[Fic Hobbit2] Blood bond Chapter 21 [NC-xx?]

posted on 30 Mar 2015 02:15 by mukkuk
 
Blood bond
 
 
Pairing : Thranduil x Legolas
 
Rate : NC-xx?
 
Note : เรามาข้ามกำแพงศีลธรรมด้วยกันเถอะ >///<
 
 
 
 

Chapter 21

 

 

 

...เอไลจาห์ บุตรแห่งธรันดูอิล...!!?

 

ชั่วขณะที่ภายในท้องพระโรงอันกว้างใหญ่พลันเงียบงัน ชั่วขณะที่คู่สายตาทุกคู่ต่างมองมายังชื่อที่แกะสลักบนมีดสั้นเล่มนั้นแน่วนิ่ง นั่นคือนามที่ทำให้เหล่าเอลฟ์ผู้มีอายุกว่าพันปีต่างก็หน้าซีดเผือด พวกเขาที่ต่างก็รู้ถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น รู้ดีถึงความเป็นมาของเจ้าของนามนี้ ทว่าสำหรับเอลฟ์ที่อ่อนเยาว์ลงมาแล้ว นามนั้นกลับเป็นที่แปลกหูยิ่งกว่า นั่นคือนามที่พวกเขาไม่เคยได้ยิน คือศักดิ์ฐานะที่ควรเป็นของเจ้าชายเลโกลัสแต่เพียงผู้เดียว ทว่าเวลานี้กลับมีใครอีกคนหนึ่งที่ใช้ฐานะเดียวกันอย่างนั้นหรือ!?

 

เช่นเดียวกับผู้อื่น กาลิออนมองไปยังมีดสั้นเล่มนั้นด้วยสีหน้าซีดเผือด แน่นอนว่านามดังกล่าวย่อมไม่แปลกหูสำหรับเขา ทว่าใครเลยจะคิดว่าหลังจากหลายพันปีผ่านไป นามที่เคยเลือนหายไปจากเมิร์ควู้ดนามนั้นก็กลับหวนคืนมาอีกครั้ง มิหนำซ้ำยังเป็นการคืนกลับมาบนอาวุธที่เกือบคร่าชีวิตของเลโกลัสอีกด้วย!?

 

โดยไม่รู้ตัว..กาลิออนลอบเหลือบมองไปยังร่างสูงผู้ประทับนิ่งอยู่บนบัลลังก์ วงหน้างดงามของผู้เป็นกษัตริย์ยังคงเยือกเย็นนิ่งเฉย หากมือที่วางอยู่บนท้าวแขนกลับกำแน่นจนกาลิออนแทบนึกหวั่นแทนความปลอดภัยของบัลลังก์ที่แกะสลักจากไม้โอ๊คพันปี

 

ใช่แล้ว กษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ดไม่ได้กำลังอยู่ในอารมณ์เยือกเย็นเลยสักนิด ตรงข้ามแล้ว..แค่เพียงมองดวงตาสีฟ้าเทาที่ลุกโชนด้วยความโกรธเกรี้ยวคู่นั้น มันก็ทำให้คนสนิทถึงกับหลบตาลง..หวาดหวั่นจนแทบไม่กล้าเหลียวมองซ้ำสอง

 

หากไม่นับเรื่องของเจ้าชายเลโกลัสแล้ว ก็คงมีแต่เรื่องของเจ้าชายเอไลจาห์เท่านั้น ที่สามารถทำให้กษัตริย์เอลฟ์ผู้เย็นชาแสดงออกถึงความโกรธในระดับนี้..

 

“กาลิออน”

 

เสียงนุ่มทุ้มเยียบเย็นจนน่าขนลุก กาลิออนถอนหายใจยาว เข้าใจดีถึงคำสั่งที่ไม่ได้เอ่ยออกมาของผู้เป็นนาย ชายหนุ่มก้าวออกไปด้านหน้าก้มลงใช้ผ้าห่อหุ้มมีดเล่มนั้นซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะหยิบขึ้นมาทั้งห่อผ้าด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด

 

มีดสั้นมอร์กุลคือที่สุดของอาวุธอันชั่วร้าย ไอมืดที่หลอมรวมอยู่ในคมดาบคือคำสาปอันโหดเหี้ยมของราชาแห่งแองก์มาร์ และแม้ว่าจะมีผ้าห่อหุ้มอยู่ชั้นหนึ่ง แต่ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาก็ยังทำให้มือของกาลิออนแทบชาแข็ง เอลฟ์หนุ่มค่อยๆประคองส่งมอบอาวุธชิ้นนั้นให้แก่ผู้เป็นกษัตริย์ ร่างสูงผู้รับห่อผ้านั้นมาด้วยสีหน้าที่ยังคงเย็นชาไม่เปลี่ยน ดวงตาคู่งามมองไอความมืดที่แผ่ซ่านออกมาจากอาวุธอันชั่วร้าย บางทีสิ่งนี้คงเหมาะสมแล้วกับการที่ทำให้ใครต่อใครต่างหวาดเกรง แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ ธรันดูอิล กษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ด!

