วันนี้สอบเสร็จก็ตรงดิ่งเข้าโรงหนัง ไปดูฟงอวิ๋น 2 มาเป็นที่เรียบร้อย

 

 

 

 

และความรู้สึกหลังจากดูนั้นก็คือ.........

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มันน่าด่าตั้งแต่ผู้กำกับลงมาเลยว้อย!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

OTL

 

 

 

 

 

ก่อนที่จะด่าจาระไนทีละเรื่อง ก็มาอ่านสปอยล์กันก่อนแล้วกันนะค้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำเตือน : SPOIL มโหฬารบานตะไท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เริ่มเรื่องมาเป็นการเล่าท้าวความปฐมบทภาค 2  

 

 

 

"เจี๋ยอู๋เสิน ยอดยุทธ์ต่างแดนหมายบุกยึดตงง้วน โดยการวางยาจอมยุทธ์ และจอมยุทธ์ไร้นาม (ก็ดันโง่) พลอยโดนยาถูกจับตัวไปด้วย ส่วนปู้จิ้งอวิ๋นเพราะเห็นแก่ฉูฉู่ ก็เลยโดนจับตัวไปอีกราย.........."

 

 

จากนั้นฉากแรกของเรื่องจะเริ่มที่ เจี๋ยอู๋เสิน (ซึ่งหาความหล่อไม่มีสักนิด ) โผล่ออกมาในชุดเกราะทองทั้งตัว ท่าทางหนักจนน่าเอาไปถ่วงน้ำตายมากกว่าเอามาสู้กับใคร

 

 

เจี๋ยอู๋เสิน " ฮ่องเต้ยกบัลลังก์ให้ข้าแล้ว ใครไม่สวามิภักดิ์กะตรุ..ตาย!!"

 

 

 

อู๋หมิง (ในเรื่องจะเรียกว่าจอมยุทธ์ไร้นาม) หัวเราะลั่น "วะฮ่าฮ่าฮ่า "

 

 

 

"กรุได้ยาถอนพิษมานานแล้วว้อยแสรดดดด!!"

 

 

ไม่ต้องตามองตา แต่กระแสจิตก็ส่งถึงกัน ทันทีที่ท่านอาจารย์สำแดงเดชทำลายโซ่ตรวน อวิ๋นก็รีบทำลายตรวนตามมาติดๆ ก่อนจะกระโดดลอยตัว ประหนึ่งแม่เหล็กเจี๋ยเป็นขั้วเหนือ และอวิ๋นเป็นขั้วใต้ หุ่นซิกแพคโดดทิ้งบอมบ์ ฟาดฝ่ามือใส่เจี๋ยอู่เสิน 1 ฉาด!!

 

 

 

 

............... ความเงียบเข้ากลืนกินบรรยากาศ   ก่อนที่เสียงกร๊อบจะดังลั่น แล้วปู้จิ้งอวิ๋นก็เป็นฝ่ายกระเด็นออกมาก้นกระแทกจ้ำเบ้าอย่างหมดหล่อ!!

 

 

 

เจี๋ยอู๋เสิน "อ่อนจริงน้อง "

 

 

 

อวิ๋นกระอักเลือด แล้ว........ "เกราะหรืออะไรวะ แข็งเชรี่ย!!"

 

 

 

เจี๋ยอู๋เสินยังคงระดมหัวเราะลั่น

 

 

 

แล้วตอนนั้นเองพระบาท 1 ข้างก็ฟาดเปรี้ยงเข้าก้านคอเจี๋ยอู๋เสินเต็มๆ !!

 

 

 

ท่ามกลางความตกตะลึงของไอ้แก่เจี๋ย กล้องโคลสอัพให้เห็นภาพของหนุ่ม(วัยไม่)น้อย ในชุดขาวเก่าขาดที่กำลังแย้มรอยยิ้มอย่างมั่นในหน้าแข้งตัวเองเต็มที่ แต่แล้ว........

 

 

"หึหึหึ...."

 

 

เจี๋ย "เคะๆๆๆ  โฮะๆๆๆๆๆๆๆ อ่อนมาอีกรายแระ!!"

 

 

 

ผลการต่อสู้ หน้าแข้ง VS เกราะทองคำ  ปรากฏว่าเกราะเป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนนท่วมท้น   ร่างของฟงกระเด็นหวือมาตกอยู่ข้างๆศิษย์พี่

 

 

 

และแล้วก็ถึงตาของท่านอู๋หมิงออกโรง!!

