ต.เอ๋ย ต.ตู้ [ตู้หนังสือแบบต่างๆ]
posted on 26 Oct 2009 00:27 by mukkuk
เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ มีบุคคลผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม (ชื่อย่อ MM) วางแผนจะซื้อตู้มาใส่การ์ตูน ณ ที่บ้านมัน แล้วก็เลยมาขอคำปรึกษาจากมุก
ซึ่งที่บ้านมุกก็มีตู้อยู่มากและหลายแบบด้วยกัน เนื่องจากพี่ชายขยันซื้ออย่างเมามันส์(และบ้าคลั่ง) เพราะงั้นก็เลยถ่ายรูปมาให้ MM ดู แล้วไหนๆก็ไหนๆเลยถือโอกาสเอารูปลงบล็อคด้วยเลยเผื่อใครสนใจอยากซื้อตู้มาใส่หนังสือการ์ตูน หนังสือนิยาย จะได้มีข้อมูลประกอบกันนะคะ ><
(เนื่องจากตอนนี้มุกหาตลับเมตรไม่เจอ เพราะฉะนั้นจะไม่บอกขนาดของตู้ แต่สามารถกะได้จากจำนวนหนังสือตามรูปนะคะ
)
เริ่มแรกเลย เรามาดูจากแบบมาตรฐานที่สุด
![]()
ตู้แบบเบสิคที่สุด หาซื้อได้แทบจะทุกร้านขายเฟอรนิเจอร์ริมถนน (ไม่ต้องไปหาถึงในห้างหรอกนะ ><) ขนาด 3 แถว 1 คอลัมน์ สามารถวางซ้อนขึ้นไปได้ แต่แนะนำให้วางซ้อนขึ้นไปอีกแค่ชั้นเดียวเท่านั้น เพราะถ้าบังเอิญซวยสุดขีด มันโค่นลงมาจะดูไม่จืดนะจ๊ะ
(และที่สำคัญถ้าซ้อน 3 ชั้น คงต้องต่อเก้าอี้เพื่อปีนขึ้นไปหยิบ = ='''')
มีหลายสีให้เลือกสรร ถ้าใครกลัวฝุ่นจับก็มีแบบทำเป็นลิ้นชักได้อีก (แต่เราจะไม่แนะนำเพราะมันเปลืองพื้นที่ในการใส่การ์ตูน) เนื่องจากขนาดเล็กทำให้เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่คับแคบ จะได้ซุกไว้ตามมุมโน้นมุมนี้ได้อย่างสบายใจ
ในกรณีของตู้นี้ เมื่อสังเกตจากภาพจะพบว่า มันมีพื้นที่เหลือในด้านบนของแต่ละช่อง ทำให้มีส่วนพื้นที่สิ้นเปลืองเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเราสามารถวางแนวนอนได้
![]()
ราคา : ขึ้นอยู่กับร้าน แต่โดยประมาณจะอยู่ที่ 400 - 600 บาท
ตู้ต่อไป >>
(ภาพนี้เป็นการวางซ้อน 2 ชั้น (เฉพาะภาพนี้มาจากบ้านเมเม่ >< แต๊งหลายๆ))
นี่เป็นตู้ที่หาซื้อได้ง่ายอีกตู้หนึ่ง สถานที่ขายคือ TESCO LOTUS ทุกสาขา (ถ้าของมันไม่หมด) ราคา 599 บาท แต่ระวัง!! คอยเหล่ช่วงสิ้นเดือนไว้ บางทีมันจะมีของโละสต็อคลดเหลือ 399 บาทมาวางขาย ให้เราไปสอยมาอย่างลัลล้าแทนค่า
(ประหยัดได้ตั้ง 200 บาท)
