"เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง"
 
 
เชื่อว่าประโยคนี้น่าจะมีน้องๆวัยเตรียมเอ็นสะท้านได้ยินกันมาบ้าง  และนี่ก็คือคำขวัญของ "มหาวิทยาลัยรามคำแหง" มหาวิทยาลัย(เกือบ)เปิด แห่งหนึงในประเทศไทย
 
 
ว่ากันตามประสบการณ์ตรงเลย...สำหรับเด็กม.6 แล้ว คำว่า "ราม" คงเป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกอี๋ได้พอๆกับแมลงสาบหรืออะไรก็ตามที่ชวนให้ชนลุกขนพอง  ซึ่งในเวลานั้นมุกก็เป็นหนึ่งในคนที่ทนรับฟังไม่ได้จิงๆเลยกับคำๆนี้ เพราะมันมักจะมีความหมายโดยนัยว่า
 
 
 
"เอนท์ไม่ติด" 
 
 
 
แต่ว่า...พอผ่านช่วงเอ็นสะท้านมาได้แล้ว เราก็จะพบว่าชีวิตมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเอนทรานซ์เสมอไป  ไอ้การเอนท์ติดน่ะ เอาเข้าจริงแล้วสุดท้ายมันก็มักจะเพื่อหน้าตาเป็นอย่างแรกซะมากกว่า ทั้งหน้าตาตัวเอง หน้าตาพ่อแม่ ดังนั้นไม่ติดอันดับ 1 ไม่เป็นไร ขออันดับ 2,3,4 ให้มันติดสักอันดับเถอะ ดีกว่าชวดหมด!! 
 
 
และด้วยเหตุนั้นจึงมีหลายคนที่ในอันดับสุดท้ายมักจะใส่ชื่อคณะที่คะแนนตัวเองต้องติดแน่ๆลงไป เป็นการป้องกันการเอนท์ไม่ติด แต่ไม่ทันคิดเอาซะเลยว่า..แล้วสมมุติว่าติดอันนี้ไปจริงๆจะอยู่กับมันได้มั้ย? 
 
 
ว่าเหมือนเป็นปรัชญา และไอ้เราก็ขอตอบเป็นปรัชญาเหมือนกัน 
 
 
คำตอบคือ...
 
 
"ได้ค่ะ "
 
 
อย่างกรณีของจขบ. มาติดเอาอันดับที่ 4 ที่ท่านแม่เป็นคนเลือกให้โดยบังเอิญ จนทำให้จับพลัดจับผลูต้องมาเรียนวิทยาฯคอมซะอย่างนั้น...
 
 
และตลอดเวลา 4 ปีที่เรียน...
 
 
- เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ : ..............มีความยินดีที่จะบอกว่าตอนเอนท์ จขบ.ยังจำตารางธาตุไม่ได้เลยด้วยซ้ำอะนะ  
 
 
- แคลคูลัส : ตรัสรู้ชอบธรรมก่อนวันสอบไม่เกินสัปดาห์ สอบเสร็จความรู้ส่วนนั้นจะอันตธานหายไปอย่างลึกลับ 
 
 
- คอมพิวเตอร์ : ไม่อยากจะโม้หรอกนะ แต่จนถึงตอนนี้จขบ.ยังลงวินโดวส์ไม่เป็นเลย 
 
 
 
เรียนอย่างลุ่มๆดอนๆ ใช้ชีวิตไปแบบลุ่มๆดอนๆ บางครั้ง(ส่วนมาก)ก็ยังสงสัยว่าเราสอบผ่านมาได้ไงวะ ในเมื่อสักนิดเดียวก็ไม่เคยเข้าใจตัววิชาเอาจริงๆ แต่ถึงงั้นก็เถอะ...
 