 

 

 

อาจารย์เริ่มเบ่งพลังลมปราณ เข่าสองข้างย่อน้อยๆด้วยท่าเหมือนกำลังจะเข้าส้วม ดวงตา 2 ข้างจ้องเขม็งไปยังไอ้แก่เจี๋ย ขณะที่มือเริ่มร่ายรำฝ่ามือไท้เก๊ก แล้วกระบี่ทุกเล่มในฉากก็พลันส่งเสียงระงมก่อนจะพุ่งเข้ามาหาอ.อู๋หมิงทันที!!

 

 

 

กระบี่นับพันเล่มหมุนควงสว่านอยู่รอบๆตัวอู๋หมิง  ลมปราณที่เบ่งออกมาเริ่มหนาแน่นมากขึ้นบอกชัดถึงการใกล้ใช้ท่าไม้ตายสูงสุด ให้เจี๋ยอู๋เสินแสยะยิ้มกว้าง

 

 

 

เจี๋ยอู๋เสิน " มาเลย!! โลกจะได้รุ้สักทีว่าเกราะของกรุข้านี้ไร้เทียมทาน!!"

 

 

อู๋หมิง " ได้เสียแน่เมิงงานนี้!!"

 

 

 

ขาดคำ อู๋หมิงก็พลันตวัดมือไปด้านหลัง ให้กระบี่นับพันถอยร่นไปอยู่ด้านหลังในท่าเตรียมตัวสตาร์ท และเมื่อได้รับสัญญาณจากเจ้าของลมปราณ กระบี่เหล่านั้นก็พุ่งเข้าหาเจี๋ยอู๋เสินทันที!!

 

 

ทว่า....ดูเหมือนไอ้แก่เจี๋ยจะลืมคำพูดเรื่อง "เกราะไร้เทียมทาน" ไปเสียแล้ว  แทนที่พี่แกจะยืนอกผาย ไหล่ผึ่ง นมตึง หน้าตั้ง รับกระบี่พันเล่มนั้น  ไอ้แก่เจี๋ยกลับชิงกางบาเรียต้านกระบี่เหล่านั้นเอาไว้แทน

 

 

 

เพล้งๆๆๆๆ

 

 

 

เสียงกระบี่แตกดังถี่ยิบ อ.อู๋ยังดึงดันเบ่งลมปราณไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จนสุดท้ายและท้ายสุดก็เหลือกระบี่เพียงเล่มเดียวที่กระเสือกกระสนมุดเข้าไปในบาเรียและเสียบเข้าพุงกระทิเจี๋ยได้เป็นผลสำเร็จ!!

 

 

 

แต่กระบี่นั้นก็มีฤทธิ์เพียงแสบๆคันๆสำหรับไอ้แก่เจี๋ย เมื่อท่านอ.อู๋หมิงยังไม่ฟื้นตัวดีจากยาพิษ จึงหลงเหลือพลังเพียงแค่ 1 ใน 10เท่านั้น   และผลจากการทุ่มกายในครั้งนี้ก็ทำให้ท่านอาจารย์ถึงกับกระอักเลือดออกมา....

 

 

 

ผลจากการปะทะระหว่าง ไอ้แก่เกราะทอง VS ไอ้เบบี้เฟซเบ่งลมปราณ  ในที่สุดเบบี้เฟซก็เป็นฝ่ายแพ้ไปอย่างน่าสงสาร T T ไอ้แก่เจี๋ยยกมือขึ้นหมายจะปิดบัญชีกันแค่นี้โดยไม่รอไตรมาสใหม่ แต่แล้วตอนนั้นเอง เหล่าตปก.อดทน ก็ควบม้าเข้ามาขวางหน้าเจี๋ยไว้ ยอมตายแทนอู๋และฟงอวิ๋น ความหวังหนึ่งเดียวของยุทธภพ!!

 

 

ภายใต้การตายแทน อู๋หมิง ฟงอวิ๋นและฉูฉู่ก็เผ่นหนีมาได้อย่างปลอดภัย แต่เพราะอาการของอู๋หมิงยังบาดเจ็บหนักเกินกว่าจะไปดวลเดี่ยวกับเจี๋ยอีกรอบได้ อู๋หมิงจึงแนะนำให้ฟงอวิ๋นไปขอร้องคนอีกเพียงคนเดียวที่อาจปราบเกรียนเจี๋ยอู๋เสินลงได้

 

 

คนๆนั้นก็คือ  "จอมมาร" !!!

 

 

 

ฟงอวิ๋นและฉูฉู่ดั้นด้นออกเดินทางไปขอฝึกวิชาจากจอมมาร โดยยอมคุกเข่าก้มหัวขอร้องแต่จอมมารก็หาได้สนใจไยดี แต่ถ้าจอมมารยังคงไม่สนต่อไป เนื้อเรื่องก็คงไม่ดำเนินเป็นแน่ ผู้กำกับจึงส่งอีก 1 สาวเข้ามาในเรื่อง นามนั้นหรือคือ "เตียหมง"  เพ็นเฟรนด์ของฟงนั่นเอง!!

