[Fic] Start Again[XS] Chapter.1

posted on 14 Jun 2009 00:14 by mukkuk  in KHRFanFictionXS

Start Again


Chapter : 1


Rate : -

 

 Note : ฟิคสั้นต่อจาก The End ค่า ><   (รดน้ำต้นไม้หน่อยน้า~)



----------------------------------------

 

 

 

...บางครั้งแม้แต่ตัวเราเองก็ยากที่จะเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องการที่สุด...

 

 

 

 

...บางคราสิ่งที่ต้องการที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งที่นำความสุขมาให้เสมอไป...

 

 

 

 

...บางคราวจึงมีแต่ต้องเสี่ยงเพื่อค้นพบความเป็นตัวเรา...

 

 

 

เสียงนกร้องดังเรื่อยมาแต่ไกล ยามเช้าของออสเตรียในฤดูหนาวเต็มไปด้วยม่านหมอกมืดทะมึน แม้แสงแดดยังหลบลี้อยู่เบื้องหลังของสายหมอกที่ทอดตัวปกคลุมพื้นที่แถบภูเขาลึกเข้ามาในดินแดนที่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัวจากโลกภายนอก

 

 

...และก็เป็นที่นี้เอง..ที่เงินจำนวนหนึ่งถูกทุ่มลงเพื่อซื้อที่ดินผืนเล็กๆและก่อสร้างบ้านไม้หลังน้อย ไม่กว้างใหญ่จนเกินความต้องการแต่ก็ไม่ได้เล็กจนรู้สึกอึดอัด ไม่ได้หรูหราเยี่ยงคฤหาสน์สมัยใหม่แต่เรียบง่ายด้วยความเป็นธรรมชาติในตัวมันเอง

 

 

ภายในห้องครัวเล็กๆ...ชายคนหนึ่งกำลังรินกาแฟใส่ถ้วยกระเบื้องใบน้อย กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นชวนให้รู้สึกหิวโหย เมื่อมือข้างหนึ่งประคองถ้วยกาแฟไว้ขณะที่มืออีกข้างใช้ไม้ค้ำยัน เดินซวนเซมายังเก้าอี้รับลมในห้องนั่งเล่น

 

 

แกร๊ง!

 

 

เสียงถ้วยกาแฟกระทบกับโต๊ะกระจก ขณะที่ร่างโปร่งผ่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ บาดแผลจากการดวลดาบเมื่อ 2-3 วันก่อนได้ทิ้งรอยแผลลึกไว้บริเวณต้นขาขวา..แม้จะไม่อักเสบมากนัก แต่การใช้ขาเดินในช่วงนี้ก็เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับฉลามคลั่ง และเพราะไม่อยากบอกให้สหายสนิทได้รับรู้ถึงอาการบาดเจ็บในครั้งนี้ ที่มันคงจะแตกตื่นและรีบแล่นมาหาถึงที่..สควอโล่จึงได้แต่เก็บงำเป็นความลับและปฐมพยาบาลตนเองอย่างง่ายๆ

 

 

"บ้าชิบ!!"

 

 

แว่วเสียงทุ้มสบถกร้าว ใครจะคิดว่านักดาบของเวียนนาจะมีฝีมือมากกว่าที่คาดไว้ ด้วยจำนวน 10 คนของพวกมันกลับสามารถฝากรอยแผลบนขาเอาไว้ได้ก่อนจะไปสู่ปรโลก..ช่างน่าเสียดายนักที่พวกมันตายเร็วเกินไปเช่นนี้

 

 

"น่ารำคาญเป็นบ้า!!"

 

 

สควอโล่ยังคงสบถพึมพำต่ออีกหลายประโยคพลางจิบกาแฟยามเช้าในบ้านหลังน้อยที่เป็นหนึ่งในที่พักใจของตนที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังจากความตายของสเปลบี สควอโล่ แห่งวาเรีย...

 

 

ฉันจะไม่กลับมาเหยียบผืนดินของอิตาลีอีก จะไปให้ไกลจากดินแดนนี้ จะท่องเที่ยวไปทั่วโลก ท้าดวลกับนักดาบอย่างที่ฉันต้องการ ไม่มีวันและไม่มีทางที่ฉันจะหวนกลับมาวาเรีย!!"