 

“มายลอร์ด!!”

 

ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความแตกตื่น เหล่าเอลฟ์ในท้องพระโรงต่างก็ได้เห็นผู้เป็นกษัตริย์แตะปลายนิ้วลงบนคมมีด ไอความมืดอันชั่วร้ายพลันเข้าห้อมล้อมเอาไว้ ทว่าในชั่วพริบตานั้นเองที่แสงสว่างเจิดจ้าก็พลันสาดประกาย จากปลายนิ้วมือของกษัตริย์เอลฟ์คือแสงสว่างที่ขับไล่ความมืดให้เลือนหาย ไอชั่วร้ายที่หลอมรวมอยู่ในคมมีดพยายามฝืนขึ้นต่อต้าน แน่นอนว่าคำสาปของราชาแห่งแองก์มาร์นั้นแข็งแกร่ง หากพลังอำนาจของกษัตริย์แห่งวงศ์ซินดาร์บริสุทธิ์กลับแข็งแกร่งยิ่งกว่า ธรันดูอิลคือกษัตริย์เอลฟ์ผู้มีชีวิตอยู่มานานนับพันปี โลหิต แสงสว่างและพลังอำนาจที่หลอมรวมอยู่ในกายย่อมมากมายเกินกว่าที่ความมืดอันเล็กน้อยแค่นี้จะฝืนต่อต้านได้

 

เพียงชั่วพริบตา..ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคนในท้องพระโรง ไอความมืดอันชั่วร้ายก็กลับพลันอ่อนโทรมลง จากอาวุธที่อันตรายที่สุดพลันกลับกลายเป็นแค่เศษเหล็กทื่อๆในมือของผู้เป็นกษัตริย์ วงหน้างามเหยียดยิ้มหยัน ดวงตาคู่สีฟ้าเทาเลื่อนลงมองนามที่แกะสลักอยู่บนด้ามมีดนิ่งนาน มองราวกับปรารถนาจะมองให้ทะลุไปจนถึงตัวตนของเจ้าของนามนี้ เอไลจาห์ ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นถึงเจ้าชายรัชทายาทแห่งเมิร์ควู้ด!

 

แม้จะผ่านมาเนิ่นนาน หลายพันปีที่ไม่ได้พบหน้า หากธรันดูอิลก็ยังคงจดจำภาพของเด็กหนุ่มผู้นั้นได้ เด็กหนุ่มที่เขาได้แต่งตั้งให้เป็นรัชทายาท เด็กหนุ่มชาวเอลฟ์ผู้มีเส้นผมสีน้ำตาลเหลือบแดงแบบซิลวัน หากดวงตาทั้งคู่นั้นกลับเป็นเฉดสีสันเช่นเดียวกับซินดาร์..สีเดียวกับดวงตาของเขา สีเดียวกับดวงตาของ....

 

วงหน้าคมกร้าวขึ้นเมื่อความทรงจำพาดผ่านเข้ามาในใจ ความทรงจำที่มีทั้งดี..และร้าย มือกำแน่นขึ้นเมื่อดวงตาคู่งามตวัดมองไปยังคราบเลือดที่อาบอยู่บนคมมีด เลือดสีแดงสดแห้งเกรอะกรัง เลือด..ของเลโกลัส แล้วโทสะก็พลันระเบิดออกมา!!

 

แคร้ง!!

 

เสียงก้องกังวานดังสดใส มีดสั้นที่ถูกโยนทิ้งลงกับพื้นกลิ้งไปหยุดอยู่ตรงหน้าของจาเดนผู้คุกเข่าอยู่หน้าบัลลังก์ เอลฟ์หนุ่มผู้เคยมีสีหน้าหยิ่งผยอง เคยมีสีหน้าของคนที่เชื่อมั่นในการกระทำของตนเองอย่างเต็มเปี่ยม ทว่า..สีหน้าเช่นนั้นก็กลับมีอันต้องเลือนหายไป เมื่อในชั่วนาทีนั้น..ที่ดวงตาคู่สีฟ้าเทาทรงอำนาจจับจ้องมาที่ตน..!

