[Fic]Blessing of Moon II[8059]Chapter.9 ครึ่งแรก
posted on 27 Jun 2009 04:39 by mukkuk in KHRFanFiction8059Blessing of Moon II
Pairing : 8059
Chapter : 9 ครึ่งแรก
Rate : -
.........................
"หมู่นี้ดูสดใสขึ้นมากเลยนะ โกคุเทระคุง"
เสียงทักดังขึ้นจากร่างโปร่งผู้นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนใสมองมือขวาคนสนิทผู้กำลังยืนอ่านสรุปเนื้อหาของงานใน วันนี้ให้ฟัง แลเห็นร่างนั้นดูแจ่มใสขึ้นมาก กายที่เคยซูบผอมจากอาการบาดเจ็บเริ่มกลับมามีน้ำมีนวลเหมือนปกติ ดวงตาสีมรกตทอประกายระยับดังเช่นที่เขาไม่เคยเห็นมานาน..นานมากจากเมื่อวัน ที่พวกเขายังเรียนอยู่ที่นามิโมริด้วยกัน...
"อ๊ะ! เอ๋..มะ..ไม่นี่ครับ ผมก็เป็นปกติดีนี่ครับ รุ่นที่สิบ"
โกคุเทระชะงักการอ่านลงเมื่อเงยหน้ามองนายเหนือของตนด้วยแววตาสงสัย
"ไม่หรอก ช่วงนี้นายดูมีชีวิตชีวามากเลยล่ะ.." สึนะว่าทั้งรอยยิ้มอ่อนโยน ประกายแห่งชีวิตเจิดจ้าออกมาจากร่างของผู้พิทักษ์แห่งวายุ บางทีมันอาจจะเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตมากไปกว่าที่เขาเคยเห็นเมื่อ 2 ปีก่อนที่ในตอนนั้นอีกฝ่ายยังคงเต็มไปด้วยความเศร้าและความสำนึกผิดที่กัด กร่อนแม้ความตั้งใจจะมีชีวิตให้หมดไป "..ดร.ชามาลดูแลนายดีสินะ?"
"พะ..พูดอะไรอย่างนั้นครับรุ่นที่สิบ ไอ้เจ้าบ้านั่นไม่เกี่ยวอะไรกับผมสักหน่อย"
คำพูดที่เป็นตรงข้ามกับวงหน้าที่ทอประกายระเรื่อจางๆก่อนที่โกคุเทระจะรีบ อ่านรายงานต่ออย่างเห็นได้ชัดว่าจงใจเปลี่ยนเรื่อง และมันก็ทำให้ผู้เป็นทั้งนายและเพื่อนสนิทอย่างสึนะได้แต่อมยิ้มน้อยๆแม้จะ ลอบทอดถอนใจอยู่ภายใน เพียงเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือสิ่งที่เขาทั้งพึงใจและไม่พอใจไปพร้อมกัน
พึงใจ..ที่โกคุเทระดูมีความสุข ร่างโปร่งดูแข็งแรงขึ้นมาก อีกทั้งรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานานก็กลับมาปรากฏบนใบหน้านั้นอีกครั้ง มันคือความสุขของคนที่รู้ว่าตกเป็นที่รัก มันคือความพอใจที่ได้รู้ว่าตนมีค่าต่อใครคนหนึ่ง มันคือความรู้สึกในแบบที่เขาปรารถนาจะให้ผู้พิทักษ์แห่งวายุได้รู้สึกเช่น นั้น..ปรารถนาได้โกคุเทระได้มีความสุขเสียที
ทว่า..ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการยากที่สึนะจะพอใจต่อสถานการณ์นี้...