 

 

นั่นคือคำมั่นที่เมื่อ 2 ปีก่อน สควอโล่ได้ให้ไว้กับตนเองก่อนที่จะเดินทางออกจากประเทศบ้านเกิดเมืองนอนมา หลังจากวันนั้นเวลาผ่านไปรวดเร็วราวความฝัน...ได้ท่องเที่ยวไปทุกที่โดยไร้ข้อผูกมัด ปลอมตัวออกท้าดวลกับนักดาบที่น่าสนใจ ขัดเกลาเพลงดาบให้เฉียบคมมากขึ้น เลิกสนใจต่อวงการมาเฟียที่กลับกลอก นองเลือดจนชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ มัน..คืออิสระที่ฉลามคลั่งไขว่คว้ามาได้ หากในความเป็นอิสระนั้นแล้ว ความรู้สึกบางอย่างกลับก่อตัวขึ้นในใจ

 

 

...ทั้งที่ฉันสนุก แต่ทำไมถึงเหงา...

 

 

...ทั้งที่ฉันพึงใจ แต่ทำไมกลับว้าเหว่...

 

 

...ทั้งที่ฉันควรมีความสุข แต่ทำไมลึกๆแล้วกลับรู้สึกถึงความไม่เติมเต็มในจิตใจ...

 

 

...เพราะอะไรกันนะ...

 

 

 

อารมณ์แปลกๆที่ก่อตัวขึ้นในใจ นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น...หลายครั้งที่ฉลามคลั่งเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะตนเพียงแค่เหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ แต่กระนั้นลึกๆในใจกลับรู้ดีว่ามันไม่ใช่ และยิ่งไปกว่านั้นคือการที่เขาอาจรู้คำตอบนั้นอยู่แล้ว แต่กลัวที่จะค้นหามัน...

 

 

...เพราะฉันเลือกแล้วที่จะมีอิสระ ไม่ใช่การทนทุกข์อยู่ภายใต้นภาผืนนั้น...

 

 

 

ทว่าสควอโล่หรือจะรู้ว่าวันคืนแห่งอิสระของตนนั้นงวดสั้นลงมาจนแทบไม่มีเหลือแล้ว...!?

 

 

 

ไกลออกมาไม่มากนัก ร่างสูงในชุดสีดำสนิทตัดกันกับดวงตาคู่สีฉานมองบ้านหลังน้อยที่ซุกซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเนินเขาสลับซับซ้อนด้วยสายตาราวนักล่าที่พบเหยื่อ รองเท้าบูทเหยียบย่างลงมาบนพื้นหญ้าไร้เสียงใดเกิดขึ้น ไร้ความผิดปกติใด แม้แต่จิตสังหารก็ยังถูกเก็บงำไว้..เพื่อล่า ‘สิ่งสำคัญ' คืนมา

 

 

หลบมาอยู่ที่นี่เองเรอะ ไอ้สวะ..

 

 

มือหยาบค่อยๆผลักบานประตูเข้าไปอย่างเชื่องช้า กลไกล็อคของประตูอาจซับซ้อนแต่มันก็เกินกว่าจะขวางบอสแห่งวาเรียได้ เมื่อชายหนุ่มก้าวเข้ามาภายในบ้านไม้อันเรียบง่ายหากแต่ก็อบอุ่นด้วยการจัดวางอย่างมีศิลปะ

 

 

ทั้งโต๊ะไม้ตัวน้อยเข้ากับชุดน้ำชาที่วางไว้ ชุดดาบที่แขวนโชว์อยู่บนกำแพงอย่างวิจิตรบรรจง เตาผิงขนาดเล็กติดกับกำแพงหนา เป็นบรรยากาศอันอบอุ่น ชวนให้รู้สึกสบายใจ หากทว่าในความอบอุ่นนั้นกลับไม่สามารถตรึงสายตาของผู้มาเยือนได้มากไปกว่าร่างโปร่งบางผู้ผล็อยหลับไปบนเก้าอี้ตัวน้อย...ร่างที่ไม่ได้เห็นมานานกว่า 2 ปี สวะที่กุเรื่องความตายขึ้นมาหลอกลวงและคงไม่ได้คิดเลยว่าเขาคนนี้จะตามหามัน

 

 

ในที่สุดฉันก็หาตัวแกพบ..

