กอปจากบล็อคเมเม่มาพอเป็นพิธี

 

 

 

Legion สงครามเทวาล้างนรก
*กดเพื่อดูเทลเลอร์หนัง*

 

| เรื่องย่อ |
          เมื่อพระผู้เป็นเจ้าหมดความเชื่อใจกับมนุษย์ พระองค์จึงส่งกองทัพเทวาซึ่งนำทัพโดยเทวทูตเกเบรียล มากำจัดผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งผู้ซึ่งจะให้กำเนิดแมสไซอาห์ (พระผู้ไถ่บาป เช่นเดียวกับพระเยซู) ความหวังของมนุษย์ขึ้นอยู่กับกลุ่มคนในร้านอาหารเล็กๆ ที่ห่างไกลผู้บนกลางทะเลทราย แต่นั่นหากใช่ความหวังเดียวไม่

 

 

 

 

Zone Spoil 

 

 

 

คำเตือน 1 : การสปอยล์นี้เป็นความจริงประมาณ 95% + ความสถ่อยส่วนตัวและความลำเอียง 5% ค่ะ นอกจากนี้มีการตัดทอนเนื้อหาส่วนไม่สำคัญออก เพราะไม่งั้นมันอาจไม่จบภาคในเอนทรีเดียว

 

 

คำเตือน 2 : เนื่องจากมุกเป็นพวกกลัวหนังผีมาก เพราะงั้นมีหลายฉากในเรื่องนี้ที่ปิดตาดู เพราะงั้นรายละเอียดอาจไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้องนักนะคะ  (แต่ฉากชวนจิ้น Y รับรองว่าครบแน่ค่ะ )  

 

----------------------------------------------

 

 

The Legion

 

สงครามเทพเกย์ล้างร้านสะดวกซื้อ

 

 

 

เริ่มเรื่องมา ในบริเวณย่านสลัม...ชายคนหนึ่งหน้าตาออกจะเคะพลันปรากฏตัวขึ้น แสงสว่างทอประกายวาบจากปีกที่ติดอยู่บนหลังของเขา แล้วชายคนนี้ก็..............ตัดปีกทิ้ง!!

 

 

หลังจากบรรลุการสลัดปีกทิ้งแบบการสลัดหางของจิ้งจก ชายนิรนามก็มาปรากฏตัวที่หน้าร้าน....

 

 

"TOYS"

 

 

ชายนิรนามบุกเข้าไปในร้านอย่างมั่น ทุบหัวยามสลบเหมือด คุ้ยหากล่องปฐมพยาบาล ทำการเอาเข็มเย็บหลังตัวเองสดๆ เลือดไหลนองออกมาราวกับวันมามาก และในที่สุดเขาก็ฉวยได้ปืนไรเฟิล M16 อาก้า ฯลฯ นับไม่ถ้วนกระบอกจากร้านขายของเล่นได้ 2 กระเป๋าใหญ่   ซึ่งน่าจะเชื่อได้ว่าร้านนี้ต้องเป็นเอเย่นต์ให้กับพวกค้าอาวุธเถื่อนอย่างแน่นอน!!!  

 

 

แล้วเขา....ในสภาพเสื้อผ้า(ที่เปลื้องเอาจากยาม)ก็เดินออกมานอกร้าน แต่ขอโทษทีฉากเปิดตัวแบบนี้ มีหรือที่จะแค่เดินดุ่มๆออกมา.........

 

พ่อเล่นระเบิดประตูร้านออกมาเป็นรูปกางเขนเลยเว้ยเฮ้ย!!  

 

 

แน่นอนว่าเมื่ออยากเด่นจัด จึงย่อมต้องมีคนผ่านมาเห็น....และคนที่ผ่านมานั้นก็เป็นตำรวจมะเขือเทศถึง 2 คนด้วยกัน

 

 

"เฮ้ย! หยุด อย่าขยับ!!"

 

 

ประโยคเปิดตัวที่ตำรวจไม่มีพลาดในทุกเรื่อง แม้ว่ากว่า 90% คนที่โดนตะโกนใส่จะวิ่งหนีหายเข้ากลีบเมฆไป ไม่ก็ยิงสวนให้ตายก่อนจะทันพูดจบ แต่สำหรับชายนิรนามผู้นี้กลับเป็นคนมีวัฒนธรรมมากพอที่จะยอมทำตามทั้งรอยยิ้มหวาน

 

 

"วางของในมือลงเดี๋ยวนี้!!"

 

ตุบ << เสียงของถูกวาง

 

 

"ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ!!"

 

เปรี๊ยะ << เสียงตะเข็บรักแร้ตึง

 

 

"หันหลัง!!"

