรียลหนูน้อยของคุณป๋าก็บอกไปแล้วว่าไม่ชอบ เขาแค่อยากจะไปช่วยเพื่อนกับฐานะเจ้าชายที่รักผู้ร่วมเผ่าพันธุ์เท่านั้นเอง ป๋าอย่าเพิ่งหึง

พ่อลูกคู่นี่ เมื่อไหร่จะปรับความเข้าใจได้ซักทีนะ คนอ่านลุ้นค่ะลุ้นนน

โจชัว อืม ตอนแรกคิดว่าเป็นตัวจริงแล้วนะเนี่ย แต่พอคิดอีกที โจชัวมันถูกตัดหัวไปแล้วนี่หว่า แถมยังผ่านมาตั้ง 400 กว่าปีแล้วด้วย รึจะเป็น โหลนของโหลน อะไรจะพยาบาทยาวนานขนาดน้าน embarrassed ยังไงก็ช่าง ในฐานะแม่ยกขอแช่งให้คุณเอ็งตายไปซ้าาา


ส่วนมือที่3? แหม่ๆ เราชักอยากเชียร์แล้วนะ เห็นพ่อลูกไม่เข้าใจกันแล้วอยากให้เอสเทลเข้าไปแทรกจริงจริ๊ง แต่นายเป็นพระรองอะนะ ก็เป็นได้แค่นั่นแหละ (ตบบ่าเบาๆ)

ส่วนลูกชู้? ตอนนี้สันนิษฐานว่า ไม่ใช่ลูกธรันดูอิล แต่ถ้าเหมือนธรันดี้ ก็อาจจะเป็นลูกลับๆของโอโรเฟอร์? งืม รอท่านมุกมาเฉลย

รอสอยเล่ม 3 และ reprint 1,2 อยู่นะค้า เงินในมือสั่นไปหมดแย้ว เก๊าอยากอ่านตอนพิเศษ

#15 By Rain (114.109.250.162|114.109.250.162) on 2015-05-13 18:02

เห็นไรเตอร์อัพแล้ว ดีใจน้ำตาจะไหล ฮาาาา
ตอนนี้ช่างบีบหัวใจนัก
ทั้งลูกทั้งพ่อ
ฮืออออออออออออออ

#14 By 【 Shin_kt 】 on 2015-05-13 16:25

อดาอย่าใจร้ายเลย ^^

#13 By GugGugGai on 2015-05-13 13:41

เราก็ยังยึดมั่นในคำสัญญานะว่าจะมาเม้นทุกวันจนกว่าคุณมุกคนฉวยจะมาต่อ ^^

#12 By GugGugGai on 2015-05-12 23:11

กรี๊ด อ่านรวดเดียวจบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
มีทางไหนจะส่งแฟนอาร์ตให้คุณมุกได้บ้างคะ
มันอริ้งอร้างมากกกก ทนไม่ไหวววววว
ขอบคุณที่เขียนงานดีๆให้เสพนะคะ เป็นกำลังใจและรอคอยต่อไปค่า

#11 By Orangepeel (1.47.8.222|1.47.8.222) on 2015-05-12 19:31

ชอบมากกกกก (แอบซุ่ม)ติดตามมาตลอดดดด
ไม่พลาดซักตอน เข้ามาดูตลอดว่า ไรเตอร์ อัพยังหน่ออออ  สุดยอดดดดด
ขอบคุณไรเตอร์มากคะที่อัพมาเรื่อยๆ รู้ว่าเหนื่อย แต่เปิ้ลก็ช่วยไม่ได้ ได้แค่เชียร์นะคะและรอ สู้ๆนะคะconfused smile