 

 

อย่างแผ่วเบา...แซนซัสค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ร่างที่นอนหลับสนิท ร่างนั้นดูโปร่งบางมากกว่าที่จำได้ ชุดไปรเวทธรรมดาที่สวมใส่ขับให้ฉลามคลั่งดูอ่อนเยาว์กว่าปกติ มือแกร่งไล้เรือนผมสีเงินยวงด้วยกิริยาที่อาจเรียกได้ว่าอ่อนโยนกับเส้นผมที่มันได้ไว้เพื่อเขาคนนี้!

 

 

"อิสระงั้นเรอะ? สุดท้ายแกก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะตัดผมของแกอยู่ดี"

 

 

เสียงทุ้มเอ่ยทั้งรอยยิ้มหยัน เรือนผมที่ยาวขึ้นกว่าเดิมบอกชัดถึงพันธะสัญญาที่ผูกพันกันไว้ และมันก็คือสิ่งที่ทำให้แซนซัสได้รู้ว่าลึกๆแล้วในใจของฉลามคลั่งตัวนี้..มันก็ยังคงรักษาคำสาบานตลอดมา

 

 

"...อืมม์...."

 

 

ร่างโปร่งงึมงำแผ่วเบา แก้มเย็นๆเอียงซุกเข้าหามืออุ่นที่ถือวิสาสะแตะต้อง ริมฝีปากสีชมพูอ่อนขมุบขมิบน้อยๆราวพึมพำถึงเรื่องราวในห้วงฝัน กิริยาราวเด็กน้อยไร้เดียงสาจุดรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าคมคาย หากในตอนนั้นเอง ดวงตาสีน้ำแข็งก็พลันลืมขึ้น!!

 

 

ชั่วขณะที่รู้สึกถึงมือของใครที่แตะต้องกาย ฉลามคลั่งก็พลันคว้าจับมือนั้นไว้ มือกลถือมีดสั้นตวัดใส่ผู้บุกรุกตามสัญชาตญาณ หากก็ถูกเบี่ยงหลบไปโดยง่ายดาย เรียกความประหลาดใจให้ปรากฏขึ้นในดวงตาสีน้ำแข็งก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะจับภาพของชายตรงหน้าได้ในที่สุด

 

 

"..แซน..ซัส..."

 

 

นามที่ไม่ได้เอ่ยมากว่า 2 ปีช่างฟังดูไม่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด มือที่จับมือแกร่งไว้สั่นน้อยๆอย่างที่แม้แต่ตนเองก็ไม่ทันรู้สึก ดวงตาจ้องมองร่างสูงตรงหน้าราวไม่อยากเชื่อสายตา มองซึ่งรอยแผลเป็นที่ประดับบนวงหน้าคมคาย มองชายที่ดูจะซูบไปกว่าครั้งสุดท้ายที่พานพบ แต่มันก็ผ่านมานานแล้ว....

 

 

ชั่วขณะที่บอสแห่งวาเรียปล่อยให้ฉลามคลั่งมองสำรวจตนเงียบๆ รอยยิ้มหยันไม่คลายจากมุมปากได้รูป เมื่อเอ่ยกร้าว

 

 

"หนีเที่ยวสนุกมั้ย ไอ้สวะ?"

 

 

น้ำคำที่เหี้ยมเกรียมปลุกให้สควอโล่ตื่นจากภวังค์ ร่างโปร่งขยับกายหมายจะหนีออกไปตามสัญชาตญาณ หากก็สายเกินไปเมื่อมือแกร่งวางลงบนเท้าแขนเก้าอี้ กักร่างฉลามคลั่งไว้ในอ้อมแขนของตน

 

 

"กะ..แกมาได้ไงวะ!!" อดีตรองหัวหน้าหน่วยวาเรียถามดังแทบเป็นตะโกน มือสองข้างยันแผ่นอกของคนตรงหน้าไว้ พยายามยับยั้งความใกล้ชิดที่จะเกิดขึ้น  "ไอ้แหยบอกแกเรอะ??"