ขนาดของตู้นี้คือ 3 แถว 2 คอลัมน์ และแน่นอนว่ามันซ้อนได้เป็น 2 ชั้นเช่นกัน (และแน่นอนยิ่งกว่า อย่าซ้อนชั้นที่ 3 ขึ้นไปจะดีกว่านะ ><)
ในกรณีของตู้นี้เป็นลักษณะของตู้ที่มีพื้นที่สิ้นเปลืองเกิดขึ้นมาก เนื่องจากความสูงในแต่ละบล็อคสูงเกินไป ซึ่งถ้าเราซอยชั้นใหม่ จะได้แถวเพิ่มอีก 1 แถวทีเดียว >< (แต่แน่นอนว่าเราคงซอยเองไม่ได้ OTL) ดังนั้นกรณีของตู้นี้ที่บ้านก็เลยเอาไว้เก็บพวก BOOM , C-KIDS กันน่ะค่ะ
ยังไงก็ตาม มันก็เป็นตู้ที่เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่น้อยเช่นกัน เพราะงั้นก็ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว
(โดยเฉพาะถ้าเราไปเจอช่วงมันลดราคาพอดี)
ดูตู้เล็กๆกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูตู้ใหญ่กันบ้าง
![]()
นี่คือ ตู้ขนาด 6 แถว 1 คอลัมน์ (โดยส่วนตัวแล้วชอบตู้นี้ที่สุด เพราะสีดำเท่ดี ><) ลักษณะที่เป็นจุดเด่นของตู้นี้คือ ไม่กว้างมากนัก เหมาะสำหรับยัดเข้าไปตามซอกตามมุม เมื่อดูความสูงของแต่ละชั้นค่อนข้างเหมาะในการใส่นิยายมากกว่าการ์ตูน
ข้อเสียอันยิ่งใหญ่ของมันคือ ราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับขนาดตู้แล้ว = =
ต่อไปเป็นตู้ที่จัดว่าค่อนข้างคุ้มทุนทีเดียว
![]()
นี่คือ ตู้ขนาด 6 แถว 1 คอลัมน์ เช่นกัน (แต่จะกว้างกว่ารูปบน) ณ เวลาที่ซื้อมานั้น มันราคา 2,000 บาท แต่ตอนนี้คงซื้อด้วยราคานั้นไม่ได้แล้วค่ะ TT TT
ลักษณะของมันเป็นตู้ด้านเดียว มีขา 4 ขา ความจุดูได้ดังรูป และมีความลึกมากพอที่จะวางได้ 2 แถวต่อ 1 ชั้น และยังมีที่ด้านบนในแต่ละชั้นเหลือพอสำหรับวางแนวนอนได้อีกด้วย
ข้อเสียของตู้แบบนี้คือ พื้นไม้ที่เป็นที่คั่นระหว่างชั้นซึ่งจะใช้รองรับน้ำหนักของหนังสือในแต่ละชั้นนั้น เมื่อเวลาผ่านไป อย่างน้อยทุก 1 ปี เราจะพบว่าแผ่นไม้นั้นจะงอเนื่องจากน้ำหนักของหนังสือ วิธีแก้มีมากมายหลายวิธี แต่ทางเราขอแนะนำว่า พอครบ 1 ปี ให้ทำการกลับด้านแผ่นไม้ซะ (แผ่นไม้สามารถถอดเข้าถอดออกได้) แล้วน้ำหนักของหนังสือจะกดทับส่วนที่นูน (เดิมมันคือส่วนที่บุ๋มลงไป) ให้กลับมาเรียบเสมอกันดังเดิม
ต่อไปคือตู้ไซส์ Big
![]()
นี่คือตู้ไซส์ Big แบบเดียวกับที่มีในร้านเช่าหนังสือ ขนาดของมันคือ 7 แถว 1 คอลัมน์ แต่ตู้นี้มี 2 ด้าน เพราะงั้นเท่ากับเรามีพื้นที่ 7 แถว 2 คอลัมน์ นั่นเองค่ะ >< (แปลง่ายๆ เท่ากับ 14 แถว)
