[Fic]Blessing of Moon II[8059]Chapter.8

posted on 11 Jun 2009 00:38 by mukkuk  in KHRFanFiction8059

Blessing of Moon II

Pairing : 8059
Chapter : 8
Rate : -

.........................

 

 

 

...ไม่รู้เมื่อไรที่ฉันเริ่มเกลียดราตรีกาล...

 

 

อีกครั้งหนึ่งที่ค่ำคืนหมุนวนมาบรรจบ สำหรับโกคุเทระ ฮายาโตะ ยามกลางวันช่างแสนสั้นนักเมื่อเทียบกับยามกลางคืน...ในแต่ละชั่วโมงที่ผ่านไป ดวงตาสีมรกตจะเหม่อมองขึ้นไปยังจันทราสีทองสุกปลั่ง ดวงจันทร์ที่ส่องแสงสุกสกาวจนบางครั้งกลับทำให้รู้สึกตาพร่า และหลายครั้งที่รู้สึกเหมือนจะนึกบางสิ่งบางอย่างออก..บางสิ่งบางอย่างที่เคยเป็นเสี้ยวหนึ่งอันแสนสำคัญในชีวิตที่ถูกลืม..

 

 

โกคุเทระผ่อนลมหายใจยาว กายโปร่งเอนนอนอยู่บนเก้าอี้นวมตัวนุ่มใกล้กับโต๊ะไม้ที่มีดาบชิงุเระคินโทคิที่รับฝากมาวางพาดอยู่ และนี่ก็คืออีกคืนหนึ่งที่เขานอนไม่หลับ กระสับกระส่ายเสียจนต้องมานอนชมจันทร์อยู่ตามลำพังเช่นนี้

 

 

 

...คืนที่ 4 แล้วที่แกยังไม่กลับมาจากอิตาลี...

 

 

ชั่วขณะหนึ่งของใจที่สับสนตรงข้ามกับความเยือกเย็นแต่เปลือกนอกคือสิ่งที่โกคุเทระยากจะยอมรับที่สุด ถึงแม้นตายก็คงไม่มีทางยอมรับว่าตนแอบลอบนับวันคืนที่เท็มเพสต้าแฟมิลี่แจ้งข่าวมาเรื่องการเดินทางไปอิตาลีของยามาโมโตะ และยิ่งไม่มีวันที่ผู้พิทักษ์แห่งวายุจะยอมรับว่า ในหัวใจลึกๆแล้วตนรู้สึกแปลกประหลาดเพียงใดกับความคิดที่ว่าอีกฝ่ายอาจจะไปที่นั่นเพื่อพบกับฉลามขาวแห่งวาเรีย

 

 

 

..ทั้งที่มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย..

 

 

แต่ทั้งที่คิดเช่นนั้นหัวใจกลับปวดแปลบในทุกคราที่คิดถึงดวงตาคู่สีดำที่มองมายังเขา ในดวงตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย..ความอ่อนโยน ความหลงใหล ความเศร้า และอีกความรู้สึกหนึ่งที่จะแสดงออกมาในยามที่คิดว่าเขาไม่เห็น นั่นคือ ความรู้สึกผิด

 

 

 

 

 

ทำไมกัน? แกทำผิดอะไรต่อฉันกันวะ?

 

 

หลายครั้งที่ความคิดไล่เรียงมาจนถึงจุดนี้ก่อนจะจบลงด้วยความว่างเปล่าของความทรงจำ...มันช่างน่าแปลกที่หลังจากเขาฟื้นขึ้นมาจากอุบัติเหตุก็มีเพียงเรื่องของหมอนั่นเท่านั้นที่ไม่อาจจำได้อีก

 

 

 

ฟื้นขึ้นมา? อุบัติเหตุ?

 

 

 

..ฉันฟื้นขึ้นมาหลังจากประสบอุบัติเหตุอย่างงั้นหรือ?

 

 

 

มันคืออุบัติเหตุอะไรกันล่ะ??

 

 

วงหน้าขาวจัดยิ่งดูเผือดลงมากขึ้นภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ความสงสัยคุกรุ่นอยู่ในใจ ความไม่เข้าใจชัดเจนอยู่บนใบหน้า..ความทรงจำที่ลืมเลือนไปแล้ว คำบอกเล่าที่เพียงได้ยินได้ฟังคนอื่นบอกมา แท้จริงแล้วเกิดสิ่งใดขึ้นกับตัวเขากันแน่!?

 

 

"ยังไม่นอนอีกเหรอ โกคุเทระ?"