 

 

นั่นเพราะสาเหตุเดียวที่แซนซัสจะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนก็มีแต่การรู้ผ่านทางดีโน่เท่านั้น เพราะหลังจากแสร้งตายเป็นต้นมา ฉลามคลั่งก็ไม่เคยที่จะไม่ระวังตัว ในการเดินทางทุกครั้งจะผ่านการปลอมแปลงตัว ไม่เคยสอดมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องใดๆที่อาจเกี่ยวข้องกับวงการมาเฟีย ปิดบังทุกหลักฐานความเป็นไปได้ว่าตนอาจมีชีวิตอยู่...ตัวตนของรองหัวหน้าหน่วยวาเรียถูกลืมทิ้งไว้เบื้องหลัง เมื่อออกท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง...

 

 

"แกคิดว่าคนอย่างฉันต้องรอให้ไอ้ม้าสวะมาบอกงั้นเรอะ?"

 

 

แลเห็นคิ้วเรียวสีดำเลิกขึ้นน้อยๆ ความตระหนกตกใจของคนในอ้อมแขนคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับชายผู้แทบจะบ้าคลั่งกับการตามหาอย่างไร้หวังมานานปี

 

 

"..ถึงแกจะปลอมตัวดีสักแค่ไหน ถึงจะระวังตัวยังไง ขอแค่ลอบดักฟังมือถือของไอ้ม้าสวะนั่นก็รู้แล้วว่าแกอยู่ที่ไหน!!"

 

 

"แต่..."

 

 

ความสงสัยเข้าเกาะกุมจิตใจของผู้อยู่ในความสับสน การปรากฏตัวของคนที่ตนคิดว่าจะไม่มีวันพบอีกนำพามาซึ่งแรงสั่นสะเทือนในใจมากกว่าที่ใครจะคาดคิด ทั้งความงุนงงไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดแซนซัสจึงได้ล่วงรู้ถึงการแสร้งตาย แล้วทำไมคนอย่างแซนซัสจึงได้ออกตามหาเขาโดยการยอมทุ่มเงินมากมาย..ซึ่งคงจะต้องเป็นจำนวนมหาศาลจึงจะสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายโทรศัพท์ที่บอสของแฟมิลี่หนึ่งถือครองได้...มันเพราะอะไรกัน?

 

 

ท่ามกลางความสับสนและหัวใจที่กลับเต้นรุนแรงอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง ดวงตาสีน้ำแข็งเหม่อลอยมองตามชายผู้ยอมปล่อยตนออกจากอ้อมแขน ขณะเดินสำรวจดูภายในตัวบ้านด้วยท่าทางเฉกเช่นผู้เป็นเจ้าของ...ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆเมื่อเดินมาถึงห้องนอนที่มีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ตั้งอยู่

 

 

อย่างน้อยไอ้ม้าพยศก็ไม่น่าจะเคยมานอนค้างที่นี่

 

 

ความคิดที่เต็มไปด้วยความพึงใจ แม้เตียงนั้นจะกว้างพอสำหรับคนสองคนแต่หากมันคือเตียงที่มีไว้เพื่อรองรับคนมากกว่าหนึ่งและกิจกรรมที่อาจดำเนินขึ้นแล้ว ก็ควรจะเป็นเตียงคิงไซส์มากกว่าเตียงเดี่ยวเช่นนี้

 

 

"เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของแกวะ ไอ้คุณบอส??"

 

 

ฉลามคลั่งผู้เดินตามมาเริ่มถามอย่างสุดจะอดกลั้น เมื่ออีกฝ่ายกลับลงนั่งบนเตียงพลางถอดรองเท้าบูทโยนไปอีกทาง เนคไทถูกคลายออกหลวมๆ เป็นอากัปกิริยาที่ชวนให้นึกสงสัยถึงการกระทำต่อไปของชายผู้เงยหน้ามองด้วยดวงตาที่เป็นสีเดียวกับโลหิตคู่นั้น

 

 

"ถามโง่ๆ ฉันก็จะพักที่นี่น่ะสิ ไอ้สวะ"

 

 

"อะไรนะ!!"

 

 

สควอโล่ตะโกนถามลั่น ดวงตาคู่งามเบิกกว้างราวไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แท้จริงแล้วเพียงการที่คนๆนี้มาอยู่ต่อหน้าก็เกินกว่าจะเรียกว่าความจริงสำหรับเขา แต่การที่อีกฝ่ายถึงกับบอกว่าจะพักที่นี่นั้นมันหมายความว่ายังไงกันแน่??

