ก่อนอื่น ฟงอวิ๋น เริ่มต้นจากการเป็นการ์ตูน วาดและแต่งโดย หม่าหย่งเฉิง  ภายหลังได้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว และจึงได้มีการแต่งเป็นนิยายในเวลาต่อมา

 

 

อนึ่งเนื้อเรื่องของฉบับการ์ตูน ภาพยนตร์และนิยาย มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก = = เพราะงั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าอ่านแล้วไม่เหมือนกับที่เคยดูหนังมา

 

 

คำเตือน 1 : การสปอยล์นี้เป็นความจริงประมาณ 95% + ความสถ่อยส่วนตัวและความลำเอียง 5% ค่ะ นอกจากนี้มีการตัดทอนเนื้อหาส่วนไม่สำคัญออก เพราะไม่งั้นมันอาจไม่จบภาคในเอนทรีเดียว

 

 

 

คำเตือน 2 : สำหรับสาวๆที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนฮ่องกงมาก่อน เพื่ออรรถรสในการชม อย่าไปหาการ์ตูนอ่านอาจจะดีกว่า เพราะดูจากรอบๆตัวแล้ว ผู้หญิงที่ชอบลายเส้นจีนมีน้อยเหลือเกิน OTL

 

 

คำเตือน 3 : การสปอยล์นี้ มุกแบ่งเนื้อเรื่องเป็นภาคตามจำนวนศัตรูตัวเมพที่โผล่มานะค้า

 

 

คำเตือน 4 : การอ่านโดยมองผ่านแว่นตาสีม่วง จะทำให้ได้อรรถรสในการชมมากขึ้น  

 

 

 

คำเตือนมากๆ  : เนื้อเรื่องในตอนนี้สปอยล์หนังภาค 2 ประมาณ 60% ขั้นต่ำ  เพราะงั้นถ้าใครไม่อยากรู้สปอยล์ก็รีบปิดซะนะจ๊า

 

 

 

--------------------------------------

 

 

 

 

ภาค 4  :  มารกิเลน

 

 

 

 

หลังจากท่านอาจารย์อู๋หมิงสุดเมพเอาชนะจ้าวฟ้าได้ด้วยดอกไม้ดอกเดียว  เราก็จะกลับมาดุทางฝั่งของอีฟงกันบ้าง

 

 

 

หลังจากที่ฟงวิ่งติสแตกจากไปพร้อมกับโครงกระดูก ฟงก็อาศัยพลังที่แฝงอยู่ในกระดูกช่วยสงบอาการอยากฆ่าคนไปได้บ้าง  แต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วที่คนเสียสติคนหนึ่งจะสามารถถือสมบัติที่ประเมินมูลค่าไม่ได้วิ่งไปวิ่งมาโดยไม่มีคนตามล่า

 

 

 

เริ่มจากทางการส่งคนตามล่า(มาฆ่า)

 

 

 

ญาติพี่น้องออกตามล่า(เพื่อช่วยเหลือ)

 

 

 

แต่ใครจะตามล่าหรือตามฆ่า ฟงก็ไม่สน

 

 

 

ฟงยังคงวิ่งไปเรื่อยๆ  แล้วก็จะจ๊ะเอ๋กะอวิ๋นที่มาตามจับเป็นระยะ 

 

 

 

โดยที่ในเรื่องนี้ฟงจะมีวิชาตัวเบาเป็นอันดับ 1 ของทั้งเรื่อง

 

 

 

 

 และมันก็ไม่น่าจะทำให้มีใครจับตัวได้ ถ้าไม่ใช่เพราะพอฟงวิ่งไปได้สักระยะหนึ่งก็จะหยุดลงอย่างเอ๋อๆเบลอๆ   รอจนกระทั่งอวิ๋นวิ่งตามมาถึง ประมือกันพอหอมปากหอมคอให้แม่ยกได้กรี๊ดสนั่น   แล้วฟงก็จะเผ่นแน่บอีกครั้ง แล้วมันก็จะวนกลับเข้าลูปเดิมอีกครั้งหนึ่ง 

 

 

 

หลังจากวิ่งไปเรื่อยๆอย่างน่าเสียดายหน้ากระดาษ ฟงก็ได้พบกับม่งในที่สุด

 

 

 

ม่งอาศัยพลังแห่งรัก  เข้ากล่อมเกลาจิตใจติสแตกของฟงให้สงบลง และยังพาฟงที่ตอนนี้เริ่มเชื่องเชื่อไปซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งหนึ่ง หวังปลีกตัวจากโลกภายนอก

 

 

 

แต่น่าเสียดายที่ความคิดว่าได้ซ่อนตัวแล้วนั้น ดูจะเป็นความคิดแต่เพียงฝ่ายเดียว เมื่อไม่ต้องอาศัยเวลานานนัก ทั้งหมดก็รู้ว่าฟงอยู่ที่ไหน ศัตรูมากมายจากทั่วทุกสารทิศต่างแห่กันมาหมายเชือดฟงชิงกระดูก แต่ทั้งหมดก็มีอันต้องพบกับทวารบาล "อวิ๋น เดอะ เมพ" ผู้เฝ้าทางเข้าออกเพียงทางเดียวของหุบเขาไว้!!