 
จบมาด้วยเกรดเฉลี่ย 3.06 ค่ะ  (และถ้าปี 1 ไม่นอนขี้เกียจตลอดเวลาแล้ว ก็คงได้เกียรตินิยมอันดับ 2 มาจนได้แหละค่ะ ถึงจะคิดว่าดีแล้วก็ตามที่ไม่ได้เพราะคงอายเกียรตินิยมแน่ๆ)
 
 
 
เพื่อนร่วมชั้นปีจำนวน 30 กว่าคนออกมาทำงานด้วยความรู้ระดับพอๆกับจขบ.นี่แหละ มีแค่ไม่กี่คนหรอกที่เก่งเทพจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เข้าทำงานได้ หาเงินได้ไปตามเรื่อง และถ้าเราจะไปสมัครงานบ้าง ก็คาดว่ามันคงซ้ำรอยกับคนอื่นๆ ป่านนี้คงนั่งทำงานหาเงินงกๆอยู่เหมือนกัน (ขอกระซิบนิดนึง สายคอมฯเงินเดือนสตาร์ทสูงนะ )
 
 
เพราะงั้นไอ้การที่ไม่รักสายวิชานั้น หรือถึงขั้นเกลียดเลยเอ้า! เอาเข้าจริงไม่ได้เกี่ยวกันเล้ยว่าจะเรียนได้หรือไม่ได้ ถ้าจะเรียนซะอย่างทำไมจะเรียนไม่ได้  (จขบ.เริ่มเรียนด้วยความรู้สึกไ่ม่เข้าใจคอมฯ และจบมาด้วยความรู้สึกเกลียดคอมฯ /ฮา)
 
 
มันก็แค่ว่า..พอคิดว่าจบไปแล้วจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับเรื่องที่ตัวเองเกลียดไปตลอดชีวิตนี่ แค่คิดมันก็.............. แล้ว
 
 
 
อย่างไรก็ตาม...หลายครั้งที่เราจะพบว่าสำหรับบ้านที่เข้มงวดมากๆแล้ว การซิ่วไม่เป็นที่ยอมรับ การเลือกจะเรียนรามฯเป็นมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่เป็นที่ยอมรับ ถ้าอย่างนั้นก่อนที่เส้นทางชีวิตของเราจะเดินอย่างเละตุ้มเป๊ะไปเรื่อยๆ ก็น่าจะมีหนทางอื่นอยู่บ้าง
 
 
และสิ่งที่จขบ.คิดออกมาเล่นๆในตอนนั้นก็คือ "เรียนรามฯควบคู่ไปกับที่ปัจจุบัน"  เพื่อจะได้มีทางเลือกในชีวิตลุ่มๆดอนๆนี่มากขึ้น!!
 
 
และก็ด้วยความคิดไม่ออกในตอนนั้น..ก็เลยตัดสินใจลองเรียนบัญชีราม ที่เขาลือกันว่ายาก ยากมาก ยากมากที่สุดดู  
 
 
และด้วยประสบการณ์ตรงนี้เอง จึงขอบันทึกไว้(ก่อนจะลืม)สำหรับใครก็ตามที่คิดจะเรียนบัญชีรามต่อจากนี้ไปนะคะ 
 
 
 
 
มารู้จักรามกันเถอะ!!
 
 
มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งอยู่ที่เขตบางกะปิ ติดกับสนามกีฬาหัวหมาก เราจะเรียกที่นี่กันแบบสั้นๆว่า "ราม 1" และสำหรับเด็กกรุงเทพฯแล้ว ก็ควรที่จะรู้จักวิทยาเขตอีกแห่งหนึ่งเพิ่มเข้าไปด้วย เพราะถ้าคุณตัดสินใจเรียนรามล่ะก็ ไงๆก็ต้องได้ไปอยู่ดี
 
นั่นคือ "ราม 2" หรือก็คือวิทยาเขตบางนา สถานที่ตั้งง่ายๆเลยก็คือ บางนา นั่นเอง  
 
 
 
การเดินทางระหว่าง "ราม 1" และ "ราม 2" สามารถทำได้โดยรถเมล์สาย 207 ชนิดต่อเดียวถึง หรือถ้าคุณโชคดีพอ บางวันทางสภานักศึกษาก็จะจัดรถเมล์ฟรีพาคุณไปส่งถึงที่ให้อีกด้วย
 
 
 
และสำหรับการเดินทางไปราม 1 หรือ ราม 2 นั้น...ว่ากันตรงๆเลยคือคงมีรถเมล์หลายสาย แต่เนื่องจากจขบ.ไปด้วยรถตู้ทุกครั้ง ดังนั้นสายรถเมล์เลยไม่รู้อะค่ะ  แต่ถ้าเป็นรถตู้ล่ะก็สามารถขึ้นลงได้สะดวกมาก เพราะวินรถตู้เล่นอยู่หน้าม.กันเลยทีเดียว
 