ขอเตือนเลยว่าตู้นี้เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่กว้างพอจริงๆเท่านั้น เพราะมันเป็นตู้ 2 ด้าน เราจึงไม่สามารถวางมันชิดผนังห้องด้านใดด้านหนึ่งได้ หรือก็คือเราต้องวางมันล่อซะกลางบ้านนั่นเอง
![]()
ลักษณะของตู้ถือได้ว่าค่อนข้างมั่นคงและแข็งแรง ส่วนที่เป็นฐานทำให้หนาเพื่อช่วยในการรับน้ำหนัก ถ้าไม่ถึงกับกระโดดถีบ มันก็คงไม่มีทางโค่นมาง่ายๆ ส่วนที่เป็นพื้นที่สิ้นเปลืองกล่าวได้ว่าแทบไม่มี = =b เพราะทำไซส์มาไว้สำหรับใส่การ์ตูนโดยเฉพาะ (ในทางกลับกัน ถ้าการ์ตูนไซส์ใหญ่กว่าปกติ ก็จะยัดไม่ลง OTL)
ราคาอยู่ที่ 2,500 บาท ค่ะ
นอกจากนี้ส่วนมากเราจะพบว่าตู้สำหรับใส่หนังสือโดยเฉพาะนั้นมักจะไม่มีอยู่ในร้านขายเฟอร์นิเจอร์ = = หรือถ้าคนขายแนะนำก็มักจะเป็นตู้แบบอื่นที่สามารถใส่หนังสือได้ แต่ก็จะเกิดปัญหาเรื่องของพื้นที่สิ้นเปลืองดังที่เราได้เห็นมาแล้วในรูปต้นๆ
ถ้าเรามีเงินพออาจสามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีสั่งทำ(ซึ่งแพงมากกกกกกกกกกกกก) แต่ถ้าเงินไม่พอล่ะ?
กรณีนี้เราสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการประยุกต์ตู้ที่มีขายในร้าน
![]()
นี่คือตู้ขนาด 6 แถว 4 คอลัมน์ (+ ชั้นด้านล่างที่มีฝาปิด) มุกกับพี่ชายเรียกมันว่า "ตู้รังผึ้ง" เดิมทีตู้นี้เป็นตู้สำหรับไว้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ ของประดับตกแต่ง อีกที อาทิเช่น แจกันใบใหญ่ๆ , เครื่องแก้ว หรือแม้แต่ทีวี มันก็วางได้ = =
ในกรณีนี้ เราจะทำการเลือกตู้ที่มีในร้าน ซึ่งตู้นั้นจะต้องมีแนวโน้มว่ามันจะสามารถประยุกต์ได้ โดยการประยุกต์ที่ว่านี้คงไม่ถึงกับต้องติดหมัดจรวดหรือเสริมขาให้มันวิ่งได้ = ='''' แต่ควรจะเป็นตู้ที่สามารถซอยชั้นเพิ่มได้นั่นเอง
ทีนี้ตอนที่เลือกตู้ก็คุยกับเจ้าของร้านว่า เราอยากได้ตู้ที่มีลักษณะแบบนี้ๆนะ บอกไปเลยว่า "จะเอาไปใส่หนังสืออะพี่!!" (ทางที่ดีควรวัดไซส์มาก่อนว่าชั้นนึงของตู้หนังสือควรสูงเท่าไหร่) แล้วก็ถามเค้าว่า ตู้นี้สูงเท่าไหร่ ถ้าเราอยากซอยจำนวนชั้น ให้สูงชั้นละ X เซนฯ จะได้กี่ชั้น? และที่สำคัญอย่าลืมคำถามเด็ด "จะทำได้มั้ย?"
