[Fic Kuroko no Basket] Loneliness [Ao*Ki] Round 21

posted on 26 Sep 2014 13:54 by mukkuk
 
**กรุณาอย่านำฟิคไปดัดแปลง แก้ไข หรือโพสลงที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต                     




Kuroko no Basket Fanfic

Title: Loneliness
Author: Muk!
Pairing: Aomine x Kise 
Rating (เฉพาะตอน) : ......

 
 

Round 21 : Again

 

 

แว่วเสียงสวิตช์ไฟถูกเปิด ก่อนที่ร่างโปร่งจะถูกวางลงบนเตียงกว้าง ดวงตาคู่สีน้ำตาลทองเหม่อมองไปรอบๆห้อง อพาร์ตเมนต์ของอาโอมิเนจจิยังคงเป็นเหมือนกับที่จำได้ ทั้งผืนพรมสีเข้มกับผนังห้องสีอ่อน ห้องที่กว้างขวางแต่ก็สะอาดเรียบร้อย ยังคงเป็นห้องห้องเดิม กับคนคนเดิม หากความรู้สึกกลับไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว...

 

ในตอนนั้นเมื่อ 1 ปีก่อน ความทรงจำที่มีต่อห้องนี้มีก็แต่ความเจ็บปวด ร่างกายที่ถูกทำร้ายอย่างรุนแรง ถูกข่มขืนอย่างทารุณ เสียงกรีดร้องของตนที่ดังก้องอยู่ในหู ความรู้สึกของการมีบางอย่างแทรกลึกอยู่ในกายที่แห้งผาก มันช่าง..ทรมาน หากที่เลวร้ายที่สุดกลับเป็น ชื่อของใครคนนั้นที่อาโอมิเนะ ไดกิพร่ำเพ้อถึง

 

‘เท็ตสึ...เท็ตสึ...’

 

ฟันคมขบเม้มลงมาบนริมฝีปากกับความทรงจำที่แม้จะอยากลืมก็ลืมไม่ได้ เพียงแต่..

 

ดวงตาคู่สีอ่อนช้อนขึ้นมองสบกับดวงตาสีเข้ม ดวงตาคู่นั้นที่มองมาที่เขาราวกับสงสัยถึงความแน่ใจ หลังจากที่เคยลังเลมานาน เคยไม่เชื่อใจมาตลอด หากในเวลานี้เขารู้ว่าเขาจะเชื่อคนคนนี้..จะเชื่อในตัวอาโอมิเนจจิเหนือยิ่งกว่าสิ่งใด แล้วคิเสะก็อ้าแขนออก แย้มยิ้มให้กับคนที่ตนรักเสมอมา

 

“กอดฉันที อาโอมิเนจจิ”

 

...ถึงจะลืมไม่ได้ แต่บางทีเขาอาจจะสามารถสร้างความทรงจำใหม่ขึ้นมาทดแทนได้...

 

ภายในอ้อมแขนที่โอบกอด ร่างโปร่งโอนอ่อนตามมือที่ผลักให้ลงนอนกับเตียง มือคู่นั้นที่สอดเข้ามาใต้เสื้อสเวตเตอร์ตัวหนา และทั้งที่นั่นเป็นมือของผู้ชายเช่นเดียวกับไฮซากิ แต่เพราะนี่คืออาโอมิเนจจิ มันจึงทำให้คิเสะไม่รู้สึกแย่อย่างที่ควรเป็นเลยสักนิด ตรงข้ามแล้วมันกลับทำให้เขารู้สึกดีใจ..ดีใจมากกับสัมผัสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนานั่น เพียงแต่...

 

“อะ..อาโอมิเนจจิ..”

 

วงหน้างามแดงก่ำเมื่อเสื้อสเวตเตอร์ถูกถอดออก และทั้งที่เชื่อใจในตัวอีกฝ่าย แต่ชั่วขณะนั้นมันก็ทำให้คิเสะแทบอยากยกสองมือขึ้นมาปิดบัง เขารู้ว่าอาโอมิเนจจิเห็นอะไร รู้ว่าอาโอมิเนจจิคงจะเห็นร่องรอยที่โชโงะคุงฝากไว้บนตัวเขา และถึงว่านั่นจะไม่ได้เกิดจากความสมยอม แต่มันก็ยังทำให้คิเสะรู้สึก..อับอาย

 

“อย่าอายเลยน่า นายไม่มีอะไรต้องอายเลย คิเสะ”

 