 
 
นอกจากนั้นในกรณีของราม 1 ยังสามารถเดินทางผ่านเส้นทางเรือคลองแสนแสบได้อีกด้วย (คำเตือน : สำหรับผู้รักความสะอาดและไม่ต้องการโดนน้ำเน่ากระเซ็นใส่ เส้นทางนี้อาจไม่เหมาะกับท่าน)
 
 
 
สำหรับสภาพแวดล้อมนั้น..ไม่ว่าจะเ็ป็นราม 1 หรือ ราม 2 สิ่งที่ควรทำก่อนเดินทางมาคือ การทาครีมกันแดดที่ดีที่สุดเท่าที่หาได้ เพราะรังสี UV ที่นี่มันไม่ปราณีเอาซะเลย...
 
 
 
นอกจากนั้นในรายละเอียดปลีกย่อย กรณีของราม 1 คุณจะพบว่าการเดินทางด้วยเท้านั้นยากลำบากเพราะมหาลัยกว้างและสับสนได้อีก แต่ถ้าเป็นราม 2 อาจจะมีบางวันที่คุณพบว่าคุณต้องใช้บริการพี่วินมอไซค์ต่างเรือแจวก็เป็นได้
 
 
 
 
ว่ากันต่อใน ด้านหลักสูตร 
 
 
 
รามคำแหง มีหลักสูตรสำหรับปริญญาตรีอยู่มากมาย ทั้งคณะนิติศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ ให้เลือกสรรกันได้แบบจุใจ หลักสูตรเล็กหลักสูตรน้อยมีกันให้พรึ่บจนผู้เรียนตาลายกันได้อีก
 
 
 
นอกจากนี้รามฯ ยังได้อำนวยความสะดวกให้ด้วยการแบ่งผู้เรียนเป็นประเภททั่วไป , Pre-Degree (เด็กมัธยมมาเรียนล่วงหน้า) และเทียบโอน (ใช้วุฒิจากม.อื่นเทียบโอนมาบางวิชา) ซึ่งเหล่านี้น่าจะเป็นเรื่องเย้ายวนใจให้คนสนใจมาเรียนได้ดีทีเดียว 
 
 
 
 
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นในใจของหลายต่อหลายคนก่อนจะตัดสินใจเรียน ก็คือ
 
 
1. "เรียนไปด้วย และทำงาน/เรียนที่อื่น ไปด้วยได้มั้ย?? "
 
 
คำตอบในเชิงทฤษฎี >> ได้แน่นอน เพราะว่ารามฯไม่มีการเช็คชื่อเข้าชั้นเรียน อีกทั้งยังอนุญาตให้เรียนควบคู่ไปกับที่อื่นได้่ สำหรับผู้ที่เรียนในมหาวิทยาลัยอื่นอยู่..กฎของมหาวิทยาลัยท่านก็พร้อมเปิดกว้างให้ไปเรียนรามได้เสมอ 
 
 
คำตอบในเชิงปฏิบัติ >> อาจจะเป็นไปได้..แต่ในความเป็นจริงแล้ว มักจะเป็นไปไม่ได้มากกว่า = =
 
 
ยกตัวอย่างง่ายๆเลยเช่น ข้อบังคับของสาขาบัญชี (ซึ่งบางม.ที่มีสาขาบัญชีเหมือนกันก็ไม่มีข้อบังคับนี้ด้วยนะ!!) คือ การฝึกงานเป็นเวลา 500 ชม. แล้วนำหลักฐานการฝึกงานมายื่นให้กับภาควิชาจึงจะมีสิทธิ์จบได้ แต่ขอโทษทีเถอะพี่...ถ้าเราทำงาน/เรียนที่อื่นอยู่ แล้วจะให้ไปฝึกงานได้ยังไงล่้ะ(ว้อย)!!! 
 