 

มันเป็นสายตาที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด เป็นสายตาที่ทำให้เลือดในกายคล้ายจะจับตัวแข็ง สายตาที่ทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น แรงกดดันที่ถาโถมลงมามากพอจะทำให้ลมหายใจของนักรบหนุ่มถึงกับติดขัด ทั้งที่เขาไม่กลัวตาย แต่เพียงแค่สบตาคู่นั้น..ร่างกายก็สั่นระริกอย่างไม่อาจฝืน

 

นั่นคือครั้งแรกที่จาเดนรู้สึกหวาดกลัว เป็นครั้งแรกที่ความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนกระทำลงไปกลับมีอันต้องสั่นคลอน หยาดหยดเหงื่อไหลรินลงมาไม่หยุดยั้ง เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าควรหรือไม่ที่กระทำลงไปเช่นนั้น ควรแล้วหรือที่กระทำในสิ่งที่เสี่ยงต่อโทสะของกษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ด!?

 

“จาเดน บุตรแห่งลัวเธน” 

 

เสียงนุ่มทุ้มเยียบเย็นราวกับน้ำแข็ง ดวงตาคู่สีฟ้าเทาเปี่ยมด้วยอำนาจมองตรงมายังเอลฟ์ผู้กำลังหวั่นกลัว

 

“เจ้าได้มีดสั้นเล่มนี้มาจากไหน?”

 

...จากภายในแถวของเหล่าเอลฟ์ที่ยืนรวมกันอยู่ เคลรอนขมวดคิ้วมองสีหน้าหวาดกลัวจนตัวสั่นของจาเดนด้วยความเหยียดหยาม เขาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าเอลฟ์ผู้นี้อ่อนแอเกินกว่าจะใช้ประโยชน์ได้ ทั้งที่เปิดโอกาสมากมายเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าถึงตัวเลโกลัส แต่ก็ยังทำพลาดในเรื่องที่สำคัญที่สุด และดูเหมือนว่าเวลานี้..ต่อเบื้องหน้าของกษัตริย์เอลฟ์ผู้กำลังโกรธา การที่จาเดนจะพลั้งปากสารภาพเรื่องทุกอย่างออกมานั้น มันก็คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว

 

และนั่นเป็นสิ่งที่หัวหน้าที่ปรึกษาของกษัตริย์ผู้นี้ไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้ ดวงตาเยียบเย็นนิ่งเฉยชำเลืองมองไปยัง เบลัวร์ หนึ่งในที่ปรึกษาที่ยืนอยู่ห่างจากตนไม่มากนัก เขายังจำได้ว่าชายผู้อ่อนแอคนนี้แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยกล้ามีปากเสียงกับเรื่องที่กษัตริย์เอลฟ์ตัดสินใจมาก่อน บางทีสิ่งเดียวที่ชายผู้นี้พอจะมีประโยชน์ต่อเมิร์ควู้ดอยู่บ้างก็คงจะเป็น..ชีวิต

 

...บนพื้นหินอันเย็นเยียบ จาเดนคุกเข่าด้วยเนื้อตัวสั่นเทา ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่จะเอื้อนเอ่ยคำใด เขาไม่ปรารถนาจะพูดความจริง หากภายใต้แรงกดดันจากดวงตาทรงอำนาจคู่นั้น นักรบหนุ่มก็พบว่าตนไม่อาจที่จะพูดคำโกหกใดๆออกไปได้เลย

 

“ข้า...”

 

ทันใดนั้นเอง ภายในแถวของเหล่าเอลฟ์ที่ยืนอยู่รายรอบท้องพระโรงก็พลันเกิดความโกลาหล เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นเมื่อร่างของ เบลัวร์ หนึ่งในที่ปรึกษาของกษัตริย์พลันล้มลงกระแทกกับพื้น ดวงตาสีเทาขุ่นมัวเบิกกว้าง บนกลางหลังคือ มีดสั้นที่ปักลงกลางหัวใจโดยไม่พลาด เลือดสดๆหลั่งรินออกมาจากร่างไร้ชีวิต ย้อมพื้นหินอ่อนให้กลายเป็นสีแดงฉาน!?

 

ชั่วขณะที่ทุกคนต่างพากันตื่นตะลึง ชั่วขณะที่ความสนใจทั้งหมดต่างเบนมายังร่างไร้วิญญาณของที่ปรึกษา มันเป็นตอนนั้นเองที่จาเดนสบตาเข้ากับใครคนนั้น แล้วชายหนุ่มก็พลันเข้าใจถึงโอกาสสุดท้ายของตน ร่างสูงผลุดลุกขึ้นยืน มือฉวยกระชากเอามีดสั้นจากแผ่นหลังของเบลัวร์ ก่อนจะวิ่งหนีออกไปจากท้องพระโรงทันที!!