 

ฟิ้วว << เสียงลมยามหมุนตัว

 

 

เมื่อผู้ร้ายเป็นเด็กดีขนาดนี้ ตร.ก็ย่อมวางใจ หนึ่งในนั้นเดินเข้าไปใกล้อย่างหมายใส่กุญแจมือ แต่ทันทีที่เข้าไปในระยะ ชายนิรนามก็พลันหมุนตัวกลับมาอย่างเมพ แย่งปืนมาจ่อหัวตร.ซะแทน

 

 

เมื่อฝ่ายผู้ร้ายกลายมาเป็นฝ่ายผู้รุก  ตร.ที่เหลืออีก 1 หน่อจึงยิ่งไม่กล้าผลีผลาม  

 

"จะ...ใจเย็นไว้โยม....."

 

ขณะที่กำลังจะเกลี้ยกล่อมให้ชายนิรนามวางปืนลง ตอนนั้นเองความเปลี่ยนแปลงก็พลันเกิดขึ้น!!

 

หัวของตร.คนที่ยืนเอ๋ออยู่สั่นง่อกแง่กยังกับจะบ้า ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเพื่อนที่ถูกจับกุม และสายตาเหยียดหยามจากชายนิรนาม

 

ชายนิรนาม  "หึ "

 

หลังจากหัวสั่นง่อกแง่กอยู่พักใหญ่ หัวของตร.ก็กลับมาตั้งตรงในที่สุด แต่มันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เมื่อตร.คนนั้นอ้าปากออก เผยให้เห็น......

 

แมงกินฟัน

 

ฟันซี่เล็กๆคมกริบยังกะฟันของลูกฉลาม!!

 

 

ตร.ง่อกแง่ก "หึหึหึ ไมเคิล...เจ้ากำลังทำผิดพระบัญชา อะคึๆๆๆๆ"

 

ชายนิรนามที่เรารู้แล้วว่าชื่อไมเคิล "ข้าทำในสิ่งที่ข้าเชื่อว่าถูกต้อง "

 

ตร.ง่อกแง่ก "อะคึๆๆ ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็จะต้องตายไปพร้อมกับเด็กนั่น!! "

 

 

นัดแรกประเดิมด้วยปืนในมือของตร.ง่อกแง่ก ลั่นไกเปรี้ยงเดียวเพื่อนตร.นอนตายอนาถ...

 

เมื่อเสียตัวประกันในมือไป ไมเคิลม้วนตัวหลบ 360 องศา ก่อนจะสวนกลับด้วยเอ็ม 16...และคงไม่จำเป็นต้องถามผลหลังจากนั้น

 

เมื่อสำเร็จโทษตัวแย่งซีนแล้ว...ไมเคิลก็คว้ากระเป๋า 2 ใบขึ้น ก่อนจะเดินขึ้นรถสายตรวจแล้วขับปุเลงๆออกไปสู่อาทิตย์อัสดง...

 

+++++++++++

 

 

ตัดฉากมาที่อีกด้านหนึ่ง ณ จุดแวะพักรถยนต์ที่ตั้งอยู่ริมทางหลวง(ที่โลกลืม)

 

พระเอก (ก็ได้) เป็นเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่า จิ๊บ (สงสัยมากว่าชื่อ eng มันอ่านงี้จิงเรอะ - -) ซึ่งเนื่องจากฝันร้าย ทำให้นอนไม่หลับต้องมานั่งตากลมอยู่ด้านนอก ไม่นานนักสาวอีกคนก็เดินตามออกมา และต่อให้ไม่สังเหตก็ยังต้องเห็นว่าสาวคนนี้กำลังท้องอยู่

 

จิ๊บ "ทำให้เธอตื่นเหรอ ชาร์ลี?"

 

ชาร์ลี (อีสาวนั่น) "เปล่าหรอก"

 

จากการสนทนากันคร่าวๆ ทำใหเทราบว่าอีสาวชาร์ลีท้องไม่มีพ่อมาได้ 8 เดือนแล้ว และไอ้หนุ่มจิ๊บก็พยายามจะเสนอตัวเป็นพ่อให้เด็กในท้อง แต่ขึ้นชื่อว่าสาวเกรียน + ติ่งหู มีหรือจะสนใจต่อข้อเสนอนั้น

 

ชาร์ลี "ฉันไม่สนเด็กนี่หรอก คลอดออกมาแล้วยกให้ใครไปก็สิ้นเรื่อง  "

 

และด้วยเหตุนี้เองไอ้หนุ่มจิ๊บจึงยังต้องนั่งคอตกด้วยความหงอยเหงาต่อไป...