 
โวยวายไปเถอะ..ถามไปเถอะ...จนท.รับเรื่องเขาไม่สนใจหรอกค่ะ - -b เอาเป็นว่าจะทำไงก็ช่าง ไปหาหลักฐานการฝึกงานมาส่งก็พอ
 
 
 
หรืออย่างเพื่อนสนิทของจขบ.ที่เลือกเรียนสาขา การเงิน/การธนาคาร โอเค..ไม่มีเช็คชื่อ ไม่มีฝึกงาน แต่มีวิชาสัมนาค่ะ  วิชานี้เราจะต้องเข้าเรียน แบ่งกลุ่ม ทำงานส่ง พรีเซนต์ ฯลฯ แล้วขอโทษทีเถอะำีพี่..ถ้าเราทำงาน/เรียนที่อื่นอยู่ แล้วจะให้ทำยังไงล่้ะ(ว้อย)!!! 
 
 
นอกเหนือจากนี้ คณะ สาขา อื่นจะเป็นยังไงนั้น จขบ.ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน  แต่เอาเท่าที่รู้มา คณะที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้แน่ๆ โดยไม่มีเรื่องชวนปวดกบาลนั้นก็คือ คณะนิติศาสตร์ 
 
 
 
2. "ถ้าไม่ได้เข้าเรียน จะสอบผ่านมั้ย?? "
 
 
 
นี่ก็คำถามเด็ดสำหรับคนที่ไม่มีเวลามาเข้าเรียน จริงๆแล้วไลฟ์สไตล์ในการเรียนของแต่ละคนก็คงแตกต่างกันออกไป แต่ในกรณีนี้อาจจะพอแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท
 
 
1) เข้าเรียน : นี่คือลักษณะของผู้ที่ไม่ต้องไปทำงานหรือเรียนที่อื่น ก็จะมาเข้าเรียน ฟังอาจารย์สอน แบบนักศึกษาทั่วๆไป ข้อดีมากๆคือ หลายวิชามักมีให้ส่งชิ้นงานในห้องเพื่อเอาคะแนน ถ้าเราทำส่งก็จะได้คะแนนส่วนนั้น แต่ถ้าไม่ได้ทำส่งก็ไปสอบแบบเก็บเต็ม 100 คะแนนในห้องสอบเอาก็แล้วกัน
 
 
2) ซื้อหนังสือมาอ่านเอง : จากประสบการณ์ที่เจอมา วิธีนี้ทำได้ถึงแค่วิชาของปี 2 เนื่องจากหนังสือเรียนของรามฯนั้นแม้จะราคาถูก แต่...มีไม่ครบทุกวิชา   ยิ่งเป็นวิชาของปี 3-4 เรามักจะพบว่า ต้องไปหาซื้อชีทจากร้านซีร็อกซ์เอา แต่ก็ใช่ว่าร้านจะมีครบทุกวิชา บางวิชาก็ไม่มีอีกแน่ะ แล้วเรื่องจะหาชีทสรุปหรืออะไรต่อมิอะไรจากร้านขายชีทฝั่งตรงข้ามม.นั้น ค่อนข้างจะสิ้นหวัง เพราะพวกสถาบันติวเค้าไม่ค่อยยอมขายให้กับเด็กที่ไม่ได้มาจ่ายเงินติวกับเค้าหรอกค่ะ
 
(มีข้อยกเว้นคือ สถาบันติว AC Group ตั้งอยู่ซ.ราม 53 ที่นี่มีขายชีทสรุป และข้อสอบเก่าของวิชาบัญชีทุกวิชาให้ แต่อ่านเองเข้าใจมั้ย..นั่นก็อีกเรื่อง)
 
 
3) เข้าสถาบันติว : บริเวณฝั่งตรงข้ามม.รามคำแหง คือที่ตั้งของสถาบันติวที่ขึ้นกันยุ่บยั่บยิ่งกว่าดอกเห็ด ที่มีเยอะๆเลยคือ สาขานิติศาสตร์และสาขาบัญชี (สาขาการตลาด , สาขาการเงิน พอมีให้เห็นบ้างนิดหน่อย) 
 
 
สถาบันติวพวกนี้โดยปกติแล้วจะเก็บเงินค่าติว 1,000 บาท/วิชา และในกรณีที่เทอมนี้คุณสอบตก ก็สามารถเอาหลักฐานการจ่ายเงินค่าติว มาขอลงเรียนใหม่ฟรีได้อีกด้วย (แต่ปกติจะจำกัดให้ใช้สิทธิ์นั้นได้ภายใน 1 ปี) 
 