 

 

 

 

!!!!

 

 

เสียงทักทายดังขึ้นจากนอกหน้าต่าง ให้ชายหนุ่มผมเงินรีบคว้าไดนาไมต์ขึ้นมาไว้ในมือ ดวงตาสีเขียวคมกร้าวจ้องมองไปยังหน้าต่างที่เปิดออกกว้างพลางตวาดถาม

 

 

"ใคร!!"

 

 

"ฮะฮะฮะ ฉันเอง.."  มือข้างหนึ่งจับกรอบหน้าต่างไว้ก่อนจะโหนร่างตนขึ้นมาอย่างว่องไว แล้วภาพของชายหนุ่มผมดำ ผู้มีรอยยิ้มอันเคยคุ้นก็สะท้อนอยู่ในดวงตาของสายลมอีกครั้ง "ฉันเอง...โกคุเทระ"

 

 

"แก..ยามาโมโตะ ทาเคชิ"

 

 

ชายหนุ่มเรียกนามของชายผู้ก้าวยืนบดบังแสงสว่างจากดวงจันทร์จนสิ้น ชุดสูทสีดำที่อีกฝ่ายสวมใส่เลอะไปด้วยคราบเลือด เช่นเดียวกับดาบในมือที่แม้ในจะอยู่ในฝักดาบแต่มันก็สิ่งกลิ่นไอของคาวโลหิตออกมา

 

 

"อา..โทษทีๆ ก่อนมานี่ฉันแวะไปจัดการงานตามคำสั่งของเท็มเพสต้ามาน่ะ" ยามาโมโตะว่าเสียงขัน ขณะถอยห่างออกไปหลายก้าว เป็นการเปิดช่องให้โกคุเทระและเป็นการเปิดช่องให้ตนเองได้มองอีกฝ่ายชัดๆตา  "นายสบายดีใช่มั้ย?"

 

 

เสียงทุ้มเอ่ยถามอ่อนโยน ดวงตาคู่สีดำสนิทมองเรือนร่างแบบบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดนอนสีขาวสะอาด ร่างนั้นดูกลับมาแข็งแรงดังเดิมและไร้ซึ่งท่าทีอิดโรยแต่อย่างใด แต่ยามาโมโตะก็รู้ดีเช่นกันว่าคนตรงหน้าปากแข็งเพียงไร และถึงจะเจ็บแผลแค่ไหนก็ไม่มีทางเอ่ยออกมาให้ใครรับรู้

 

 

"เกี่ยวอะไรกับแกด้วยล่ะวะ!"

 

 

โกคุเทระตวาดอย่างหงุดหงิด ร่างโปร่งเก็บไดนาไมต์กลับเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ศัตรู แม้ว่าจะไม่ใช่บุคคลที่น่าไว้วางใจนักก็ตามที

 

 

"แล้วนี่แกมาที่ห้องฉันทำไมดึกๆดื่นๆวะ กลับมาจากอิตาลีแล้วแทนที่จะรีบไปรายงานรุ่นที่ 10 ดันมาเพ่นพ่านอยู่แถวนี้.."

 

 

"ก็เพราะฉันอยากบอกนายเป็นคนแรกไง" ยามาโมโตะว่าทั้งรอยยิ้ม ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้หากยังทิ้งระยะห่างไว้ช่วงตัว เมื่อเอ่ยเสียงอ่อนโยน "ฉันกลับมาแล้ว โกคุเทระ"

 

 

คำพูดนั้นคือคำพูดของคนที่กลับมาถึงบ้าน..และการที่ยามาโมโตะพูดคำนี้กับโกคุเทระก็ย่อมเป็นการสื่อความนัยที่มายากแก่การเข้าใจ เป็นความนัยที่อาจชัดเจนเกินไป..แจ่มชัดจนสายลมยังไม่อาจยอมรับได้ในตอนนี้

 

 

เพราะพิรุณนั้นปรวนแปรเกินกว่าที่วายุจะกล้าไว้ใจ

 

 

และเพราะวายุหวาดกลัวเกินกว่าจะกล้ามอบความรู้สึกใดๆให้แก่พิรุณอีกครั้ง

 

 

ทั้งคู่จึงยังคงเป็นได้แค่เส้นขนานที่อาจจะมาบรรจบกันในสักวันหนึ่ง..เท่านั้น

 

 

"แล้วไง?" ผู้พิทักษ์แห่งวายุย้อนถามเสียงหยัน "อยากให้ฉันบอกแกรึไงว่า ‘ยินดีต้อนรับกลับมา' จะให้ฉันบอกออกไปทำไมวะในเมื่อฉันกับแกไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันอยู่แล้ว? หรือถ้าอยากฟังนักก็ไปบอกกับไอ้ฉลามคลั่งคนนั้นสิ"