เสียงทุ้มเอ่ยอย่างรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย แม้เปลือกนอกคิเสะจะดูเข้มแข็งสักแค่ไหน แต่ลึกลงไปเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นก็คงฝังลึกอยู่ในใจหมอนี่ ครั้งที่สองกับการเกือบถูกข่มขืน ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ในใจจะไม่หวาดกลัว และหากว่าเวลานี้อ้อมกอดของเขาคือสิ่งที่คิเสะต้องการล่ะก็ สิ่งที่เขาต้องการก็คือการทำให้หมอนี่ลืมเลือนสัมผัสจากคนอื่นไปให้หมดสิ้น ให้จดจำก็แต่เพียงสัมผัสจากมือของเขาก็พอ

 

เอสแห่งโทโอเหยียดยิ้มบาง ร่างสูงโน้มกายลงไป ดวงตาคู่สีน้ำเงินมองยอดอกที่เป็นสีแดงราวกลีบกุหลาบ รู้ว่าไฮซากิคงใช้เวลากลั่นแกล้งบริเวณนี้อยู่นานเกินพอ รู้จากรอยช้ำตัดกับผิวกายขาวเนียนว่าอีกฝ่ายคงไม่ผ่อนแรงแม้แต่น้อย และความคิดนั้นก็แทบจะทำให้อาโอมิเนะอยากกลับไปฆ่าไฮซากิทิ้งซะ ถ้าไม่ใช่เพราะตรงหน้าของเขานั้นยังมีบางสิ่งที่สำคัญกว่า...

 

“อ๊ะ! อะ..อาโอมิเนจจิ..”

 

เสียงใสครางแหบพร่า ร่างโปร่งแหงนเงยหน้าไปด้านหลัง เมื่อปลายลิ้นอุ่นไล้เลียลงมาบนยอดอก ก่อนจะตามด้วยคมฟันที่ขบกัดเบาๆ ไม่แรงพอที่จะทำให้เจ็บ แต่มากพอที่จะทำให้ลมหายใจสั่นระริก ความร้อนในกายพุ่งสูงกับความต้องการที่ถูกปลุกเร้าให้ตื่นตัว

 

“นายหวานไปหมดทั้งตัวเลย”

 

เสียงทุ้มพร่าลงน้อยๆ ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดรัดรึงยอดอกแสนหวาน รับฟังเสียงครางด้วยความสุขสมของคนในอ้อมแขน คิเสะไม่รู้หรอกว่าเขาปรารถนาช่วงเวลาแบบนี้มานานแค่ไหน ช่วงเวลาที่ร่างโปร่งบางนี่จะยอมอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยความเต็มใจ ช่วงเวลาที่คิเสะจะเป็นของเขาด้วยความเต็มใจ

 

รอยยิ้มอย่างสมใจปรากฏบนริมฝีปาก ชายหนุ่มแนบจูบเบาๆลงบนหน้าท้องที่เป็นรอยช้ำอย่างปลอบประโลม จูบที่อ่อนโยนหากยิ่งสร้างความหวามไหวให้กับคนในอ้อมแขน คิเสะฝืนเงยหน้าขึ้นมองมือสีแทนที่ค่อยๆดึงกางเกงของเขาลง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นที่จับจ้องมาที่ความตื่นตัวของเขา อดีตนายแบบหนุ่มคล้ายจะเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าอีกฝ่ายแวบหนึ่ง แล้วปลายลิ้นสากก็พลันไล้เลียลงมา

 

“!!!?”

 

ความสุขสมเข้มแรงพุ่งปราด เสียงกรีดร้องหลุดลอดจากริมฝีปากที่เม้มแน่น แม้จะรู้สึกอายกับปฏิกิริยาตอบสนองของตน แต่ร่างโปร่งก็อดไม่ได้ที่จะแยกขาออกกว้างขึ้นตามสัญชาตญาณ เปิดทางให้ร่างสูงใช้ทั้งมือและปากครอบครองแก่นกายที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะทนไหว

 

“อา..อาโอ...”