 

 

เธอผู้โผล่มาอย่างอลัง ทิ้งหางตาให้ฟงอย่างเปิดเผย เหมือนผู้กำกับจะเข้าใจว่าคนดูคงตรัสรู้เองได้ว่าอีนี่เป็นใครเลยไม่บอกตื้นลึกหนาบางของเธอแม้แต่น้อย - -  แล้วเธอก็คุกเข่าขอร้องจอมมารเป็นเพื่อนฟงอวิ๋น

 

 

ด้วยเกรงว่าสาวงามจะเข่าเจ็บ จอมมารจึงยอมช่วยแล้วซัดก้อนหินออกมาให้ 2 หนุ่มรับ  การณ์ปรากฏว่าก้อนหินในมืออวิ๋นแตกละเอียด แต่ของฟงยังกลมเกลี้ยงเป็นก้อนหินดีอยู่ จอมมารจึงเลือกฟงเป็นศิษย์เพราะความใจเย็นของฟงน่าจะทำให้กลับใจจากการเป็นมารได้ง่ายกว่า

 

 

แต่ของแบบนี้กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ ฟงจึงได้เรียกอวิ๋นมาคุยกันสองต่อสองเพื่อจะพูดประโยคเด็ดของตอนนี้ออกมา

 

 

"พี่อวิ๋น ถ้าสักวันข้าพลั้งมือฆ่าคนบริสุทธิ์ไปล่ะก็ พี่ต้องฆ่าข้าทันที..นะ" 

 

 

หลังจากนั้นฟงก็ถูกจอมมารพาเข้าไปด้านในถ้ำ ก่อนไปฟงได้กอดล่ำลากับม่งแล้วจึงตัดใจตามจอมมารไป ซึ่งวิธีฝึกของจอมมารก็คือการกลายร่างเป็นมาร ซึ่งจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการฝึกฝีมือในระยะเวลาอันสั้นนั่นเอง  จากนั้นฟงก็ถูกเตะให้ลงไปแช่ตัวในบ่อน้ำอาบยาพิษเพื่อชุบตัวให้กลายเป็นมาร  

 

 

หลังจากที่ฟงถูกรับเลือก อวิ๋นก็มานั่งหงอยอยู่ตามลำพัง โดยมีฉูฉู่พยายามมาเอาใจด้วยการเอาผ้าเช็ดหน้าที่ตัวเองปักเป็นรูปเมฆกับตัวอักษรอวิ๋นมามอบให้   แต่อวิ๋นมองๆแล้วก็ส่งคืน ก่อนจะกลับไปนั่งหงอยเหมือนเดิม OTL

 

 

แต่อวิ๋นมีโอกาสได้นั่งหงอยเพียงชั่วครู่ ท่านอาจารย์อู๋หมิงก็ส่งคนมาตามตัวอวิ๋นไปฝึกวิชาด้วย เมื่ออวิ๋นไปถึงก็เจอแต่คนชุดดำใส่หน้ากากออกมายืนรับหน้าเท่านั้น  อวิ๋นกับชายชุดดำเปิดฉากปะฉะดะกันอย่างเมามันส์ ก่อนที่ชายชุดดำจะเอาหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าเบบี้เฟซ เขาคืออู๋หมิงนั่นเอง!!

 

 

อู๋หมิงได้เริ่มสอนเพลงกระบี่ให้อวิ๋น โดยที่เพลงกระบี่นั้นให้อารมณ์ "เพลงกระบี่เมามาย" มาก    ยิ่งรำกระบี่ผมยิ่งกระเซิง  ยิ่งรำยิ่งสะเปะสะปะ  ยิ่งรำท่าทางยิ่งเหมือนจะแฮ้งค์เข้าไปทุกที  แต่ด้วยเพลงกระบี่เมามายนั่น ในที่สุดอวิ๋นก็สำเร็จกระบวนวิชาในที่สุด

 

 

อวิ๋น "ท่านอาจารย์    ได้โปรดตั้งชื่อเพลงกระบี่ให้ข้าด้วย"

 

 

อู๋หมิง "ข้าจะตั้งชื่อเพลงกระบี่ให้เจ้าว่า 'ดาบเมฆา' "

 

(ไม่รู้อาจารย์ลืมไปรึป่าว  อวิ๋นมันฝึกเพลงกระบี่นะ แล้วเอ็งตั้งชื่อว่าดาบเมฆาทำม้ายยยยยยย

 

 

ขณะเดียวกันไอ้แก่เจี๋ยก็สืบรู้มาว่าอู๋หมิงและอวิ๋นซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ A และฟงซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ B   เจี๋ยจึงสั่งให้ลูกน้องมือดีบุกไปเชือดทันที!!