 

 

ประโยคที่เอ่ยมาเพราะความหงุดหงิดและคับแค้นใจจากการกระทำของอีกฝ่าย ครั้งหนึ่งมันคือคนที่เคยนั่งเฝ้าเขาอยู่ข้างเตียงคนเจ็บไม่ห่าง ครั้งหนึ่งมันคือคนที่มองเขาอยู่กับชามาลได้ทั้งรอยยิ้ม และครั้งนี้หลังจากที่มันไปอิตาลีเพื่อพบกับคู่รักของมัน มันก็กลับมาเพื่อจะบอกคำโง่ๆคำนั้นกับเขา เพื่ออะไรกันเล่า?

 

 

หากคำพูดที่เท้าความถึงนักฆ่าแห่งวาเรียกลับเรียกเรียวคิ้วสีดำให้เลิกขึ้นสูง ยามาโมโตะงุนงงกับความนัยในประโยคนั้นอยู่เป็นครู่ ก่อนที่รอยยิ้มจะจุดประกายขึ้นในดวงตาคู่คมกับความเข้าใจที่ตามมา

 

 

"อย่าบอกนะว่านายหึงฉันกับสควอโล่?"

 

 

"ไอ้บ้า!" โกคุเทระตวาดกร้าว วงหน้าหวานซับสีเรื่อจากคำพูดถือดีของอีกฝ่าย "อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย! ทำไมฉันต้องหึงคนที่ฉันไม่เคยรู้จักอย่างแกด้วย"

 

 

"ก็แล้วถ้านายไม่หึง ทำไมนายต้องพูดถึงสควอโล่ด้วยล่ะ?" ร่างสูงเอ่ยอย่างเป็นต่อ หัวใจที่เคยแห้งผากกลับฉ่ำชื้นขึ้นมาอีกครากับความหัวงอันน้อยนิดที่ได้รับรู้ในวันนี้

 

 

 

 

ไม่สำคัญหรอกว่านายจะหึงหรือไม่...แค่ให้ฉันได้รู้ว่าในเสี้ยวหนึ่งของหัวใจนายยังคงจำฉันได้บ้างก็พอ...

 

 

 

 

และฉันรู้ว่าฉันนายจำฉันได้..โกคุเทระ ไม่ใช่ในความทรงจำ แต่ในวิญญาณของนาย

 

 

 

 

"ก็แค่พลั้งปากไปเท่านั้นแหละเฟ้ย!! แล้วแกก็รีบไสหัวไปจากห้องฉันได้แล้ว!"

 

 

เสียงตวาดกร้าวหากดวงตาคู่สีมรกตกลับเสไปอีกทาง โกคุเทระไม่มีวันรู้ว่าตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วที่อีกฝ่ายจะหลบตาเขาในทุกครั้งที่โกหก มันเป็นนิสัยที่เขารับรู้มานาน..ตั้งแต่สมัยเป็นเพื่อนกัน เป็นคู่นอนกัน เป็นศัตรูกัน จนมาถึงวันนี้ที่ความทรงจำอาจสูญสิ้น แต่แท้จริงแล้วมันกลับยังคงอยู่ตรงนั้น...ความทรงจำของโกคุเทระยังคงอยู่ในตัวของเขาและมันจะไม่มีวันลืมเลือนไปได้

 

 

"ฮะฮะฮะ ขอโทษทีน่า นายไม่หึงก็ได้"

 

 

เสียงกลั้วหัวเราะอย่างยอมแพ้ยิ่งกระตุ้นให้วายุบันดาลโทสะ ร่างโปร่งสาวเท้าเข้ามาใกล้หมายจะใช้กำลังเพื่อให้คนที่เขาไม่อาจเรียกได้ว่าเพื่อนแต่ก็ไม่ใช่ศัตรูคนนี้ไปให้พ้นจากห้อง แต่แล้วก่อนที่โกคุเทระจะก้าวถึงตัว ยามาโมโตะก็พลันเอื้อมมือออกมาจับมือนุ่มไว้

 

 

"สควอโล่เป็นคนพิเศษสำหรับฉันในความหมายหนึ่ง แต่มันก็คือความพิเศษของเพื่อน ของคนที่อยู่ในเชิงดาบเหมือนกัน แต่มันไม่เหมือนนาย...นายไม่เคยที่จะไม่มีความสำคัญต่อฉัน"