นับแต่ที่โกคุเทระฟื้นขึ้นมา ความสัมพันธ์กับดร.ชามาลก็เริ่มก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเมื่อยามาโมโตะมีเหตุให้ต้องไปอยู่เทมเพสต้าแฟมิลี่ ความสนิทสนมของโกคุเทระและชามาลก็ยิ่งทวีความมากขึ้นเช่นกัน ทั้งคู่เปลี่ยนจากคนที่สนิทกัน ก้าวหน้ามาเป็นความชอบพอ...หลายครั้งที่สึนะเห็นเวลาที่ชามาลจูบร่างโปร่ง เบาๆกับการโอนอ่อนผ่อนตามโดยไร้การขัดขืน หลายคราที่ได้เห็นความสุขปรากฏขึ้นในดวงตาสีมรกตทุกครั้งที่มองไปยังแพทย์ แห่งโลกมืด แม้จะยังมีความลังเลหลงเหลืออยู่บ้างแต่ในอีกไม่นานความรู้สึกนั้นก็จะก้าว ข้ามไปสู่คำว่า ความรัก และนั่นจะเป็นจุดจบของความรู้สึกที่ครั้งหนึ่งโกคุเทระเคยมอบให้แก่ยามาโม โตะมาแล้ว
ฉันเคยสงสัยว่าฉันควรจะทำยังไงดี... สำหรับคนกลาง สิ่งที่ยากที่สุดคงเป็นการตัดสินใจ ...ฉันไม่อาจเพิกเฉยต่อความรู้สึกของยามาโมโตะได้ แต่ฉันก็ไม่อาจละเลยต่อรอยยิ้มของนายได้เช่นกัน โกคุเทระคุง
มันจะไม่มีหนทางใดเลยหรือที่พวกนายจะมีความสุขด้วยกันทั้งคู่?
นั่นคือคำถามที่ชวนให้นึกอยากสอดมือเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่บทเรียนจากเมื่อ 2 ปีก่อนที่เขาได้ขอร้องให้มุคุโร่ยื่นมือเข้าไปสอดในเรื่องนี้ มันก็ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เลวร้ายเกินคาดคิด ทั้งการที่ยามาโมโตะจับตัวพวกโคลมไปและทำให้ผู้พิทักษ์แห่งพิรุณและผู้ พิทักษ์แห่งสายหมอกต่างจงชังกันจนยากจะให้อภัย หรือจะเป็นการที่ทั้งโกคุเทระและยามาโมโตะต่างรู้สึกว่าตนถูกหลอกลวงทั้งสอง ฝ่าย จนลงเอยด้วยการต่อสู้กันในท้ายสุด...และมันก็คือบทเรียนอันล้ำค่าที่ทำให้ นายเหนือแห่งวองโกเล่ลำบากใจในการที่จะยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องที่ ควรจะเป็นเพียงเรื่องของคนสองคนอีกครั้ง
...ฉันคงทำได้แค่เชื่อมั่นในตัวของพวกนายทั้งสองสินะ...
รอยยิ้มอ่อนโยนหากแสนเศร้าปรากฏบนใบหน้าหวานของเด็กหนุ่ม เสียงที่เงียบลงแสดงถึงถ้อยรายงานที่จบลงแล้ว ให้สึนะเงยหน้าขึ้นพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้ผู้พิทักษ์แห่งวายุผู้กำลังยืน รอรับคำสั่งต่อไปล่าถอยไปพักผ่อนได้
"ขอบใจมากนะ โกคุเทระคุง เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการต่อเอง" รุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่รับเอกสารปึกใหญ่มาจากมือขวาคนสนิทผู้กลับมารับ หน้าที่เลขาฯอย่างเต็มตัวเมื่อวันก่อน "ถึงตอนนี้ร่างกายนายจะแข็งแรงดีแล้ว แต่ก็พยายามพักผ่อนให้มากๆไว้นะ อย่าเพิ่งรีบร้อนไปรับคำท้าสู้อะไรเข้า แล้วก็...." เสียงหวานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยถ้อยคำที่เป็นปริศนา "...อย่ารีบร้อนตัดสินใจอะไรนะ โกคุเทระคุง"
...เพราะนายอาจจะต้องเสียใจหากด่วนตัดสินใจอะไรลงไปเพียงแค่นี้...
+++++++++++
เป็นเวลาคล้อยบ่ายมากแล้วกว่าที่ผู้พิทักษ์แห่งวายุจะยอมวางมือลงจากงานตรง หน้า แม้ว่าวองโกเล่รุ่นที่สิบจะบอกให้ไปพักผ่อนได้ก็ตาม แต่สำหรับโกคุเทระ ฮายาโตะแล้ว การนั่งทำงานเอกสารที่โต๊ะก็คือการพักผ่อนที่ดีอย่างหนึ่ง บางทีอาจจะดีกว่าการไปกระทำอย่างอื่นที่อาจจะทำให้เขาหวนคิดถึงบางสิ่ง บางอย่างที่ชวนให้คับข้องใจมาตลอด...