 
อาจารย์ในสถาบันติวจะมีชีทเนื้อหามาสอน และเจาะลึกในประเด็นที่ใช้ในการสอบ มีกระทั่งข้อสอบ(ที่มักห้ามเอาออกจากห้องสอบ) และเฉลย (ซึ่งเป็นการเฉลยเอง) ซึ่งก็แทบไม่ต่างอะไรจากสถาบันกวดวิชาทั่วๆไป
 
 
ส่วนมากแล้วสถาบันเหล่านี้จะเปิดเป็น 2 รอบ คือรอบวันธรรมดา (สำหรับพวกมีเวลาว่าง) กับ รอบวันเสาร์อาทิตย์ (สำหรับคนทำงาน) ให้เลือกสรรกันแบบจุใจ  ถ้าใครขี้เกียจมานั่งเรียนบ่อยๆ ก็รอไปลงคอร์สตะลุยโจทย์ที่จะเปิดช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนสอบก็ยังได้ 
 
 
 
จริงแล้วๆเรื่องราวละเอียดของสถาบันติวนั้นยังมีให้คุยกันได้อีกเยอะ แต่จะขอพักไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะ   ซึ่งหลักจากอ่านทั้ง 3 วิธีนี้แล้ว ถ้าท่านมีคำถามในใจว่าวิธีไหนดีที่สุด จขบ.ก็คงไม่มีคำตอบให้เช่นกัน เพราะไม่ได้ลองหมดทั้ง 3 วิธี คิดว่าคงขึ้นอยู่กับความพอใจและความถนัดของแต่ละคนมากกว่า  
 
 
 
3. "ลักษณะการสอบ เกรด การผ่าน/ตก เป็นยังไง?? "
 
 
หัวข้อนี้คงลากไปได้ยาว แต่ขออธิบายแบบคร่าวๆก่อนว่า รามจะมี 3 เทอม คือ เทอม 1 เทอม 2 และเทอมซัมเมอร์ แต่...การสอบมี 5 ครั้งต่อปีการศึกษาค่ะ!!
 
 
นี่คือหนึ่งในวงจรอนาถที่คนเรียนรามทุกคนหนีไม่พ้น...
 
 
เราจะเริ่มจากการลงทะเบียนเทอม 1 ก่อน >> สอบเทอม 1 >>  รู้ผล (45 วันโดยประมาณ) >> ถ้าตก ก็ลงทะเบียน ซ่อมเทอม 1  >> ลงทะเบียนเทอม 2  >> สอบซ่อมเทอม 1 >> รู้ผล >> สอบเทอม 2 >> รู้ผล >> ลงทะเบียนซัมเมอร์ >> สอบซัมเมอร์ >> รู้ผล >> ถ้าตกในเทอม 2 หรือ ซัมเมอร์ ก็ลงทะเบียน ซ่อมเทอม 2/summer >> สอบซ่อมเทอม 2/summer
 
 
ชีวิตของเด็กรามนั้น..วันๆไม่ต้องทำไรกิน อ่านหนังสือ >> สอบ >> ลุ้นผล >> อ่าน ....เป็นวัฏจักรชีวิตที่ไม่มีคำว่าปิดเทอมนั่นเอง  
 
 
ทีนี้มาว่ากันถึงเรื่องเกณฑ์การสอบผ่าน ตามธรรมเนียมแล้วคือ ได้คะแนน 60% ขึ้นไปจะได้ เกรด P (ผ่าน) และถ้าได้ 80% ขึ้นไปจะได้เกรด G (เทียบเท่ากับเกรด A) นอกนั้นก็จะมีเกรดเปนตัวอักษรภาษาอังกฤษต่างๆที่แปลว่า ไม่เข้าสอบ , ตก , ไม่ทราบผล เป็นต้น แต่รวมๆแล้วแปลง่ายๆว่า ไม่ผ่านนั่นเอง 
 
 
อย่างไรก็ตาม อย่าไปยึดมั่นว่าคะแนนผ่านอยู่ที่ 60% เสมอไป ทั้งนี้ทั้งนั้นยืดหยุ่นได้ขึ้นอยู่กับความพอใจของอาจารย์ผู้สอน ถ้าเป็นวิชายากก็อาจจะ 50% ผ่าน หรือถ้าเป็๋นวิชาง่ายก็อาจจะเป็น 65% ผ่านก็ได้
 
 
และทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีสุดยอดข้อดีในการเรียนรามอยู่ข้อ  นั่นก็คือ
 
 
"เมื่อคุณสอบตก เกรดที่บอกว่าตกนั้นจะไม่แสดงผลในทรานสคริปท์นะคะ!!" 
 