 

 

เสียงทุ้มที่เอ่ยตรึงร่างโปร่งให้ชะงักอยู่กับที่ ถ้อยคำที่ได้ยินราวการสะกดจิตให้ย้อนกลับคืนสู่อดีตที่ไม่ปะติดปะต่อ...อดีตที่อาจจะไม่สมควรนึกออก เพราะมันรังแต่จะขุดคุ้ยความเจ็บปวดให้กลับคืนมา

 

 

"ตั้งแต่หลายปีที่แล้วที่นายคือคนที่พิเศษที่สุดสำหรับฉัน ก่อนนี้ก็เช่นกัน เดี๋ยวนี้ก็เช่นกัน..." ยามาโมโตะว่าเสียงขรึม ดวงตาคู่สีดำมองดาบชิงุเระคินโทคิที่วางพาดอยู่บนโต๊ะที่ตนฝากไว้กับอีกฝ่าย แม้จะไม่ได้คาดหวังอะไรกับผู้ที่สูญเสียความทรงจำมากนัก แต่การได้เห็นว่าโกคุเทระเก็บมันไว้ในห้องนอนเช่นนี้ก็ถือเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว

 

 

"ฉันขอสาบานต่อนายว่าหลังจากนี้ไปฉันจะทำทุกอย่างเพื่อนาย จะทำทุกสิ่งเพื่อให้นายหันกลับมามองฉันอีกครั้ง จะไม่มีวันทรยศนาย ขอสาบานด้วยนามของผู้สืบทอดเพลงดาบชิงุเระโซเอน ยามใดที่ฉันผิดสัญญา ขอให้นายใช้คมดาบนั้นสังหารฉัน..ได้เลย"

 

 

คำมั่นสัญญาด้วยความตายเป็นประกันสั่นสะเทือนแม้ชายผู้สูญเสียความรักที่เคยมีให้ ดวงตาสีมรกตมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะเอ่ย คนๆนี้ที่ได้ให้สัตย์สาบานไว้กับเขา คำสัตย์ที่มั่นคงรุนแรงเฉกเช่นความรู้สึกที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น แต่มันเพราะอะไรกันเล่า? ทำไมถึงต้องเป็นฉัน?

 

 

 

 

ทั้งที่ฉันจำอะไรเกี่ยวกับแกไม่ได้เลย

 

 

"...แกมันบ้า" เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นในที่สุด ความดีใจที่วูบไหวอยู่ในส่วนลึกทำให้รู้สึกว่าตนนั้นช่างน่ารังเกียจนัก "ถึงแกจะสาบานไปก็เท่านั้น ฉันจำเรื่องของแกไม่ได้ และอาจไม่มีวันจำได้...แกพอใจแล้วรึไงที่จะให้คำสาบานที่สำคัญขนาดนั้นกับฉันคนนี้ที่ไม่ได้รักแก"

 

 

"ขอแค่สักวัน..ก็พอ"

 

 

 

 

สักวัน..ฉันจะทำให้นายรักฉันอีกครั้งให้จงได้...

 

 

มือแกร่งโอบร่างโปร่งบางเข้าแนบอก โกคุเทระไม่ได้ขัดขืน..อาจเพราะรู้ว่าอ้อมแขนนี้ไม่ได้มีซึ่งอารมณ์ตัณหา หรืออาจเพราะอ้อมแขนนี้ทำให้ราวกับจะนึกบางสิ่งบางอย่างออก...ความเคยคุ้นว่าครั้งหนึ่งตนได้เคยถูกโอบกอดเช่นนี้..โอบกอดจากชายคนนี้

 

 

"ฉัน..จะไม่รักแก"

 

 

ประโยคที่ถูกเอ่ยออกมาชัดเจนจริงจังจนทำให้หัวใจปวดแปลบ คำพูดที่ไม่ได้ทำร้ายแค่เพียงสายฝนแต่ยังย้อนกลับมาทิ่มแทงวายุให้เจ็บปวด...ไม่ว่าอดีตจะเป็นเช่นไร แต่ปัจจุบันนี้เขาได้เลือกแล้วไม่ใช่หรือว่าชามาลคือคนที่เป็นที่สุดของเขา..ไม่ใช่คนๆนี้ ไม่ใช่คนที่เพียงคิดถึงก็ทำให้เขาสับสนและหวั่นกลัวคนนี้

 

 

 

 

...ฉันไม่อยากที่จะรักแก...