 

 

 

อวิ๋น "แน่จริงก็ผ่านตรุไปให้ได้สิ! "

 

 

 

แน่นอนว่าย่อมยากที่เหล่าตปก.จะสามารถผ่าน 1 ในพระเอกของเรื่องไปได้  แต่เมื่อไม่สามารถเข้าตามตรอกออกตามประตู ก็ต้องมีคนที่ฉลาดพอจะคิดปีนเข้าทางหน้าต่างเช่นกัน!!

 

 

 

ศัตรูลอบเข้าหุบเขาจากทางอื่นและบุกเข้าถึงตัวฟงอย่างง่ายดาย  ทั้งสองฝ่ายเกิดการปะทะกันขึ้นอย่างรุนแรง แล้วเสียงแตกหักก็พลันดังขึ้น

 

 

 

โครม!!! เพล้ง!!! 

 

 

 

ต่อหน้าสายตาประชาชีที่มองมา ผลจากการปะทะของฟงกับศัตรูทำให้กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ของวิเศษประจำบ้านเมืองถึงกับมีอันต้องหักเป็นชิ้นๆ!!

 

 

 

ฟง "

 

 

 

ตปก.อดทน "ม่ายยยยยยยยยยยย  "

 

 

 

 

เมื่อมือเปื้อนเลือดศัตรูอีกครั้ง แถมเครื่องรางก็ยังมีอันต้องหักเป็นชิ้นๆ ฟงก็กลับมาติสแตกอเกนและวิ่งหนีไปอีกครั้งหนึ่ง  

 

 

 

เมื่อฟงจากไป พ่อของฟงก็เรียกอวิ๋นมาพบ ก่อนจะเริ่มเล่านิทานให้ฟัง

 

 

 

"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว....บลาๆๆๆ  คนที่มีเลือดกิเลนในร่าง แล้วติสแตกจนควบคุมตัวเองไม่ได้ จะบังเกิดตาที่สามปรากฏบนหน้าผาก แล้วในวัน xx ที่ดวงอาทิตย์ส่องแสงแรงที่สุด ถ้าตาที่สามของคนๆนั้นได้รับแสงอาทิตย์ในระยะประชิดก็จะกลายร่างเป็น เดอะ มารกิเลน ใครว่ามันสูญพันธ์ ไป!!"

 

 

 

พ่อฟงเล่านิทานให้ฟังอย่างรวบรัดตัดความ ก่อนจะก้มหัวขอร้องคนเพียงคนเดียวที่จะฆ่าฟงได้

 

 

 

"ได้โปรด   ถ้าช่วยเขาไม่ได้ก็ได้โปรดฆ่าลูกข้าที"

 

 

 

 

อวิ๋นคิดถึงอดีตที่ฟงเคยขอร้องตน

 

 

 

"สักวันถ้าข้าเสียสติไป ข้าอยากให้พี่ช่วยฆ่าข้า"

 

 

 

ชายหนุ่มถอนใจยาวเหยียด...ทำศึกที่ไม่ควรทำ การรบทีไม่ควรเกิดขึ้น ฆ่าคนที่ไม่สมควรฆ่า...แต่วันนี้เขาจะมีทางเลือกอื่นด้วยหรือ??

 

 

 

 

 

แล้วอวิ๋นก็เดินออกไปตามล่าฟง (อเกน)  พร้อมกับที่เกมส์วิ่งไล่จับเริ่มขึ้นอีกรอบ

 

 

 

  

 

 

 

 

ในที่สุดหลังจากวิ่งไปวิ่งมา ขึ้นเขาลงห้วย อวิ๋นก็สามารถต้อนฟงขึ้นไปอยู่บนภูเขาได้สำเร็จ (โปรดสังเกตว่าขึ้นเขาอีกแล้ว...*)

 

 

 

 

และเวลาที่ดวงอาทิตย์จะส่องแสงแรงสุดก็ใกล้มาถึง ฟงสู้พลางถอยพลาง โดดข้ามภูเขาหลายต่อหลายลูกเพื่อไปให้ถึงยอดเขาที่สูงที่สุดเพื่อจะได้รับแสงอาทิตย์ง่ายขึ้น

 

 

 

จนในที่สุดเลิศภพจบแดนก็สามารถฟันซะจนดาบดื่มหิมะหักเป็น 2 ท่อน ฟงเขวี้ยงดาบสมบัติบรรพบุรุษทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ก่อนจะชิงรุกอีกครั้งด้วยเพลงเตะวายุกระซิบ!!