 

 

ตัดฉากเพียง 1 แวบ จากเช้ามืดก็กลับกลายมาเป็นกลางวัน.........

 

ในร้านอาหารเล็กๆของจุดจอดรถ ประกอบด้วยบุคลากรดังต่อไปนี้

 

1. พ่อ (พ่อไอ้จิ๊บ) : เป็นเจ้าของร้านและมีหน้าที่ในการซ่อมทีวี

 

2. เพอร์ซี่ (แต่ไม่แจ๊กสัน) : ลุงผิวดำ เชฟประจำร้าน 

 

3. จิ๊บ : ลูกชายพ่อ เหมือนจะเป็นช่างซ่อมรถยนต์ที่มีจินตนาการในหัวมากเกินไป

 

4.ชาร์ลี : สาวเสิร์ฟท้อง 8 เดือน

 

 

ต่อไปคือรายนามของคนน่าสงสารที่มาหยุดแวะพักที่นี่

 

1. ครอบครัวพ่อแม่ลูก (ที่รถเสียจนต้องแวะมาพักที่นี่)  ประกอบด้วย สามีทาส เมียในคราบคุณนาย และลูกสาวใจแตก

 

2. ชายผิวดำไร้นาม (หลงทางมา และยังหาทางไปไม่เจอ)

 

รวมเบ็ดเสร็จ 8 ชีวิต กำลังลั้ลลาอยู่ในร้านสะดวกซื้อ

 

 

ขณะนั้นมีเพียงไอ้จิ๊บคนเดียวที่ยืนอยู่นอกร้าน จึงได้เห็นกลุ่มเมฆรูปร่างแปลกประหลาดลอยมาจากที่ไกลโพ้น (ใครนึกภาพไม่ออก ให้คิดถึงกลุ่มควันของภูเขาไฟในไอร์แลนด์ )

 

ส่วนภายในร้านพ่อไอ้จิ๊บก็กำลังตบตีกับทีวีที่สัญญาณแย่มากๆอยู่ โดยมีเสียงยุจากเพอร์ซี่ให้ติดตั้งเคเบิ้ลทีวีซะ จะได้ดูหมีแพนด้ากับคนอื่นเค้าสักที (<< ในหนังมันพูดออกมาเองเลยนะ )

 

 

หลังจากนั้นไม่นานสัญญาณทีวีก็ขัดข้องสุดขีดจนกลายเป็นไม่มีสัญญาณ วิทยุก็ไม่มีสัญญาณ โทรศัพท์ก็เหมือนกับถูกตัดสาย ทำให้คนในร้านเริ่มลุกลี้ลุกลนตกใจกลัวว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วตอนนั้นเองยัยแก่คนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาในร้าน

 

ยัยแก่ "ขอเสต็กดิบกับน้ำเปล่าจ้ะ "

 

หลังจากได้อาหารมาแล้ว ยัยแก่ก็ชวนคุยถึงเรื่องลูกในท้องของชาร์ลีแล้วก็เริ่มก่นด่าว่าลูกไม่มีพ่อจะต้องตกนรกหมกไหม้ ฯลฯ  ทำให้ชาร์ลีโกรธจนเดินหนีเข้าไปด้านในของร้าน  แล้วยัยแก่ก็เริ่มด่ายัยคุณนายต่อ ทำให้คุณสามีทาสไม่พอใจ และเดินเข้ามาอย่างหมายเอาเรื่องกับยัยแก่

 

ทว่า....!!

 

ยัยแก่ยิงฟัน เผยให้เห็นการเรียงตัวของฟันแบบเดียวกับซอมบี้ตำรวจ แล้วยัยแก่ก็โผเข้างับคอของคุณสามีจนเลือดสาดกระจุย กระนั้นยังไม่พอต่อฤทธิ์เดช ยัยแก่ปีนขึ้นไปอยู่บนเพดานแล้วก็มุ่งเป้ามาจะฆ่าชาร์ลีให้ได้ แต่ก่อนที่ยัยแก่จะทำได้สำเร็จ ก็ถูกกระสุนที่ไอ้ผิวดำยิงมาฆ่าตายซะก่อน!!

 

คนในร้านส่วนนึงช่วยกันพาคุณสามีขึ้นรถ คิดจะพาไปรพ. แต่หลังจากออกรถไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ได้รู้ว่ากลุ่มเมฆลักษณะประหลาดนั่นแท้จริงแล้วคือกลุ่มแมลงจำนวนมหาศาลบานตะไท นำขบวนโดยผึ้งที่มุดเข้ามาในรถอย่างขมีขมัน ทำให้ขบวนผู้อพยพจำต้องกลับไปตายรังอยู่ในร้านเช่นเดิม

 

ขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในภาวะจิตตกอยู่นั้น รถตำรวจคันหนึ่งก็พลันแล่นมาจอดที่หน้าร้าน  คุณป๋าของไอ้จิ๊บถือลูกซองลงไปตะโกนสั่งใส่ไมเคิลที่ลงมาจากรถ

 

"ยิงฟังให้กรูดูบัดเดี๋ยวนี้!!" 