 

 

"ฉันรู้"

 

 

เสียงทุ้มแผ่วต่ำกระซิบเบาๆข้างหู ร่างในอ้อมแขนช่างดูเปราะบางจนน่าใจหาย ยามาโมโตะค่อยๆพยุงร่างนั้นให้ล้มตัวกลับลงนอนบนเตียงนุ่ม ขณะที่ตนเพียงทรุดกายนั่งอยู่ข้างเตียงโดยที่มือยังคงกุมมือของวายุไว้มั่น

 

 

"นอนซะ นายเพลียมากแล้ว"

 

 

"อย่ามาสั่งกันนะเฟ้ย!" ดวงตาสีมรกตขุ่นขวางมองชายที่อยู่ข้างๆอย่างไม่สบอารมณ์นัก แม้ว่าแผ่นหลังที่แตะลงกับความนุ่มของเตียงจะทำให้สติเริ่มง่วงงุนอย่างน่าแปลก ไม่อยากยอมรับว่าเพียงแค่อีกฝ่ายกลับมา..เขาก็กลับสามารถนอนหลับลงได้อย่างวางใจเช่นนี้

 

 

เปลือกตาบางหรี่ปรือพริ้มลงช้าๆ กระไออุ่นจากมือที่ถูกสัมผัสช่างอ่อนโยนและอบอุ่น หากกระนั้นก็ยังไม่วายที่โกคุเทระจะเอ่ยออกมาเป็นประโยคสุดท้าย

 

 

"แกไสหัวกลับไปได้แล้ว...แล้วอย่าปีนหน้าต่างห้องฉันอีก.."

 

 

สิ่งสุดท้ายที่จำได้ก่อนจะหลับลงคือรอยยิ้มน้อยๆบนวงหน้าคมคายของชายผู้หาได้ตอบคำใดๆไม่ ชายผู้กุมมือของคนที่รักไว้ตราบจนรู้สึกถึงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกเป็นจังหวะ เฝ้ามองจนวายุหลับสนิทและจมอยู่ในห้วงฝันอันแสนหวาน..ที่เป็นตรงข้ามกับเขา!?

 

 

"มันไม่เป็นไรหรอก..." ยามาโมโตะเอ่ยแผ่วเบา ดวงตาคู่สีดำเปี่ยมไปด้วยความคะนึงหาปะปนกับความโศกเศร้าล้ำลึกในหัวใจ...

 

 

จะมีสักกี่คนที่ทนได้กับการที่รู้ว่าต้องสูญเสียความรักจากคนที่รักไป

 

 

จะทนได้หรือที่รู้ว่าเขาคนนี้ไม่อาจจำเรื่องราวใดได้อีก

 

 

แต่ทั้งที่จำไม่ได้..แต่เขาก็ยังคงกลัวนาย..กลัวคนที่เคยทำร้ายจนแทบถึงแก่ชีวิตมาแล้ว...

 

 

"มันไม่เป็นไรจริงๆ โกคุเทระ..." มือหยาบแตะลงบนใบหน้าหวาน สัมผัสนั้นอ่อนโยนเช่นเดียวกับริมฝีปากที่มอบจุมพิตให้บนกลีบปากสีอ่อน..ทั้งที่รักนาย แต่ฉันก็แตะต้องนายได้เพียงนี้เท่านั้นเอง... "...ถึงนายจะจำอะไรไม่ได้ก็ตาม ถึงนายจะไม่รักฉันก็ช่าง  ถึงนายจะรักคนอื่น..ฉันก็ไม่สนใจ  แต่นายเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น โกคุเทระ!"

 

 

สายลมโชยชายเข้ามาแผ่วเบา แว่วเสียงกรุ๋งกริ๋งจากโมบายอันน้อยที่แขวนอยู่ข้างหน้าต่าง เสียงนั้นช่างฟังราวกับเสียงหัวเราะ..เยาะหยันต่อความโง่เขลาของสายฝนกระนั้น!?

 

 

 

 

...เพราะไม่มีใครที่เจ็บแล้วไม่จำ...