 

“จับมันไว้!!”

 

เสียงตะโกนก้องดังไล่ตามหลัง เสียงฝีเท้าดังไล่ตามมาหลายสิบคู่ หากนักรบหนุ่มก็ไม่สนใจที่จะชะลอฝีเท้าลง เขารู้ว่าหากหยุดเท้าลงเมื่อไหร่ก็คงเหลือแต่ทางตายเท่านั้น และเขาจะตายไม่ได้..จะตายไม่ได้จนกว่าจะได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง!!

 

‘เจ้าคือความหวังเดียวของเมิร์ควู้ดเรา’

 

ท่ามกลางสติที่สับสน คำพูดที่เคยได้ยินเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนคล้ายจะดังขึ้นในใจ ในวันนั้นที่เคลรอน หัวหน้าคณะที่ปรึกษาของกษัตริย์ลอบมาพบกับเขาเป็นการส่วนตัว และได้มอบมีดสั้นมอร์กุลให้

 

‘ข้าได้สืบรู้มาว่าเรื่องน่าอดสูทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะมายลอร์ดธรันดูอิลต้องมนต์มายาให้หลงใหลในตัวเลโกลัส..การร่วมประเวณีระหว่างบิดากับบุตรชายนับเป็นเรื่องเสื่อมเสียมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ทางเดียวที่จะช่วยให้มายลอร์ดหลุดพ้นจากการครอบงำของมนต์สะกดได้ นั่นคือ การสังหารตัวผู้ร่ายมนต์นั้น...สังหารเลโกลัส’

 

...ชั่วนาทีนั้นที่น้ำหนักของมีดในมือดูจะกลายเป็นเรื่องถูกต้องขึ้นมา...

 

จาเดนรู้ว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่เคลรอนจะต้องโกหกเขา เลโกลัสคือผู้ล่อลวงมายลอร์ดธรันดูอิลให้หลงใหล คือผู้ที่ทำให้มายลอร์ดก้าวเดินเข้าสู่หนทางผิดบาป บางทีการกำจัดเลโกลัสอาจทำให้เขาผิดต่อคำสาบาน แต่นั่นก็คือการกระทำที่มีเกียรติที่สุดในฐานะเอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ดผู้ภักดี

 

‘เชื่อข้า การกระทำของเจ้าจะเป็นที่สรรเสริญยกย่องไปอีกนานเท่านาน’

 

คำพูดนั้นที่ทำให้เอลฟ์หนุ่มพลันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เขากำลังจะทำในสิ่งที่มีเกียรติ กำลังจะทำในสิ่งที่ทำให้ทุกคนยกย่องเช่นเดียวกับพี่ชายผู้ล่วงลับของเขา ไม่สิ ทุกคนจะยกย่องเขายิ่งกว่าพี่ชายด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่เขาทำ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อปกป้องเกียรติของผู้เป็นกษัตริย์ และเพื่อ..เจ้าชายผู้เหมาะสมกับคำว่ารัชทายาทอย่างแท้จริง!

 

ใช่ ลอร์ดเคลรอนได้บอกเขามาจนหมดสิ้นแล้ว ทั้งเรื่องความชั่วร้ายของเลโกลัส ทั้งเรื่องของของเจ้าชายรัชทายาทตัวจริงผู้เปี่ยมด้วยความสามารถ เจ้าชายเอไลจาห์ผู้ที่จะคืนกลับมาอีกครั้งทันทีที่เลโกลัสจบชีวิตลง

 

ทว่า...แม้จะเป็นจิตใจที่หลงมัวเมาอยู่ท่ามกลางคำหลอกลวง หากดวงตาสีฟ้าเทาทรงอำนาจคู่นั้นก็ยังคล้ายจะตามมาหลอกหลอนให้หนาวยะเยือก หากว่าความเกลียดชังที่จาเดนมีต่อเลโกลัสสูงใหญ่เท่าขุนเขา ความหวาดกลัวที่เขามีต่อกษัตริย์เอลฟ์มันก็ยิ่งมากกว่านั้นเป็นร้อยเท่า

 

แต่ว่า..ไม่มีทางถอยอีกแล้ว!

 

จาเดนกัดฟันแน่น เขารู้ตั้งแต่นาทีที่ถูกลากตัวเข้าไปในท้องพระโรง รู้ตั้งแต่นาทีที่ได้มองสบดวงตาสีฟ้าเทาทรงอำนาจของผู้เป็นกษัตริย์ เขารู้ว่าต่อให้เลโกลัสรอดชีวิต มายลอร์ดธรันดูอิลก็คงไม่มีทางไว้ชีวิตเขา และถึ