 

 

"อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ" เสียงห้าวเอ่ยทั้งรอยยิ้มเหยียดหยัน  "ฉันจะพักอยู่ที่นี่กับแก"

 

 

"แกละเมอน่ะสิวะ!!"

 

 

ร่างโปร่งตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงด้วยความรู้สึกแปลกๆที่ก่อตัวขึ้นในใจ แต่มันก็คือความรู้สึกที่เขาไม่ปรารถนาจะให้มันเกิดขึ้น ไม่ต้องการจะเดินย้อนรอยความเจ็บปวดอีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

"ตอนนี้ฉันไม่ใช่ลูกน้องของแกแล้วนะว้อยจะได้ให้แกมาวางอำนาจใส่แบบนี้!! ที่นี่คือบ้านของฉันและแกต้องออกไปเดี๋ยวนี้ แซนซัส!!"

 

 

มือกลชี้ไปยังทิศทางของประตูบ้าน เป็นการไล่โดยไม่มีการอ้อมค้อมแต่อย่างใด หากว่าดวงตาคู่สีฉานกลับเพียงทอประกายพราวระยับชวนให้ลุ่มหลงอย่างที่ฉลามคลั่งไม่เคยเห็นมาก่อน

 

 

"แกอาจจะไม่ใช่ลูกน้องของฉันแล้ว แต่แกเป็นของฉัน..เสมอ สควอโล่"

 

 

ชื่อที่นานครั้งจะได้ยิน ประโยคที่ถูกอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ เสียงห้าวที่เว้าวอนน้อยๆอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน หากทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน สควอโล่ก็คงจะไม่ลังเลเลยที่จะทำทุกอย่างเพื่อแซนซัส แต่เมื่อเป็นตอนนี้...เมื่อเป็นเวลาที่เขาได้ตัดสินใจก้าวเดินจากมา คำพูดเหล่านั้นกลับเป็นเพียงประโยคง่ายๆที่ชวนให้รู้สึกถึงความลวงและกับดักเท่านั้น!?

 

 

ฉลามคลั่งหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่มีวันลืมว่าตนก้าวออกมาจากวาเรียในขณะที่แซนซัสรู้สึกเช่นใด..ถ้าไม่ใช่ความโกรธและชิงชัง?

 

 

"แกให้คนมาล้อมบ้านนี้แล้วเรอะ?" เสียงทุ้มถามเครียด แม้จะไม่ได้ยินเสียงผิดปกติใดจากภายนอกแต่ก็เกินกว่าจะไว้ใจได้ "อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมให้แกมาแก้แค้นเรื่องเมื่อ 2 ปีก่อนนั่น ฉันยอมตายที่นี่ยังดีกว่าถูกแกลากกลับไปทรมานที่วาเรีย!!"

 

 

คมดาบติดมือกลวาววับด้วยรังสีอำมหิต สควอโล่รู้ว่าต่อหน้าของชายแห่งนภาแล้ว โอกาสที่จะหนีรอดนั้นมีต่ำสักเพียงใด แต่แม้กระนั้นก็อย่าหวังว่าเขาคนนี้จะยอมปล่อยให้อีกฝ่ายช่วงชิงอิสรภาพไป

 

 

"แกนี่โง่ไม่เคยเปลี่ยน"

 

 

ตรงข้ามกับที่แซนซัสควรจะหยิบปืนออกมา บอสแห่งวาเรียเพียงมองฉลามคลั่งนิ่งๆด้วยรอยยิ้มเคยคุ้นที่ทำให้ใจสั่น เมื่อเอนหลังลงบนเตียงกว้างราวไม่สนใจว่านั่นเป็นการเปิดโอกาสให้สควอโล่มีโอกาสลอบทำร้ายได้

 

 

"ฉันบอกแกแล้วนี่ว่าฉันจะมาพักที่นี่กับแก ไอ้สวะ! ถ้าสมองโง่ๆของแกเข้าใจคำนี้ก็เก็บดาบไปซะ แล้วมานอนพักได้แล้วก่อนที่ฉันจะต้องเป็นฝ่ายไปอุ้มแกมานอน"

 

 