 

 

 

+++++++++++++++++

 

 

 

รองเท้าคู่สีดำเหยียบย่ำผ่านทางเดินหินอ่อนของตัวคฤหาสน์มาโดยไร้เสียง ดวงตาคู่คมมองตรงไปเบื้องหน้าแต่ไม่ยากที่จะสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวลับๆล่อๆสองข้างทางของกลุ่มคนที่คงได้รับคำสั่งให้รายงานทันทีที่เขากลับมาถึง เพราะไม่นานนักขณะที่ยามาโมโตะกำลังยิ้มขันกับพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ในอิตาลี ‘เหตุการณ์ระเบิดปริศนาในร้านกาแฟกลางเมือง' ประตูห้องนั่งเล่นในบริเวณห้องสูทส่วนตัวของเท็มเพสต้าแฟมิลี่ก็พลันเปิดออก เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาด้วยทีท่าเฉกเดียวกับราชินี

 

 

"เธอกลับมาช้า"

 

 

วงหน้าที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดมองร่างสูงที่ยังคงนั่งจิบสาเกอยู่บนเก้าอี้นวมตัวยาวอย่างไม่สนใจต่อการมาถึงของเธอ..ผู้เป็นเจ้านายของเขา คนที่เขาควรจะภักดีด้วยชีวิต!

 

 

"ฉันกำลังพูดกับเธอนะ ยามาโมโตะ ทาเคชิ!"

 

 

เรียวปากสีสดเม้มแน่นเมื่อก้าวเดินไปนั่งยังเก้าอี้ตัวตรงข้ามของชายหนุ่มอ่อนเยาว์กว่า มือที่ทาเล็บสีแดงสดปัดขวดเหล้าสาเกตกแตกด้วยแรงโทสะ แต่นั่นก็ไม่ได้เรียกความรู้สึกใดให้ปรากฏมากไปกว่ารอยยิ้มน้อยๆที่หลอกลวงเฉกเช่นเดิม

 

 

"มีอะไรครับ คุณเรจิน่า?"

 

 

"บอกฉัน..เธอไปทำอะไรระหว่างที่อยู่อิตาลีกันแน่.."

 

 

วงหน้าสวยงอง้ำด้วยอีกฝ่ายหาญกล้าสลัดคนติดตามหลุดก่อนจะหายตัวไปในอิตาลีอย่างไร้ร่องรอยถึง 2 วันเต็มๆ ในระหว่างนั้นไม่มีใครสามารถติดต่อสายฝนได้ ไม่มีใครล่วงรู้การเคลื่อนไหวของนักดาบหนุ่ม และมันก็ทำให้หัวใจของเรจิน่าแทบลุกเป็นไฟด้วยรู้ดีว่ายามาโมโตะคงฉวยโอกาสนี้ลอบไปพบกับฉลามขาวแห่งวาเรียเป็นแน่

 

 

"เสร็จงานแล้วผมจะไปทำอะไรก็เรื่องของผมไม่ใช่รึไง?" คำยอกย้อนแจ่มชัดอยู่ในน้ำเสียง ดวงตาคู่สีดำที่มองมาแฝงไว้ซึ่งความสมเพช "..แต่ถ้าคุณอยากรู้นะ คุณเรจิน่า ผมก็แค่ไปพักผ่อน เดินเล่น จิบกาแฟตามร้าน เปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้นเอง"

 

 

"เปลี่ยนบรรยากาศ...กับใคร?"

 

 

คำสุดท้ายที่เอ่ยออกมาแทบจะเป็นการเค้นถาม หากคำตอบที่ได้รับกลับเป็นเพียงรอยยิ้มน้อยๆที่เริ่มทำให้เธอรู้สึกโกรธทุกครั้งที่ได้เห็นมัน..ผู้ชายคนนี้กำลังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอไม่มีสิทธิ์เหนือตัวเขา..หรือใจเขา!!

 

 

"เธอเป็นของฉัน ยามาโมโตะ ทาเคชิ" นิ้วเรียวกรีดลงบนใบหน้าคมคายของผู้อ่อนวัยกว่า ความลุ่มหลงในสายฝนดุจดังยาพิษร้ายทั้งที่รู้ว่าอันตราย แต่เรจิน่าก็กระหายจะได้ครอบครองพิรุณจนอาจกระทำแม้พาแฟมิลี่ของตนให้ต้องล่มสลายลง "..ฉันไม่ยกเธอให้ใครเด็ดขาด!!"

 

 

นั่น..คือคำประกาศอันมั่นคงอย่างที่เรจิน่าไม่เคยมอบให้แก่ใครมาก่อน หญิงสาวผู้งดงามและผ่านชายมาหลายต่อหลายคนโดยไม่เคยพลั้งใจมากไปกว่าคำว่าชอบพอ แต่แล้วใครจะคิดว่าสักวันหนึ่งเธอจะต้องลุ่มหลงในตัวของชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่า ผู้ชายที่ไม่เคยเห็นค่าของเธอ

 

 

 

 

แต่มันไม่สำคัญ..เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น ทาเคชิ!!