 

ไมเคิลยิงฟันให้ดูและผ่านการทดสอบ   จากนั้นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงและไม่อธิบายอะไรให้มากความ ไมเคิลก็จัดแจงแจกอาก้าและปืนยัดใส่มือผู้ร่วมชะตากรรมคนละกระบอก จากนั้นก็กวาดต้อนคนหมู่มากให้กลับเข้าไปหลบภัยในร้าน ตามด้วยเอาข้าวของต่างๆมาปิดทางเข้าออกของร้านไว้ โดยที่ทุกคนก็ทำตามโดยตั้งคำถามอะไรอีกเลย - -

 

หลังจากจัดร้านเพียงพริบตา ฟ้าข้างนอกจากสว่างโร่ก็กลับกลายมาเป็นยามค่ำ หน่วยแม่นปืนอันได้แก่พวกผู้ชายทั้งหลายปีนขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้าของร้านที่ถูกปิดไฟทั้งหมด ในมือมีปืนคนละกระบอกอย่างเตรียมซัลโวเต็มที่

 

เวลาผ่านไปจากนาทีต่อนาทีท่ามกลางเสียงหัวใจเต้นระทึกตึ้กตั้กของคนในเรื่องและนอกเรื่อง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น...

 

ชายผิวดำ "นี่มัน...เสียงดนตรีนี่มัน...."

 

คุณป๋า "เสียงเพลงของรถขายไอติม  !!"

 

ชายผิวดำ " นี่จะให้สู้กับคนขายไอติมรึไง!!?"

 

 

ไร้เสียงตอบรับจากไมเคิล และแล้วรถขายไอติมที่แล่นอยู่ห่างออกไปก็ค่อยๆขับมาจอดที่หน้าร้านในที่สุด!!

 

คนที่ก้าวลงมาดูเป็นคนปกติธรรมดาที่กำลังร่อนจมูกสูดดมกลิ่นบางอย่าง แล้วตอนนั้นเองชายผิวดำก็พลันพูดขึ้น และเสียงนั้นก็ทำให้คนขายไอติมรู้ตัว!!

 

จากเดิมที่ยังดูเป็นคนกลับกลายเป็นไม่ใช่คนในทันที ชายคนนั้นยิงฟันเผยให้เห็นรูปแบบของฟังที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเรื่องนี้ไปเสียแล้ว มือเท้ายืดยาวออกมาในลักษรณะคล้ายแมงมุมก่อนจะคลานสี่ขาข่ามาโดยมีประสงค์ร้ายอย่างเห็นได้ชัด

 

ปังๆๆๆๆๆ

 

จากการยิงอย่างไม่กลัวกระสุนหมด คนขายไอติมก็ดับอนาถไปอีก 1 ราย...

 

ใครคนหนึ่ง "เรารอดแล้วใช่มั้ย? "

 

ไมเคิล " ดูนั่นสิ"

 

จากถนนด้านล่างแสงไฟหน้าของรถสะท้อนมาให้เห็นอีกไม่ต่ำกว่า 20 คัน.................

 

หลังจากนั้นการปะฉะดะกันก็เริ่มขึ้น หน่วยแม่นปืนพยายามเก็บซอมบี้ทุกตนไม่ให้เข้ามาในร้านได้ แต่สุดท้ายก็ยังมีตัวนึงสามารถพังกระจกร้านเข้ามาและลากสามีที่นอนพะงาบๆอยู่ออกไปได้สำเร็จ และแล้วเสียงระฆังหมดยกก็ดังขึ้น แล้วกองทัพซอมบี้ก็ถอยทัพลงเพียงแค่นี้ เป็นการสิ้นสุดยกแรก!!

 

ในช่วงพักยกเพื่อให้น้ำและผ้าขนหนู ทุกคนก็รุมถามไมเคิลด้วยคำถามที่ควรจะถามมาตั้งนานแล้ว

 

"นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!! "

 

หลังจากยิงไปหลายสิบศพ ดูเหมือนพวกนี้จะเพิ่งนึกได้ว่าควรถาม - - ไมเคิลจึงยอมอธิบายในที่สุด

 

 

แท้จริงแล้วในสมัยอดีตก