ว่าพลางปรายตาไปยังเรียวขาที่มีผ้าพันแผลสีขาวชุ่มเลือดพันอยู่ การเดินตามแซนซัสมาโดยไม่พึ่งไม้ค้ำยันและการขยับตัวแรงๆหลายครั้งทำให้บาดแผลที่ปิดลงเปิดออกอีกครั้งหนึ่ง และหากพิจารณาจากวงหน้าซีดเผือดและมือที่ลอบยันกับขอบประตูแล้ว...การได้นอนพักผ่อนบนเตียงก็คงเป็นสิ่งที่สมควรทำที่สุด

 

 

...ยกเว้นแต่ว่าการนอนพักบนเตียงที่สควอโล่คิดไว้นั้น ไม่ได้รวมแซนซัสเข้าไปด้วย...

 

 

 

ดวงตาสีน้ำแข็งเต็มไปด้วยความสับสน การมาถึงของแซนซัสทำให้ชีวิตอิสระที่เริ่มเบื่อกลับรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ การที่อีกฝ่ายยืนกรานจะพักที่นี่..ชั่วขณะหนึ่งกลับอดมิได้ที่จะรู้สึกดีใจที่ได้เห็นแซนซัสนานขึ้นกว่านี้อีกสักนาที ทั้งที่ความจริงแล้ว..สิ่งที่เขาควรจะทำควรจะเป็นการรีบหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดไม่ใช่หรือ?

 

 

น่าเสียดายที่เท้าเพียงได้ถอยหลังไปแค่ก้าวเดียว ชายที่นอนสบายอยู่บนเตียงก็พลันผลุดลุกขึ้นมากระชากข้อมือเล็กอย่างแรงจนร่างโปร่งถลาล้มลงมาบนเตียง!!

 

 

"เฮ้ย! ปล่อยว้อย!!"

 

 

สควอโล่แว่วเสียงตนเองตวาดด่า ร่างกายพยายามดิ้นหนีอย่างไร้หวังเมื่ออ้อมแขนแกร่งเข้าโอบรัดจากด้านหลัง รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่คลอเคลียต้นคอและกายหนาที่แนบชิดเสียจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของกันและกัน

 

 

"อยู่นิ่งๆซะไอ้สวะ วันนี้ฉันจะไม่ทำอะไรมากไปกว่านอนกอดแก"

 

 

แว่วเสียงทุ้มกระซิบที่ข้างหู วงแขนแกร่งอบอุ่นโอบกระชับร่างโปร่งเข้าแนบอก เป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของอย่างที่ไม่เคยมอบให้แก่ใครมาก่อน เมื่อชายหนุ่มสูดดมกลิ่นหอมหวานจากเรือนกายที่เคยคุ้น เส้นผมสีเงินคลอเคลียอยู่ใกล้ใบหน้าและร่างที่ยังหายใจอยู่นี้ มันก็ทำให้บอสแห่งวาเรียได้รู้สึกถึงการมีชีวิตของสควอโล่ ได้รู้ว่าฉลามคลั่งยังคงมีชีวิตอยู่จริง..หาใช่เพียงความลวงที่ตนสร้างขึ้น

 

 

"นอนบ้าอะไรกัน? นี่มันยังกลางวันแสกๆอยู่เลยนะว้อย!!"

 

 

"หุบปากแล้วนอนซะ! แกก็ต้องการการพักผ่อนมากพอกับที่ฉันต้องการ..."

 

 

...และวันนี้ฉันจะไม่ทำอะไรมากไปกว่าการได้นอนกอดแกและหลับให้เต็มตื่นสักครา...

 

 

ความจริงบางข้อที่ยากจะเอ่ย...สควอโล่ไม่มีทางรู้ว่านับจากวันนั้นของเมื่อ 2 ปีก่อน บอสแห่งวาเรียก็หาเคยนอนหลับสนิทไม่ ทุกครั้งที่ปิดตาลง ใจจะคอยพะวงคิดถึงแต่สายฝนที่เลือนหาย ทุกครั้งที่หวนคิด ภายในใจจะเจ็บแปลบ ทรมานกับความเชื่อที่ยากจะเป็จนจริง และเพราะเช่นนั้นแซนซัสจึงไม่เคยนอนหลับสนิทอีกเลย

 

 