#10 By APPLE (171.96.181.170|171.96.181.170) on 2015-05-11 16:19

อ่านจบแล้ว กลับมาเม้น....ค่า
Ada ทรงเป็นไรมากป่าวเพคะ ทำยังงี้มัดตัวผูกติดกันไปเลยเซ่....(เชือกพร้อม หนูน้อยก็พร้อม) ทรงทำเหมือนวัยเกรียนเรียนรักมากๆ
เอไลจาห์น่ะคราย ...บอกๆ ไปซะ (รีดเดอร์ รอฟังอยู่) ลูกหรือชู้รัก...โอ..ม่ายน้า...เดี๋ยวหนูน้อยน้ำตาเช็ดหัวเข่า
ตอนหน้าขอแบบจำเลยรัก...เอ่อเบิ่บ...
หนี...ตามเจอ..ตบจูบ..ข่มขืน (แอร่ยยยอันนี้มันเลยจุดนั้นมาแล้ว)กักขัง หน่วงเหนียว จดทะเบียนสมรส (เอ..เอลฟ์นี่มีจดทะเบียนไหม ?)
อ้อ...ลืมไปอีกอย่าง...
Ada แกล้งลืมป่ะ..ได้ตัวน้อยฟรีๆ เหรอ พิธงพิธีไม่จัดเลยเหรอ ยกน้ำชาก็ยังดีนะ ไหว้ฟ้าดิน ก็ได้ หรือจะผูกข้อไม้ข้อมือ...เลือกเอาสักทาง...

#9 By เร้นกายในสายหมอก (118.174.41.2|118.174.41.2) on 2015-05-11 14:25

ชักจะสนุกไปกันใหญ่แล้ว หวังว่าจะกลับมาดีกัน หรือ ไงต่อ?  รอติดตามแบบใจจดใจจ่อเลยค่ะ สู้ๆค่ะไรท์เตอร์  จะรออ่านตอนต่อไป สนุกมากค่ะเรื่องนี้ สุดๆไปเลยจริงๆ 

#8 By Don't know (171.99.181.42|171.99.181.42) on 2015-05-11 12:52

กรี๊ดดดดดดดดดดัง ๆ ให้กับการรอคอย
ยังไม่ได้อ่าน แต่ขอกรี๊ดก่อนค่ะ

#7 By เร้นกายในสายหมอก (118.174.41.2|118.174.41.2) on 2015-05-11 08:35

สวัสดีค่ะคุณมุก ดีใจจังที่มาอัพต่อแล้วและก็ดีใจมากเลยที่คุณมุกมาอัพตรงกับวันเกิดเขาพอดีเลย ฮ่าๆๆ ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดให้เขาก็แล้วกันนะ แต่ว่าเพิ่งเม้นได้เพราะอ่านในโทรศัพท์อ่ะนะ คุณมุกมาอัพช้าเราเข้าใจนะว่าทำงานมันหนักจริงๆ เพราะเราเองก็งานยุุ่งสุดๆ แต่ว่านะยังไงเราก็แวะเวียนมาหาคุณมุกทุกวันนะเอ้อ อิอิ cry surprised smile confused smile คุณมุกสู้ๆ
มาเข้าเรื่องกันเถอะ!!!
หนูน้อยจ๋า อดาห้ามก็เชื่อฟังหน่อยเถอะนะ อย่าออกไปช่วยทอเรียลเลยนะ (ถึงจะสงสารนางก็เถอะ) อดาทำยังเงี้ยเขามีเหตุผลนะเอ้อ!!! ถึงจะหึงมากกว่าเหตุผลไปหน่อยก็เถอะ ฮาๆ
คุณอดาก็นะทำไรก็ให้เบาไม้เบามือหน่อยสิ หนูน้อยเขาบอบบางมากนะที่ผ่านมาก็เจ็บไม่รู้เท่าไหร่แล้ว
อยากบอกว่าตอนนี้แค่สามีภรรยาเขาทะเลาะกัน เฮ้ยยย พ่อลูกทะเลาะกันแต่เป็นการทะเลาะกันที่ฟินที่สุดในสามโลกเลยคร้า
แล้วอย่าลืมมาอัพต่อนะคะคุณมุก สู้ๆๆ