"เอาเอกสารนี่ไปให้รุ่นที่สิบด้วย"
"ครับ ท่านโกคุเทระ"
ลูกน้องหน่วยวายุรับเอกสารปึกใหญ่มาก่อนจะล่าถอยไปจากห้องทำงานเรียบหรู เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นยังคงดูใหม่และสะอาดตาราวกับว่าเจ้าของห้องนี้ไม่ได้ หลับไปนานถึง 2 ปีก็ปาน ทั้งนี้เพราะความรักและความเอาใจใส่จากลูกน้องของหน่วยวายุ และการยื่นมือเข้ามาช่วยดูแลของสายฝน...
...ก๊อก.....ก๊อก.....
แว่วเสียงเคาะปากกาลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะ ร่างโปร่งบางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตัวนุ่ม ดวงตาสีมรกตพริ้มหลับลงพลางหวนคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เขาสงสัยมา ตลอด
"ฉัน..กับแก เราเคยเป็นอะไรกันแน่?"
ริมฝีปากนุ่มเอ่ยแผ่วเบา บทสนทนากับรุ่นที่สิบเมื่อตอนกลางวันยังคงดังอยู่ในใจและมันก็ทำให้เขา รู้สึกผิดที่หลอกให้คนที่ตนเคารพหลงเชื่อว่าสาเหตุที่ดูสดใสขึ้นมากเป็น เพราะการดูแลจากชามาล ทั้งที่นั่นเป็นความจริงเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น นั่นเพราะการประคบประหงมของดูแลของหมอแห่งวองโกเล่อาจจะช่วยทำให้บาดแผลและ ร่างกายแข็งแรงขึ้นก็จริงอยู่ แต่ในยามค่ำคืนที่เคยมีเพียงความเดียวดายและภาพฝันร้ายเป็นเพื่อนแล้ว การมาเยือนและอยู่ด้วยจนเขาผล็อยหลับของยามาโมโตะ ทาเคชิ ก็คือความอบอุ่นและความรู้สึกมั่นคงที่อิ่มเอิบอยู่ในใจดวงนี้
เพราะนับแต่ฟื้นขึ้นมา ความทรงจำก็ดูไม่ปะติดปะต่อ
เวลาที่หายไป 2 ปีคือช่วงเวลาที่ทำให้ปัจจุบันสับสน
เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงจำคนเพียงคนเดียวไม่ได้
ทุกคนกำลังพยายามกลบเกลื่อนความจริงอะไรบางอย่างอยู่
เพราะอะไรเพียงแค่มองแก ฉันก็รู้สึก...เจ็บ
เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งคำถามมากมายหลากหลายข้อที่โกคุเทระรู้ดี เกินกว่าจะถามในสิ่งที่ไม่มีทางได้รับคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่สิบ เบียงกี้ ชามาลหรือผู้พิทักษ์คนอื่น ก็ล้วนแล้วแต่แสดงท่าทางกลบเกลื่อนในทุกครั้งที่เขาถามคำถามเหล่านั้นออกไป ทุกคนกำลังพยายามเบี่ยงเบนประเด็นให้เขามองไปที่ปัจจุบันและจงอย่าได้หวนคิด ถึงอดีต...อดีตที่ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร แต่มันก็คือภาพอันเลือนรางสำหรับโกคุเทระในยามนี้
"ถ้าเป็นแก..ยามาโมโตะ ทาเคชิ สักวันแกจะตอบคำถามของฉันได้มั้ย?"
ชายหนุ่มพึมพำแผ่ว บางทีผู้ชายที่ชวนให้ไม่สบอารมณ์คนนั้นอาจจะเป็นคนๆเดียวที่ยินยอมบอกคำตอบ ทุกอย่างแก่เขาในสักวันหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ใช่ในอนาคตอันใกล้นี้ก็ตามเมื่อดูจากท่าทางที่นิ่งเงียบและเพียง มองมาอยู่ห่างๆเช่นนั้นของอีกฝ่าย...ชวนให้นึกถึงนักล่าที่กำลังเฝ้ารอจับ เหยื่อ...