จนกระทั่งวันนี้..วันที่สควอโล่ได้กลับมาสู่อ้อมกอดอีกครั้งหนึ่ง ชายหนุ่มไขว่คว้าโอบกอดสายฝนไว้ในอ้อมแขน เหนี่ยวรั้งพิรุณสีเลือดให้เคียงข้างตนก่อนจะผล็อยหลับลงสู่ห้วงนิทราโดยง่ายดาย

 

 

 

..เสียงหายใจที่ดังเบาๆเป็นจังหวะบอกชัดว่าคนที่นอนอยู่ด้านหลังเข้าสู่ภวังค์หลับใหล เรียวคิ้วสีเงินมุ่นขึ้นอย่างไม่เข้าใจ เมื่อแซนซัสที่เขารู้จักคือผู้ชายที่จะไม่มีทางนอนหลับต่อหน้าคนอื่น ไม่มีทางเปิดเผยจุดอ่อนหรือช่องว่างใดๆให้เห็น แต่ในตอนนี้..แม้จะไม่อยากเชื่อ แต่แซนซัสก็กำลังกอดเขาไว้ขณะหลับลงโดยไร้ซึ่งการป้องกันตัวแต่อย่างใด..มีเพียงแขนหนักอึ้งที่โอบกอดร่างโปร่งไว้แนบชิด กักร่างนี้ไว้ให้ไม่อาจหนีพ้นไปได้

 

 

"แกจะมาไม้ไหนกันแน่วะ?"

 

 

คำถามที่ไม่ได้เอ่ยต่ออีกฝ่ายแต่เป็นการถามให้ตัวเองได้ยิน ดวงตาสีน้ำแข็งมองผนังห้องที่ทำจากไม้แปรรูปบางๆที่พอช่วยให้ความอบอุ่นได้บ้างในฤดูหนาว แต่ความอบอุ่นนั้นก็คงไม่อาจเทียบเท่าได้กับความรุ่มร้อนของอ้อมแขนที่กอดร่างของเขาไว้แนบแน่น...อ้อมกอดจากชายผู้เลือดเย็นที่สุด

 

 

แกรู้ได้ยังไงว่าฉันแกล้งตาย?

 

 

แกรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่ไหน?

 

 

ทำไมแกถึงติดตามหาฉัน?

 

 

ทำไมแกถึงไม่ลืมเรื่องของฉันไปซะ แล้วปล่อยให้ฉันมีชีวิตของฉันเอง?

 

 

สควอโล่มีคำถามมากมายที่ต้องการถามนภาของตน แต่คำถามนั้นรอได้..เช่นเดียวกับความอบอุ่นของอ้อมแขนและบาดแผลที่ต้องการพักฟื้น ให้ความอ่อนเพลียเริ่มเข้าครอบงำสติทีละน้อยก่อนที่ฉลามหนุ่มจะผล็อยหลับไป ทั้งความคิดสุดท้ายที่อยู่ในห้วงคำนึง

 

 

พรุ่งนี้ฉันจะหนีไปก่อนที่แกจะตื่นให้ได้ แซนซัส!!

 

 

- - - - TBC. Chapter. 2 - - - -

 

 

 

ตอนนี้กำลังร่างๆเนื้อเรื่องของมหากาพย์ XS เรื่องใหม่ คาดว่าจะเอามาลงเร็วๆนี้นะคะ ^o^ 

 

 

อนึ่งสำหรับเรื่อง The End : Start Again  ขอซาวน์เสียงสักเล็กน้อยว่ามีใครสนใจมั้ยคะถ้าทำเป็นรวมเล่ม ' '  โดยที่ในเล่มจะมีครบทั้ง 2 เรื่อง คือ The End : Start Again ค่ะ ^o^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แอบกรี๊ดฉากที่ป๋าหลามเจอกัน 55555+ สุดท้ายแล้วหลามก็ไม่ตัดผม กรี๊ดดด น่ารักมาก >///<

"แกอาจจะไม่ใช่ลูกน้องของฉันแล้ว แต่แกเป็นของฉัน..เสมอ สควอโล่" << ว๊ากกกกกกกกกกกกกก ว๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย น่ารัก!!!! อยากกอดป๋าแรงๆ!!