 
 
และนี่ก็คือข้อมูลเบื้องต้นให้ลองคิดกันดูก่อนว่าไหวมั้ย...ถ้าไหวล่ะก็ เจอกันต่อตอนหน้าเร็วๆนี้ค่ะ 

Comment

Comment:

Tweet

รับอัดเสียงอ่าน จากตำราหน้งสือ รามคำแหง หรือ สรุปชีท จากรามคำแหง ถ้าใครเรียนอยู่และไม่มีเวลาอ่านหนังสือ อยากได้เป็นเสียงจากหนังสือ เอาไว้ฟัง ตอนขับรถ ตอนทำงาน สอบถามราคาได้นะคะ ขี้นอยู่กับจำนวน หน้า และระยะเวลา คะ

email : bunlarp1410@gmail.com

#19 By boonlarp (45.122.48.194) on 2016-02-23 13:14

#18 By (182.52.0.232|182.52.0.232) on 2015-02-23 18:24

#17 By (118.172.185.19|118.172.185.19) on 2015-02-22 13:40

อยากเรียนน่ะ แต่ทำงาน 

#16 By (118.175.223.214|118.175.223.214) on 2014-12-13 08:00

กำลังจะสมัครเข้าเรียนพอดีเลย ยังไงจะรออ่านตอนต่อไป หวังว่าพวกเราจะจบกันด้วยดีนะค่

#15 By paweena (171.5.67.198|171.5.67.198) on 2014-04-04 16:50

ขอบคุณค่ะ ข้อมูลมีประโยชน์มากเลย
กำลังหาข้อมูลตัดสินใจอยู่พอดี

#14 By mint (10.133.64.43, 49.230.86.220) on 2013-11-02 21:50

อยากจบเร็วๆ

#13 By ืหน่อย (103.7.57.18|192.168.1.52, 192.168.1.52, 127.0.0.1, 124.120.223.195) on 2013-05-23 07:21

ตอนนี้รามเปลี่ยนเกรดเป็น a b c  แล้วนะครับ เผื่อไม่รู้กัน ใครคิดจะเรียนควบ นิติ บัญชี แนะนำว่าอย่าเรียนเลยครับเสียเวลา บางคนเล่มเดียวติดอยู่ 2 ปี ยืนร้องไห้หน้าบอร์ด ขออาจารย์ก็ไม่ได้เพราะคนสอบเยอะอาจารย์ลูกศิษย์ไม่รู้จักกัน ถ้าจะเรียนเอาวุฒิเฉย ๆ ก็มีอยู่แต่คุณก็มีปัญหาเวลาสมัครงานอยู่ดี ติวหน้ารามที่เรียกว่าราม 3 วิชาบัญชีเก็งไม่ถูกหรอกครับเพราะข้อสอบ 30 แผ่นที่เชื่อมกันของคุณอาจารย์เค้าออกหนีติวเตอร์ (ถ้าง่ายติวเตอร์คงไม่ผุดเป็นเห็ด) นิติ ติวเตอร์เอาข้อสอบออกมา แต่ขอโทษเฉลยผิด !! เพราะอย่างมากเอาออกมาได้กอ่นสอบครึ่ง ชม. และนิติมีคะแนนตัวบทสูง คือถ้าท่องไม่ได้เค้าให้ 0 ทั้งข้อ หลายคนเครียดไปโดดตึกตายก็มีออกข่าวอยู่ มันค่อนข้างจะทารุณสำหรับ 2 คะณะนี้ ถ้าไม่ตั้งใจอย่างแรงกล้าจริง ๆ แนะนำว่าอย่าไปยุ่งกับพี่เค้าเลยครับ จากใจ

#12 By นิติ ราม ที่จบแล้ว (::|124.120.98.188) on 2013-01-18 04:01

จบรามเหมือนกันค่ะ จบวิทย์ฯ-คอมฯ ค่ะ ตอนนี้ต่อโทที่นิด้า แต่อยากเรียนตรีบัญชีที่รามอีกสักใบเหมือนกัน ไม่รู้จะสู้ไหวป่าว แต่ผ่านชีวิตเด็กรามมาแล้ว เจอมาเยอะค่ะ เหอๆ