 

 

แต่น่าเสียดายที่คนเหล่านั้นมาเจออวิ๋นภายหลังจากผ่านการตีบวกแล้ว   เทพวิชาใหม่ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรก นามนั้นไม่มีบอกในเรื่อง  แต่เพียงแค่อวิ๋นวาดมือ ควันดำก็ปรากฏออกมา มันเป็นควันสีดำประหนึ่งรถเครื่องยนตร์ดีเซล ไม่ไร้สารตะกั่ว  หรือหากจะมองอีกมุมนึง มันก็เหมือนเมฆในวันพายุฝนฟ้าคะนอง  หรือถ้าจะคิดให้มากเข้า มันอาจจะเป็นกลิ่นกายชายหนุ่มของพี่อวิ๋นก็ได้!!  

 

 

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม พี่อวิ๋นก็สามารถเอาชนะศัตรูได้ภายในกระบวนท่าเดียว  

 

 

แล้วท่านอาจารย์ก็สั่งให้อวิ๋นรีบไปดูทางฟงว่าเป็นยังไงบ้าง และเมื่ออวิ๋นไปจนลับตาแล้ว...เลือดกำเดาที่กลั้นไว้ก็ค่อยๆหยาดหยดลงมา ท่ามกลางฉากหลังของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน หนุ่มซิกแพ็คสุดหล่อกลับไปหาคู่ชู้ชื่นเสียแล้ว

 

 

 

 

........ส่วนทางฟงนั้นล่ะ จะอัพเกรดเสร็จรึยัง เราจะตัดฉากมาดูกันบ้าง

 

 

 

 

.......ขณะที่ฟงเข้าสู่การฝึกวิชาช่วงสุดท้าย คนของไอ้แก่เจี๋ยก็บุกมาถึง คนอื่นจึงต่างพากันเข้ามาช่วยรับหน้าแทน แต่แล้วม่งก็พลาดท่าถูกฝ่ามือของตปก.ฟาดซะกระเด็นลอยละลิ่วแบบสโลว์โมชั่น  ร่างบางลอยคว้าง 3 ตลบ ก่อนจะหล่นตุ้บลงในมือฟงที่โผล่ออกมาจากบ่อมารเรียบร้อย

 

 

ฟงในตอนนี้ตกอยู่ในสภาพถ้าไม่ติสแตกก็ใกล้เคียงเต็มที ลูกตาเบิกกว้างลอยคว้าง มีตะไคร่ดำเกาะขึ้นเต็มตัว แต่ตะไคร่นั้นก็ค่อยๆละลายหายไปจนหมดเผยให้เห็นร่างกายฟงในสภาพเปลือยท่อนบน   (และผิวที่ขาวจนเขียวทีเดียว)

 

 

เหล่านักฆ่าฝีมือดีของไอ้แก่เจี๋ยต่างถอยกายหนีด้วยรู้สึกถึงรังสีอำมหิต เมื่อฟงเพียงแค่ก้าวเดินผ่าน ดอกไม้ใบหญ้าก็พากันจับตัวเป็นน้ำแข็ง และเมื่อฟงก้าวไปถึงตัวนักฆ่าตปก.เหล่านั้น พวกมันก็พร้อมใจกันกลายเป็นน้ำแข็งในทันที   

 

 

หรือว่านี่คือพลังใหม่ของฟง  "ช่องฟรีซ 0 องศา" !!

 

 

 

หลังจากที่ฟงจับศัตรูแช่แข็งจนหมด ฟงก็โดดหนีหายไป ก่อนที่อวิ๋นจะโผล่หัวตามมาติดๆแต่ก็คลาดกับฟงไปเสียแล้ว - -

 

 

ขณะเดียวกันไอ้แก่เจี๋ยพร้อมด้วยไพร่พลและฮ่องเต้ที่ถูกจับเป็นเชลยก็มาถึงถ้ำมังกร สถานที่ลับที่มีไว้เพื่อเก็บ "กระดูกมังกร" ของศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

 

 

เจี๋ยสั่งให้ฮ่องเต้บอกว่า กระดูกมังกรอยู่ตรงไหนในถ้ำ แต่ฮ่องเต้ก็ยังคงเริดเชิดหยิ่ง

 

"กรุไม่บอกซะอย่างจะทำไม "

 

 

ผลคือเมียและลูกสาวถูกเชือดไปอย่างละ 1 ให้ฮ่องเต้ถ