โดยไม่รู้ตัวรอยยิ้มบางๆปรากฏบนมุมปากได้รูป เพียงเพราะคำนิยามนั้นมันช่างต่างกับยามาโมโตะเมื่อหลายปีก่อนราวกับคนละคน
"ทั้งที่แต่ก่อนเป็นแค่ไอ้บ้าเบสบอลธรรมดาแท้ๆ แต่ตอนนี้แกเป็นมาเฟียแล้วสินะ.."
เสียงหัวเราะเบาๆคละเคล้าไปกับรอยยิ้มบนใบหน้า หากแต่แล้วตอนนั้นเองชายหนุ่มก็พลันสะดุดกับความสงสัยที่ก่อตัวขึ้น!?
แต่ก่อนงั้นเหรอ??
ภาพความทรงจำที่แสนอ่อนโยนของเมื่อวันวานที่เด็กหนุ่ม 3 คนใกล้ชิดกันในฐานะเพื่อนสนิทผ่านเข้ามาในสมอง เป็นภาพที่เขาในวัย 14 กำลังตะโกนด่าเด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีดำและถือดาบไม้ไผ่อยู่ในมือ...เด็ก หนุ่มคนนั้นคือ...
!!!!
"ขออนุญาตครับ"
ลูกน้องของหน่วยวายุพลันส่งเสียงดังขึ้นจากนอกห้องปลุกให้โกคุเทระสะดุ้ง ตื่นจากภวังค์ ดวงตาสีมรกตที่ยังทอประกายสับสนหันไปมองร่างของลูกน้องตนที่เดินเข้ามา ในมือของอีกฝ่ายคือเอกสารรายงานความเคลื่อนไหวของคนของวองโกเล่ ซึ่งเป็นหนึ่งในหน้าที่ของมือขวาที่จะต้องรับผิดชอบตรวจสอบสถานการณ์ต่างๆ แทนวองโกเล่รุ่นที่สิบ และตัดสินใจแทนในขอบเขตความเป็นไปได้ ยกเว้นแต่กรณีที่หนักหนาสาหัสเกินจะตัดสินใจ เรื่องนั้นจึงจะถูกโอนไปถึงมือของซาวาดะ สึนะโยชิ
"ขอรายงานครับ...เช้าวันนี้ท่านซาซางาวะ เรียวเฮ ได้แจ้งมาว่าการเจรจาส่วนแบ่งการค้ากับกรอตโต้แฟมิลี่ประสบผลสำเร็จ ท่านแรมโบ้แจ้งมาว่าเดินทางไปถึงฝรั่งเศสและเข้าพักในโรงแรมแล้ว คุณคุซาคาเบะแจ้งมาเมื่อ 40 นาทีก่อนว่าขณะนี้แฟมิลี่เป้าหมายถูกทำลายไป 1 ใน 3 ของทั้งหมด ท่าน...."
โกคุเทระฟังคำรายงานด้วยสีหน้าเฉยเมยพลางพยายามขบคิดตามโดยละทิ้งความสับสน ในใจไว้เบื้องหลัง เมื่อมันเป็นเรื่องปกติที่คนของวองโกเล่โดยเฉพาะผู้พิทักษ์ที่ออกไปปฏิบัติ หน้าที่จะต้องแจ้งกลับมาที่ศูนย์บัญชาการใหญ่อย่างน้อยวันละครั้ง แต่ก็มีข้อยกเว้นคือผู้พิทักษ์แห่งเมฆาที่คงไม่มีทางยอมลำบากติดต่อมาบอกใดๆ จึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุซาคาเบะในการติดต่อกลับมาโดยปริยาย
และเช่นเดียวกันก็ยังมีส่วนน้อยยิ่งกว่าคือผู้พิทักษ์ที่ไม่มีการติดต่อกลับมาเลย...
"มีข่าวของโรคุโด มุคุโร่เข้ามามั้ย?"