ถ้าเค้าตอบว่า "ทำไม่ได้" เราก็เปลี่ยนร้าน ถ้าเค้าตอบว่าทำได้ ก็ต้องคุยเรื่องราคาให้ดี ระวังจะถูกโกงเอาได้ (ส่วนมากราคาจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เพราะเค้าจะคิดค่าไม้เพิ่ม) จากนั้นก็คุยเรื่องแบบตู้ ทางที่ดีวาดรูปให้ดูไปเลยจะดีที่สุด
![]()
ตู้อีกแบบหนึ่งที่สั่งซอยชั้น + ช่องเพิ่ม (ตู้ใบกลาง)
ข้อแนะนำในการเลือกตู้
1. ก่อนจะซื้อตู้ เราควรคิดก่อนว่าจะวางตู้ไว้บริเวณไหนแล้วจัดการใช้ตลับเมตรวัดพื้นที่บริเวณนั้นมาแล้วนำไปเทียบกับขนาดตู้ ควรให้พื้นที่ของเรามีความกว้างมากกว่าขนาดตู้พอสมควรเพราะอาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้
2. ตู้ส่วนมาก (โดยเฉพาะที่ราคาถูกๆ) มักจะมาเป็นกล่องให้เราประกอบเอง เพราะฉะนั้นเตรียมไขควงและค้อนไว้ด้วยนะจ๊ะ
3. บางครั้งแม้เราจะคิดว่า ตู้ขนาดเล็กมีพื้นที่สิ้นเปลืองเยอะไป อยากได้ตู้ขนาดใหญ่มากกว่า แต่ควรดูพื้นที่ของห้องไว้ด้วย ดีกว่าซื้อตู้มาแล้วหาที่วางไม่ได้ OTL
4. สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับตู้ที่ทางร้านประกอบมาให้คือ เรามักพบว่ามันเอาเข้าบ้านไม่ได้ = = บางครั้งเป็นเพราะประตูสูงไม่พอ กว้างไม่พอ ติดโน่นนี่บ้าง เพราะงั้นก่อนจะซื้อ ให้คิดหาทางเอาเข้าไปให้ถึงที่ที่ต้องการวางไว้ด้วย
5. กรณีที่เป็นตู้สำเร็จรูปที่ทางร้านประกอบมาให้เสร็จแล้ว ปัญหาที่มักพบบ่อยๆคือ เรื่องของการขนส่ง
ถ้าทางร้านจัดส่งฟรีก็ดีไป (แต่มักไม่มี ยกเว้นว่าบ้านใกล้จัด) แต่ส่วนมากทางร้านจะมีข้อเสนอว่า จะส่งให้ด้วยราคา xxxx บาท ซึ่งมักจะแพงเสมอ ทางเลือกของเราคือ หาร้านใกล้บ้าน หรือถ้าไปได้ร้านไกลบ้านจริงๆ แนะนำให้ขนด้วยตุ๊กตุ๊กค่ะ
6. ตู้หนังสือเป็นอะไรที่ค่อนข้างแพง (อย่างน้อยก็ในสายตามุก) เพราะงั้นถ้าเราเลือกประหยัดที่สุดได้ก็จะดีกว่านะคะ >< เพราะไงๆก็คงได้ซื้อมาอีกหลายตู้อยู่แล้ว
7. ครั้งหนึ่ง ความกลัวที่สุดของมุกคือ ถูกตู้ถล่มลงมาทับตายคาเตียง = = เพราะห้องหนังสืออยู่ชั้น 2 เหนือห้องมุกไปพอดี และห้องหนังสือก็เป็นตามรูปนี้........ = =''''
![]()
![]()
![]()
ยังไงก็ตาม ตอนนี้ได้ขนตู้บางส่วนออกมาไว้ห้องอื่นแล้ว เลยสบายใจได้(บ้าง) OTL เพราะงั้นเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน อย่าเอาหนังสือทั้งหมดไว้ในห้องเดียวกันนะคะ TT TT
ปล. สุดท้ายและท้ายสุด = = การซื้อตู้ใบแรกมักเป็นการเริ่มต้นของการซื้อตู้ใบต่อไปและต่อไป จนกว่าพื้นที่บ้านจะเต็ม อาเมน...

ก็ได้มาใส่หนังสือละครับ
จะเอาไปเผยแพร่ก็ไม่ว่ากันนะครับ

#1 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2009-10-26 02:47