จะหนีไปก่อนป๋าแซนตื่นนี่... วางใจไปแล้วนะหลาม จะรอถึงพรุ่งนี้เชียวเรอะ 55+ เดี๋ยวป๋าก็ลุกขึ้นมาให้Morning Kissก่อนเอ็งตื่นหรอกเฟร้ืย! XD 555+

รวมเล่ม!!!? เอาสิคะ เอาาาา เพราะชอบหลามเรื่องนี้~ >__<,, (ก็ชอบหลามทุกเรื่องนี่? = = ) จริงๆแล้วชอบภาคThe Endมากมาย เศร้าโดนใจดี TwTb

สุดท้าย รอมหากาพย์XSเรื่องใหม่! o.o (จะกี่เล่มกันหนอ >__<,, มีตัวOCมาให้กรี๊ดอีกมั้ย /เพราะคิดถึงเลโอเน่.. มากๆ 55+)

#1 By Daiong [ไดอง] on 2009-06-14 08:19

- -// สนคร้าาาา ตอบโดยไม่สนใจ555+

แต่ป๋าเรื่องนี้คงน่ารักสินะค่ะ>, อยากเห็นจังเลยแหะ

หนีไปก็คงไม่ทันหรอกป๋าคงรู้ตัวอยู่ดีภรรยาทั้งคน(โดนเสย)
อ๊า..... ปลื้ม

ดีใจที่สควอลลี่ไม่ตาย ,,>w<,,

หะหะ ป๋าลงทุนเพื่อรักมากมาย

สควอลลี่ก็ยอมๆหน่อยจิ....

ส่วนเรื่องรวมเล่ม แน่นอนฮะ ถ้าพีมุกทำ ซื้อแน่นอน

#3 By Ririn (124.121.87.121) on 2009-06-14 12:15

อรั๊ยยยยยยยย หนะ..น่ารักค่ะ อรั๊งงงงงงง > <

ป๋าดูอ่อนโยนขึ้นมากกก

อ่านเรื่องนี้แล้วอมยิ้มมม

อยากบอกว่า...สนใจรวมเล่มมากเลยค่ะ~~!!!! ชอบจังงงง

รอมหากาพย์ XS เรื่องต่อไปนะคะ~!

#4 By Kuren_ on 2009-06-14 17:34

สนใจสิเจ้าค่ะ

#5 By shiong on 2009-06-14 18:09

ข้าน้อยก็คอมเมน2-3ครั้งแระจร้า ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยค่ะ ข้าน้อยชื่อ ชิโอริ จ้า หรือเรียกชิองก็ได้ อ่านฟิคพี่มุกมานานแระแต่เพิ่งมาเริ่มคอมเมน ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ ข้าน้อยก็จะติดตามตามติดฟิคพี่มุกต่อไปเจ้าค่ะ

#6 By shiong on 2009-06-14 18:12

รอมหากาพย์ XSนะค้า

ถามว่าสนใจเปล่า

ก็ต้องสนสิ

#7 By soda (125.24.67.44) on 2009-06-14 19:55

TTwTT

ดีใจ ดีใจ ดีจายยยยยย

หลามยังไม่ตาย TwT

ในที่สุดบอสก็หาหลามเจอ TwT

ในที่สุดหลามก็เริ่มรู้หัวใจตัวเอง TwT

ชอบฉากที่บอสนอนกอดหลามจังเลย

พรุ่งนี้จะไปก่อนบอสตื่น?? แต่ใจเหรอหลาม ยังไงก็ไปไหนไม่พ้นอุ้งมือบอสหรือนา question

ปล. เรื่องรวมเล่ม ขอลงชื่อไว้ก่อนเลยว่าเราเอาแน่นอนค่า

#8 By เพลงดวงดาว on 2009-06-15 23:13

รวม...
รวมเลยครับ ซื้อแน่!!!
สครีมมม!!!!!

#9 By ไทโย on 2009-07-03 00:00

กรี๊ดดด!!....อีกคนค่าาา

เป็นเรื่องต่อที่น่ารักๆ มากๆ เลยอ่า อ๊ากก!!!

บอสยอมมาอยู่กับฉลามง่ายๆ เลยเหรอ อ๊าย!...เขินแทน

(เขิน...? -*-) เหอๆ

รออัพอีกคนค่า....^^

++++++++++++++++++++++++

#10 By คนว่างเปล่า on 2009-07-15 22:14