#11 By pat (103.7.57.18|202.94.73.24) on 2012-10-30 15:54

จริงๆ แล้วตารางมร.30 เราจะบอกทุกๆ วิชาที่เปิดสอนเลยว่า วิชานั้นๆ เรียนวันไหน มีคลาสไหนบ้าง อาจารย์ท่านใดสอน สอบเมื่อไหร่ ถือว่าพอเป็นประโยชน์อยู่บ้างสำหรับคนที่ทำงานแล้วเรียนไปด้วย หรือเรียนที่รามฯควบกับม.อื่นไปด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น แน่นอนม.เปิดเช่นเรา ก็ต้อง พึ่งตนเองให้มาก โตแล้วครับ แค่ขวนขวายหาความรู้ อย่ารอให้เขามาป้อนใส่ปากเหมือนทุกวันที่ผ่านมา บางคนอาจถือว่ายาก...แต่ถ้าคุณตั้งใจแล้ว คุณก็ทำได้ สู้ๆ ครับ

#10 By ราม 54 (103.7.57.18|58.11.206.57) on 2012-09-23 15:22

เขียนได้น่าติดตามมากเลยค่ะ cry

#9 By เม on 2012-01-19 16:44

พออ่านแล้วก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองก็เคยลงรามไว้แต่คณะมนุษย์ค่ะ แล้วปีแรกก็วันสอบชนกับวันเรียนม.หลัก สรุปได้สอบไป3ตัว เลยไม่ได้ลงเพิ่มอีก...*ทรุด*

#8 By -PK-> on 2012-01-13 22:16

- เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ : ..............มีความยินดีที่จะบอกว่าตอนเอนท์ จขบ.ยังจำตารางธาตุไม่ได้เลยด้วยซ้ำอะนะ


- แคลคูลัส : ตรัสรู้ชอบธรรมก่อนวันสอบไม่เกินสัปดาห์ สอบเสร็จความรู้ส่วนนั้นจะอันตธานหายไปอย่างลึกลับ


- คอมพิวเตอร์ : ไม่อยากจะโม้หรอกนะ แต่จนถึงตอนนี้จขบ.ยังลงวินโดวส์ไม่เป็นเลย

แหม~พอกันเลย ....

#7 By yuyu on 2012-01-13 20:19

มหา'ลัยจะควบบัญชีรามด้วยนี่แหละค่ะ!!
แต่รอดไหมน่ะอีกเรื่อง...sad smile

#6 By pla_otaku on 2012-01-13 19:29

ู^
^
อ่านแล้วจะรู้ว่ามุกหน้าม้าแน่เรอะ? 55+

#5 By Mukkuk on 2012-01-13 17:12

เมิงมาหน้าม้าให้เขา เขาก้อไม่ให้ค่าโฆษณา(เป็นเกรด G)ให้เมิงหรอกนะ 555555open-mounthed smile

#4 By chomexchome on 2012-01-13 15:21

ยินดีต้อนับสุ่รั้วพ่อขุนนะคะ
พี่ก็จบจากที่นี่นะ
แต่พี่เรียนนิติจ้า
สู้ๆนะคะcry

#3 By katak on 2012-01-13 09:14

โอวว มีประโยชน์มาก กำลังจะไปลงเรียนควบเลยค่ะ ตอนนี้อยู่ปี1 ม.รังสิตบริหาร จะไปลงรัฐศาสตร์ที่ราม

อยากทราบเกี่ยวกับการสอบ แล้วก็การสอบออนไลน์ค่ะ รามเขาสอบกันช่วงไหน กลัวจะชนกับวันสอบที่รังสิต (วันเรียนก็ไม่ใช่ว่าจะหยุดได้นัก อ.บางคนติสต์จัด จะป่วยปางตายมีใบลายังไงก็ลบ0.5คะแนนอยู่ดี )

#2 By davey on 2012-01-13 06:39

ดีครับ ....ผมก็จบจากที่นี่ เหมือนกัน
sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile

#1 By # Reef # on 2012-01-12 23:41