คำถามที่เจือไปด้วยความเครียดน้อยๆ ไม่ใช่ว่าห่วงใยอะไรอีกฝ่าย ยิ่งไม่ใช่ว่าคิดถึงผู้ชายคนนั้น แต่เป็นเพราะข่าวคราวของโรคุโด มุคุโร่ได้เงียบหายไปถึง 1 เดือนเศษ และสำหรับคนที่ครั้งหนึ่งเคยจ้องจะทำร้ายรุ่นที่สิบแล้ว การหายตัวไปโดยไร้ร่องรอยเช่นนี้ของอีกฝ่ายก็เป็นสิ่งที่น่าระแวงอยู่ไม่ น้อย
"ไม่มีเลยครับ แต่จากที่เราไปสอบถามดู คาดว่าท่านโคลมน่าจะพอรู้ว่าท่านมุคุโร่อยู่ที่ไหน แต่ท่านโคลมไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมบอกครับ"
ว่าพลางก็ให้นึกถึงใบหน้าของสาวน้อยผู้แม้จะพยายามโกหกเพื่อคนที่ตนจงรักสัก ขนาดไหน แต่ความที่เป็นคนซื่อและไร้เดียงสาก็ทำให้โคลมยากจะโกหกหรือซ่อนความจริงเอา ไว้ได้อยู่นั่นเอง
"ถ้าไอ้เจ้าหัวสับปะรดนั่นยังทิ้งยัยผู้หญิงคนนั้นไว้ที่นี่ แสดงว่าเดี๋ยวอีกไม่นานมันก็คงกลับมาเอง" โกคุเทระเอ่ยเบาๆกับตนเอง ก่อนจะจำยอมเอ่ยถามถึงเรื่องราวของผู้พิทักษ์อีกคนหนึ่งที่เป็นอดีตอย่าง เสียไม่ได้ "แล้วเรื่องของยามาโมโตะ ทาเคชิล่ะ? ได้ความมาว่ายังไงบ้าง?"
นั่นคือคำถามที่รู้ดีอยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็นเช่นใด...เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา นั้นเขาได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยบอกเบาๆด้วยเสียงกลั้วหัวเราะหากก็เจือไว้ด้วยความ อ้างว้าง
‘พรุ่งนี้ฉันจะต้องไปทำลายแฟมิลี่หนึ่งที่เป็นศัตรูกับเรจิน่า การเดินทางค่อนข้างไกล...เพราะงั้นฉันจะพยายามกลับมาในวันมะรืนให้ได้ แล้วเจอกันนะ โกคุเทระ'
‘ใครอยากเจอแกกันวะ!!'
โกคุเทระจำได้ว่าตนตอบอีกฝ่ายไปเช่นนั้น เสียงที่แข็งกร้าว แผ่นหลังที่หันให้กับผู้ชายที่น่าโมโหคือความพยายามที่ต้องการจะปกปิดความ หงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้นในใจจากการได้รับรู้ว่ามันจะไม่มาหาเขาอย่างน้อยที่ สุดก็หนึ่งคืนด้วยกัน...มันที่เขาเคยได้พบหน้าทุกวัน แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เช่นนั้น...
"ท่านยามาโมโตะแจ้งมาเมื่อเช้าว่าเดินทางไปที่อิตาลีตอนเหนือ เพื่อลอบสังหารบอสของรอมมาลแฟมิลี่..."
ชื่อของแฟมิลี่ที่ได้ยินนำมาซึ่งคิ้วที่ขมวดน้อยๆอย่างไม่สบอารมณ์ แฟมิลี่ที่เป็นคู่แข่งทางการค้ากับเรจิน่า และเป็นหนึ่งในแฟมิลี่เพียงไม่กี่แห่งที่ไม่เกรงกลัวต่อวองโกเล่ โดยที่รากฐานของความเชื่อมั่นนั้นมีที่มาจากลูกน้องมากฝีมือใต้สังกัดและ ระบบการรักษาความปลอดภัยชั้นยอดจากวิศวกรมือดีของอิตาลี ในแง่หนึ่งแล้วนั่นไม่ใช่แฟมิลี่ที่เหมาะกับการลุยเดี่ยวแม้แต่น้อย แต่น่าเสียดายที่นกนางแอ่นแห่งฟ้ากว้างจะถลาร่อนเพียงลำพังเสมอ
และมันก็คือคำสั่งที่ราวกับจะบัญชาให้ยามาโมโตะก้าวไปสู่ความตาย!!