#6 By i am no.1 (118.174.202.38|118.174.202.38) on 2015-05-11 08:17

😘😘😘ขอบคุณค่ะ คุณมุก ตอนแรกนึกว่าตาฝาด...555
ตอน 22 จริงๆเหรอ อิอิ รอนาน จนกระเพาะครากกกเรย โฮะ โฮะ
Ada รัก ก้อบอกว่ารักเถอะ สงสารเลจัง จะได้ไม่เจ็บปวดอยู่แบบนี้
อยากอ่านต่อ มว๊าก เอาใจช่วยให้งานยุ่งน้อยลงนะคร๊าาา เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ หวานขึ้นหน่อยได้มั๋ยคู่นี้ ไม่งั้นให้เอสเทลกะฮัลเดียร์
มาช่วยซับน้ำตาไปพลางๆก่อน แฟนคลับจาได้ไม่ต้องขมใจ (อิน!!รู้สึกตัวเองเป็นเลจังไงไม่รู้ 555) รัก Ada รัก เลกี้ 💘💘💘

#5 By Eyrn (49.230.71.218|49.230.71.218) on 2015-05-11 07:32

ไม่ทันแล้ว!!! โกรธอดาไปแล้ว!!! ทำไมไม่ยอมบอกเขาดีๆว่าเป็นห่วง ทำไมไม่ถามเขา ทำไมไม่ยอมบอกความจริง คนเป็นพ่อรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรอว่าลูกต้องการอะไร #ผมนี่ขึ้นเลย -..-
ปล.เราเม้นทุกวันตามสัญญาเลยนะ *^*

#4 By GugGugGai on 2015-05-11 01:54

โอ้ย ........... อดา - - ใจร้ายอ่า(ตาแก่ขี้เมาเอาแต่ใจ) จับเลกี้ขังคุกและนางจะไปช่วยธอเรียลยังไง (แอบสงสารธอเรียลเบาๆ) ขอบอกเลยว่า ตอนที่ 22 นี้ชอบบทพูดโต้เถียงของ2ผัวเมีย เอ้ย !! พ่อลูก คู่นี้จริงๆ อีกคนเถียงอีกคนดื้อพอกันอะทั้งคู่ ไรเตอร์ใช้ภาษาได้สวยงามอ่านและรื่นไหลอินไปกับบทเลยคะ เห็นภาพเป็นช๊อทๆเลย  แอบเชียร์เอสเทลให้พาเลกี้หนีจากคุกไปจริงๆ  เอสเทลจะกล้าทำไมละเนี่ย = = (เดี้ยวโดนลอร์ดเอลรอนตีตูดลาย) question

ขอบคุณไรเตอร์มากเลยนะคะที่อัพต่อให้ cry
เราเข้าใจดีจ้าว่าแต่งฟิคค่อนข้างจะเหนื่อยเลยทีเดียว อยากให้ไรเตอร์ดูแลสุขภาพดีๆนะคะจะได้พร้อมสู้กับงานและชีวิต  เรามั่นใจว่าคนอ่านทุกคนรอได้จ้า ^^ ไม่ต้องรีบแต่งจนกดดันเกินไปนะคะ เดี้ยวป่วยไปจะยุ่งจ้า สู้ๆนะคะไรเตอร์ อันนี้ทวิตเรา Matcha pasukit จ้า (สาววายทุกคนที่เห็นแอดมาได้นะจ้า มาคุยสนุกสนานแลกเปลี่ยนฟิคหรืออื่นๆตามชอบได้เลย ยินดีมากๆคะที่ได้เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทุบกำแพงแห่งศิลธรรมนี้กับทุกคน)  #สาววายจงเจริญ 

#3 By prom (171.96.180.35|171.96.180.35) on 2015-05-11 01:08

#2 By (223.204.249.5|223.204.249.5) on 2015-05-10 23:06

เวรกรรม พ่อลูกคู่นี้นี่ยังไง ไปกันคนละทางเเล้ว-{}- ติดตามต่อไปค่ะ

#1 By kapukkapik on 2015-05-10 22:13