 

 

ความคิดที่กร้าวแกร่งของสตรีผู้ไม่เคยลิ้มรสกับคำว่าผิดหวัง แต่ความคิดนั้นอาจใช้ไม่ได้ผลกับร่างสูงผู้ผลุดลุกขึ้นยืนช้าๆ ในดวงตาคู่สีดำที่มองตอบกลับมามีเพียงความเย็นชาและสมเพชอย่างที่เธอชิงชัง

 

 

"ผมเป็นของๆคนเดียว และคนๆนั้นไม่ใช่คุณ"

 

 

ไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยซ้ำสอง เมื่อนักดาบหนุ่มก้าวเดินออกไปจากห้องโดยไม่สนใจต่อร่างอวบอัดที่ยืนสั่นเทิ้มอยู่ด้านหลัง ไม่สนใจเสียงกรีดร้องและเสียงข้าวของพังพินาศที่ดังไล่หลังมา เพราะผู้หญิงคนนี้ควรจะได้รู้ว่าพิรุณผู้นี้เพียงแค่ผ่านเข้ามาและจะผ่านเลยไปอย่างไม่มีวันหยุดยั้งลงที่เธอ

 

 

 

 

...เพราะพิรุณนั้นเป็นไปดังใจวายุปรารถนา...

 

 

 

หลังจากวันที่ยามาโมโตะได้ประกาศถึงจุดยืนของตนให้เรจิน่าได้รับรู้ การอาศัยอยู่ภายในเทมเพสต้าแฟมิลี่ตามลำพังก็ยิ่งทวีความอึดอัดมากขึ้น หลายครั้งที่ชายหนุ่มแทบไม่อาจหาความเป็นส่วนตัวได้แม้ในห้องนอนของตนเมื่อต้องเผชิญกับกล้องวงจรปิดที่ถูกนำมาติดตั้งไว้ หรือแม้แต่คนของเทมเพสต้าที่จะติดสอยห้อยตามเขาไปทุกที่และคอยรายงานนายเหนือเป็นระยะ มันดูราวกับว่าเรจิน่ากำลังพยายามที่จะชักเชิดสายฝนให้อยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ!

 

 

"มันจะมากเกินไปแล้ว!!" คนสนิทของยามาโมโตะผู้เคยมาเยี่ยมเยียนถึงกับแสดงโทสะออกมาเมื่อได้รับรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ของผู้เป็นนาย "อนุญาตให้ผมรายงานเรื่องนี้กับวองโกเล่เถอะครับ ถึงเทมเพสต้าจะถือสิทธิ์เป็นเจ้านายคุณในเวลานี้ แต่พวกเขาควรรู้ว่าคุณคือคนของวองโกเล่ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ละเมิดความเป็นส่วนตัวของคุณถึงขนาดนี้"

 

 

ทว่ายามาโมโตะเพียงแค่ยิ้มละไมโดยหาได้ยอมทำตามที่ว่าไม่ นั่นไม่ใช่เพราะไม่โกรธ ไม่ใช่เพราะไม่อึดอัดต่อสถานการณ์ในตอนนี้ แต่เป็นเพราะเขายังมีเรื่องให้พึงใจถึงสองสิ่ง หนึ่งในนั้นคือการที่รู้ว่าเรจิน่าก็หาได้มีความสุขในตอนนี้ไม่!

 

 

ไม่จำเป็นต้องสืบข่าว เพียงแค่มองความคลุ้มคลั่งของบอสหญิงแห่งเทมเพสต้า มองความกระวนกระวายของเหล่าลูกน้องใต้สังกัดก็ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่ามือสังหารที่ถูกส่งออกไปหมายฆ่าสควอโล่ไม่มีใครเคยได้หวนกลับมาในสภาพมีชีวิต คนเหล่านั้นหากโชคดีก็จะถูกวาเรียระดับล่างสังหาร หากยังพอเหลือโชคอยู่บ้างก็อาจจะเป็นแผลจากคมดาบ และมีรายหนึ่งที่คงจะโชคร้ายนักจึงได้มีข่าวกลับมาว่าถูกเพลิงกาฬสีแดงฉานเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านไปในชั่วพริบตา....และไม่มีใครเลยที่จะสามารถสร้างรอยแผลให้แก่ฉลามคลั่งแห่งวาเรียได้

 

 

มันคือข้อพิสูจน์ยืนยันว่าการตัดสินใจของเขาถูกต้อง...หากเป็นวาเรียแล้วล่ะก็ แม้อีกฝ่ายจะเป็นเทมเพสต้าก็หาใช่คู่ต่อกรแต่อย่างใด