 

มือขาวเนียนขยุ้มเรือนผมสีเข้มแน่น เมื่อนิ้วหนึ่งกดแทรกเข้ามาภายในช่องทางที่แห้งผาก ปลายนิ้วนั้นที่ค่อยๆสอดเข้าลึกอย่างระมัดระวัง ก่อนที่นิ้วที่สองจะตามเข้ามาช้าๆ

 

ในตอนแรกนั่นเป็นความรู้สึกไม่สบายตัวนักกับการมีบางสิ่งบางอย่างแทรกลึกเข้ามาในกาย แต่นิ้วนั้นก็อ่อนโยนมาก ปลายนิ้วที่ขยับหมุนวนช้าๆอย่างรู้ถึงความอ่อนประสบการณ์ของร่างกายนี้ และโดยไม่รู้ตัว หากความเจ็บปวดกลับค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความสุขสม ร่างโปร่งพยายามหยัดกายรับนิ้วที่สอดเข้ามาลึกขึ้น แต่มันก็เหมือนยังไม่พอ มีบางอย่างที่ยังไม่พอ เขายังต้องการ..มากกว่านี้!!

 

“อาโอมิเนจจิ! อาโอมิเนจจิ!!”

 

เสียงใสกรีดร้องแหบพร่า เสียงที่เรียกชื่อของตนด้วยความปรารถนาอันเข้มแรง มันนำมาซึ่งรอยยิ้มบนมุมปากได้รูป อาโอมิเนะก้มลงมองวงหน้างามที่แดงซ่านด้วยความต้องการ มองร่างกายที่บิดเร่าด้วยความสุขสม แล้วชายหนุ่มก็ทาบทับกายลงมา บดขยี้ริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มอย่างโหยหา

 

คิเสะครางเสียงแผ่ว มือโอบกอดต้นคออีกฝ่ายแน่น ริมฝีปากที่ทาบทับลงมามันนำมาซึ่งความรู้สึกหวานล้ำ กลีบปากนุ่มเผยอออกรับลิ้นอุ่นที่สอดแทรกเข้าหา มันไม่ใช่ครั้งแรกกับจูบที่ได้รับ แต่มันคงเป็นครั้งแรกจริงๆกับจูบที่ทำให้เขารู้สึกตัวว่าเป็นที่รัก..ของใครสักคน

 

เหมือนนานแสนนานก่อนที่ริมฝีปากจะละออก ดวงตาคู่สีน้ำเงินมองสบกับดวงตาสีอ่อน ชั่วขณะที่พวกเขาทำได้แค่มองตากันด้วยลมหายใจที่ยังคงสั่นเทา ร่างกายยังคงเกร็งเขม็งด้วยความต้องการที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย แล้วคิเสะก็พบว่าตนถูกจับพลิกให้ขึ้นมาอยู่ด้านบน เรียวขาขาวเนียนคร่อมทับอยู่บนต้นขาแกร่ง และดวงตาสีเข้มที่เจือด้วยความปรารถนาคู่นั้นที่กำลังจับจ้องมาที่เขา พร้อมด้วยรอยยิ้มบาง

 

“ครั้งนี้ทำอย่างที่นายต้องการเลย คิเสะ”

 

ทำอย่างที่เขาต้องการ? 

 

ชั่วขณะที่คำพูดนั้นทำให้ร่างโปร่งชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สีน้ำตาลทองจับจ้องมองแก่นกายที่แนบชิดกับต้นขา ขนาดของมันทำเอาวงหน้างามถึงกับแดงก่ำ หากไม่ใช่เพราะเคยนอนกับอาโอมิเนะมาแล้วถึงสองครั้ง เขาก็คงไม่มีทางเชื่อจริงๆว่าสิ่งนี้จะเข้าไปในร่างกายของตนได้อย่างไร

 

เมื่อเห็นท่าทางที่เหมือนลังเล มือแกร่งก็ลูบหลังมือแบบบางเบาๆ ผิวกายที่รุ่มร้อนกลับนำมาซึ่งความสงบในใจที่เคยเต้นรัวแรงไม่เป็นส่ำ

 

“เชื่อใจฉันสิ คิเสะ” มือแกร่งชักนำร่างโปร่งให้ขยับตัวสูงขึ้น ริมฝีปากแย้มออกเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่หาได้ยากของเอสแห่งโทโอ “ขยับอย่างที่นายต้องการได้เลย”

 

รอยยิ้มนั่นล่อลวงให้หวั่นไหว หากคำพูดกลับหลอกล่อให้เกิดความกล้า แม้จะเคยมี sex มามากมายหลายหน แต่คิเสะ เรียวตะก็เคยนอนกับผู้ชายแค่สองครั้ง สองครั้งกับคนคนเดิม และสองครั้งนั่นก็เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นการข่มขืน และถึงว่าครั้งนี้เขาจะยินยอมด้วยความเต็มใจ หากประสบการณ์เลวร้ายที่เคยได้รับก็ไม่ใช่สิ่งที่จะลืมเลือนไปได้โดยง่าย ครั้งแรกมันเป็นการข่มขืนทางร่างกาย ถูกทารุณ บอบช้ำจนแทบลุกเดินด้วยตัวเองไม่ได้ หากครั้งที่สองกลับเป็นการข่มขืนทางจิตใจ แม้ว่าร่างกายจะสุขสม หากมันกลับไม่ได้เป็นด้วยความเต็มใจของเขา และครั้งนี้..ครั้งนี้....