ความคิดที่ชวนให้หงุดหงิด มือเรียวขยี้ก้นบุหรี่ลงกับถาดแก้ว ใช่ว่าเขาจะเป็นห่วงหมอนั่นเพราะรู้ดีจากฝีมือที่เคยเห็นว่าการเอาชีวิตของ มันเป็นสิ่งที่ยากเย็นเพียงใด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นพึงรู้เช่นกันและคำสั่งของเรจิน่านั้นก็ราวกับ เป็นการสั่งที่ประสงค์จะกลั่นแกล้งต่อสายฝนนั่นเอง
เพราะอะไร? เกิดอะไรขึ้นระหว่างแกกับเทมเพสต้าแฟมิลี่?
ความสงสัยที่ไร้คำตอบ ในหูแว่วเสียงรายงานของลูกน้องฟังชัดเจน แต่ไม่อาจเทียบเทียมได้กับเสียงห้าวทุ้มที่วายุได้ยินอยู่ทุกค่ำคืน เสียงนั้นที่เจือไปด้วยเสียงหัวเราะอยู่เสมอตราตรึงอยู่ในห้วงความทรงจำ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอจนบางทีก็ชวนให้นึกหงุดหงิดแต่ใครเลยจะคิดว่ายาม ที่มันบอกเขาว่าไม่อาจมาหาได้ในวันนี้...ชั่วขณะหนึ่งวงหน้าคมคายได้ทอ ประกายเศร้าหมองสักเพียงใด แม้ว่าความเศร้านั้นจะเลือนหายไปในชั่วพริบตาและถูกบดบังด้วยรอยยิ้มอันสดใส อีกครั้งก็ตาม
ฉันไม่เข้าใจแกเลย..แกจะยิ้มไปทำไม ถ้าแกไม่มีความสุข..?
ความสงสัยที่น่ากังขาเมื่อรอยยิ้มของหยาดพิรุณคือสิ่งที่เขาได้เห็นเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด อีกฝ่ายก็ยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนเช่นนั้นเสมอ มันคือรอยยิ้มที่ราวกับจะช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจของผู้อื่นให้ชุ่มชื่นขึ้นดัง สายฝนที่โปรยปรายสู่ผืนดินอันแห้งผาก ทว่าในทางกลับกันแล้ว..จะมีใครช่วยหล่อเลี้ยงสายฝนได้เล่า?
มันคือชั่วขณะหนึ่งที่โกคุเทระได้หยั่งลึกลงไปถึงก้นบึ้งของความสดใสแห่งหยาดพิรุณว่าสิ่งนั้นคือความเศร้าและอ้างว้างเพียงใด เดียวดายภายใต้รอยยิ้มที่แสร้งทำเพื่อผู้อื่น...
...ห้วงคำนึงที่ทำให้หัวใจเจ็บแปลบอย่างไม่รู้สาเหตุ หากต่อหน้าของลูกน้องผู้ยืนมองเจ้านายที่นิ่งขรึมไปอย่างสงสัยแล้ว โกคุเทระก็สะกดกลั้นความคิดนั้นไว้พลางโบกมือเป็นเชิงสั่งให้อีกฝ่ายล่าถอย ออกไปจากห้องได้
"ไปทำงานต่อซะ แล้วเอารายงานนี่ไปก๊อปปี้ส่งให้คฤหาสน์วองโกเล่ด้วย"
"รับทราบ"
ลูกน้องคนสนิทรับคำก่อนจะก้าวถอยออกไป...และประตูห้องทำงานก็ถูกปิดลงอีก ครั้ง ให้วายุได้พบกับความสงบและจมลงสู่ห้วงแห่งความคิดที่สับสนแต่ก็แจ่มชัดด้วย การตัดสินใจของตน...
- - - - TBC. Chapter.9 ครึ่งหลัง - - - -
ฝากรดน้ำต้นไม้ด้วยนะค้า ><
ปล. อยากได้มนุษย์ต่างดาวง่า OTL


ตอนนี้เหมือนเป็นตอนของก๊กคุงล้วนๆคนเดียว คงจะเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์เก่าก่อนที่หายไป ซึ่งมันคงจะค่อยๆกลับมา ยังไงซะมันก็คงไม่ได้ลืมกันง้ายๆหรอกใช่ไหม?
อยากจะเอาใจช่วยยามาโมโตะ แต่ก็อยากให้แกล้งอีกซักนิดนะ ทำก๊กคุงไว้เจ็บมากนี่นา ฮึ่ยๆ
รออ่านครึ่งหลังค่า
#1 By kuwa[R]i... on 2009-06-27 09:55