 

 

 

แม้จะมีกระบี่อยู่ในมือแต่เมื่อต้องเผชิญกับพลังติสแตกของฟงในระยะประชิด เลิศภพจบแดนก็มีอันลอยหลุดออกจากมือของอวิ๋นไป

 

 

สองคนเริ่มสู้กันด้วยเพลงฝ่ามือและฝ่าเท้า แม้ว่าอวิ๋นจะมีพลังถึกมากกว่า แต่มีหรือจะสู้พลังบ้าของคนติสแตกที่ใกล้เป็นมารกิเลนได้ อีกทั้งอวิ๋นยังไม่กล้าลงมือเต็มที่เพราะเกรงว่าฟงจะบาดเจ็บ ดังนั้นเอง......

 

 

 

อวิ๋นจึงเริ่มตกเป็นฝ่ายรับ (เคะ?)  และกำลังจะเสียทีให้แก่ฟง...!! หากตอนนั้นเองม่งก็ตามมาถึง!!

 

 

 

 

ม่งเอาตัวเข้าขัดขวางฟงไว้ แต่ฟงผู้ติสแตกก็ทำร้ายจนม่งบาดเจ็บ แม้ว่าม่งจะยืนยันว่าฟงจำนางได้เพราะไม่เช่นนั้นฟงคงเชือดนางทิ้งไปแล้วแทนที่จะแค่ทำให้บาดเจ็บ  แต่อวิ๋นก็กริ้วจัดเสียแล้ว!!

 

 

 

"ฟง อย่าบังคับให้พี่ต้องฆ่าเจ้าเลย..."

 

 

 

แม้ปากจะพูดเช่นนั้นแต่อวิ๋นย่อมรู้ดีว่าไร้ทางเลือกอีกแล้ว มือกระชากเลิศภพจบแดนกลับมาและเริ่มลงมือตบเกรียนฟงเต็มกำลัง!!

 

 

 

และในที่สุดผ่านการต่อสู้ไป 987 กระบวนท่า อวิ๋นก็สามารถแทงเลิศภพจบแดนใส่ตาที่สามของฟงได้สำเร็จ!!

 

 

ทว่าอนิจจา... หน้าผาที่พวกเขายืนอยู่ไม่สามารถทนรับแรงกระเทือนได้อีกแล้ว พื้นดินพลันถล่มลงไปเบื้องล่างที่เป็นหน้าผาสูงชิ-หาย!!

 

 

ม่งเห็นว่าทั้งฟงอวิ๋นไม่มีทางรอด จึงได้กระโดดลงมาหวังตายตาม

 

 

แล้วในตอนนั้นเองพระอาทิตย์ก็โผล่พ้นกลีบเมฆออกมา ฉายแสงใส่ตาที่สามของฟง แต่มันก็เหมือนจะเป็นดวงที่ทำให้เลือดของม่งหยดลงมาบังแสงแดดได้อย่างพอเหมาะพอดี!!

 

 

ฤกษ์งามยามดีที่จะได้บรรลุกลายเป็นมารกิเลนผ่านพ้นไปแล้ว ดวงตาคู่สีดำที่เคยฉายแต่แววติสแตกเริ่มกลับคืนมามีสติมากขึ้น เมื่อฟงบอกกับม่ง (ทั้งที่ร่างของทั้งสามยังคงดิ่งพสุธาอย่างัลล้า - -)

 

 

 

"ม่ง ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องเดือดร้อน" 

 

 

เมื่ออวิ๋นได้ยินเสียงฟงก็รู้ว่าฟงคืนสติแล้ว อวิ๋นจึงได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายซัดฟงกับม่งกลับขึ้นไปบนหน้าผา ขณะที่ตนเองนั้นก็โดนพลังสะท้อนกลับดิ่งลงเหวไปโดยมีเวลาทันได้สั่งเสียเพียงประโยคเดียว

 

 

"ฟง ข้ารักเจ้า!!"

 

 

 

"ฟง มีความสุขกับม่งเถอะ!!"

 

 

 

และแล้วร่างของบุรุษสุดเมพก็ลอยละลิ่วหายไปจากสายตาของทุกคน และหายสาบสูญไปโดยไม่รู้ชะตากรรมเช่นนี้เอง....

 

 

 

 

หลังจากนั้นเรื่องราวของฟงอวิ๋นก็กลายเป็นตำนานเล่าขานกันไปทั่วทุกที่ ลูกเล็กเด็กแดงชาวบ้านชาวนาต่างรู้ถึงเรื่องนี้และได้ปั้นรูปหล่อของฟงอวิ๋น