 

แพขนตาสีอ่อนกะพริบเบาๆ มันเป็นตอนนี้เองที่คิเสะเพิ่งรู้สึกตัวว่า ทั้งที่เขาเต็มใจแต่ลึกลงไปก็ยังอดกลัวไม่ได้ และอาโอมิเนจจิก็คงจะรู้สึกได้ถึงเรื่องนี้ ถึงได้เปิดโอกาสให้เขาเป็นคนควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง ให้ครั้งนี้เขาได้เป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง

 

“ใจดีจัง อาโอมิเนจจิ”

 

รอยยิ้มหวานปรากฏบนริมฝีปากสีอ่อน แม้จะหวาดกลัวและไม่คุ้นชินอยู่บ้าง แต่คิเสะก็ยอมรับว่าการได้เป็นฝ่ายควบคุมด้วยตัวเองนั้น มันทำให้ความหวาดกลัวลดทอนลงไปมากแค่ไหน มือขาวเนียนวางลงบนกล้ามท้องได้รูป ร่างโปร่งขยับยกตัวขึ้น ก่อนจะค่อยๆกดตัวลงมารับความแข็งขึงเข้าไปภายในช่องทางอ่อนนุ่มของตน!!

 

เสียงครางดังลอดผ่านริมฝีปาก คิเสะเม้มปากแน่น ช่องทางคับแคบที่ถูกบดเบียดให้ขยายออกด้วยขนาดอันใหญ่โตมันนำมาซึ่งความเจ็บปวด เล็บคมเผลอจิกลงบนแผ่นอกกว้างเรียกโลหิตให้ไหลซึมออกมา เมื่อพยายามที่จะรับทั้งหมดเข้าไปในกาย

 

“ช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อน”

 

เสียงห้าวทุ้มสั่นพร่าน้อยๆ ผนังอ่อนนุ่มที่บีบรัดแก่นกายมันทำให้อาโอมิเนะแทบจะเป็นบ้า เขาอยากจะสอดแทรกเข้าไปในร่างกายนี้ลึกขึ้น มากขึ้นจนไม่มีช่องว่างระหว่างพวกตนหลงเหลือ แต่ถึงร่างกายจะต้องการเช่นนั้นมากแค่ไหน แต่อาโอมิเนะก็รู้ดีว่าร่างในอ้อมแขนยังอ่อนประสบการณ์มากเพียงใด และเขาก็อยากให้ครั้งนี้เป็นความทรงจำที่งดงามสำหรับคิเสะ

 

มือข้างหนึ่งยังคงประคองเอวแบบบางเอาไว้ หากมืออีกข้างกลับเลื่อนลงมารูดรั้งความตื่นตัวของร่างในอ้อมแขน การกระทำนั้นมันมากพอจะเรียกเสียงกรีดร้องด้วยความสุขสม ช่องทางอ่อนนุ่มที่คลายอาการเกร็งพลันรู้สึกได้ถึงแก่นกายที่ดันลึกเข้าไปจนสุด!!

 

“อา..อะ....”

 

หยาดน้ำสีใสเอ่อคลอดวงตาสีอ่อน ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่น้ำตาจากความเจ็บ แต่ยังเป็นน้ำตาจากความสุขสม คิเสะหอบหายใจสั่นๆ มันต้องใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งกว่าที่ร่างกายจะปรับตัวให้เคยชินกับการมีบางอย่างแทรกลึกเข้ามาได้ ร่างโปร่งเริ่มขยับตัวเป็นจังหวะช้าๆ ก่อนจะค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้น ดวงตาคู่สีน้ำตาลทองจับจ้องมองวงหน้าคร้ามเข้มที่เต็มไปด้วยอารมณ์ มันเป็นครั้งแรกที่คิเสะได้เห็นอีกฝ่ายในสภาพเช่นนี้ ค