 

 

แต่นี่ก็เป็นเพียงความพึงใจเล็กน้อยที่ไม่อาจเทียบได้กับความพอใจในอีกเรื่องหนึ่ง...เรจิน่าไม่มีวันรู้ ไม่มีใครรู้นอกจากคนเพียงสองคนว่าในทุกๆคืนที่ผันผ่าน สายฝนจะแอบเล็ดลอดผ่านการจับตามองมากมายออกไปสู่อิสรภาพ มุ่งตรงไปยังบริเวณคฤหาสน์ของวองโกเล่เพื่อพบกับวายุ

 

 

 

 

ต้องให้ฉันบอกแกอีกสักกี่ครั้งว่าไม่ต้องมาอีก!!'

 

 

 

 

แกว่างงานมากนักรึไงวะ ไอ้บ้าเบสบอล!'

 

 

 

 

นี่มันห้องของฉันนะ แกก็กลับไปนอนที่ห้องแกสิ!'

 

 

 

 

ไสหัวไปให้พ้น!!'

 

 

หลากถ้อยคำแตกต่างกันไปในแต่ละค่ำคืนที่ยามาโมโตะปีนเข้าห้องของผู้พิทักษ์แห่งวายุทางหน้าต่าง แม้น้ำคำนั้นจะบอกชัดถึงการไม่ต้อนรับและความหงุดหงิดที่ต้องพบหน้า แต่นักดาบหนุ่มก็ไม่ได้ปรารถนาอะไรมากไปกว่าคอยอยู่เคียงข้างเฝ้ามองดูจนอีกฝ่ายหลับใหล อยากจะขับกล่อมห้วงนิทราของโกคุเทระให้มีแต่ฝันดี...เท่านั้นก็พอ

 

 

เมื่อนานวันผ่านไป..ความหงุดหงิดไม่ได้ลดทอนลง แต่ความแข็งกร้าวในท่าทางของผู้พิทักษ์แห่งวายุก็เริ่มลดลงบ้าง โกคุเทระผู้รู้ดีว่าถึงจะพูดเช่นไรก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของอีกฝ่ายได้ เริ่มชินชากับการเข้านอนโดยมีชายคนหนึ่งนั่งมองอยู่ข้างเตียง ชินที่จะรู้สึกว่าถูกจับตามองแม้ในยามหลับใหล..ในห้วงหนึ่งของใจนั่นคือความรู้สึกที่อบอุ่นและทำให้รู้สึกปลอดภัยนัก

 

 

แต่ความรู้สึกนี้ก็เปรียบได้ดังความฝันตื่นหนึ่ง...ยามที่ทิวามาเยือนและดวงจันทร์ลับหายไปจากขอบฟ้า บุรุษผู้ได้รับนามแห่งสายฝนก็จะหายไปจากข้างกาย ทิ้งไว้เพียงละไออุ่นบนมือที่ยังคงไม่จางหาย และหัวใจของวายุกับพิรุณมืดก็ค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้กันเช่นนี้เอง

 

 

 

 

- - - - TBC. Chapter.9 - - - -

 

 

 

^o^ เดิมทีฟิคเรื่องนี้น่าจะออกรวมเล่มในงานแคปซูลนี้นะคะ แต่เนื่องจาก....แต่งไม่ทัน    เพราะงั้นก็เลยต้องเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด แต่จะพยายามมาอัพต่อเนื่องค่า

 

 

ปล. รดน้ำกันบ้างนะค้า ><

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ม่ายยยยยยยยยยยยยยย ( กรีดร้องด้วยสาเหตุที่รู้ๆกันดีอยู่ )

#1 By ruk21us on 2009-06-11 01:02

^
^
เคร้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ open-mounthed smile open-mounthed smile

ชนะแล้วเฟร้ย ><

#2 By Mukkuk on 2009-06-11 01:12

'____'


เห็นอวาตาร์พี่มุกแล้วอยากโดดถีบอย่างบอกไม่ถูก

#3 By melody in the world of the tale on 2009-06-11 09:54

รอมานานนนนน

โฮกกกกกกกก

#4 By ++//byAkURai//++ on 2009-06-11 20:31

ว๊ากกกกกก รวมเล่ม!!!
อยากได้อย่างแรงค่า!!!!! ไม่ทันเหรอคะ/จ๋อย
โธ่ งานcapsulesad smile โด8059เราก็ไม่ทันเหมือนกันค่ะ ต้องเข็นเอาของเก่าไปขายอีกแล้ว
sad smile sad smile sad smile
คลับคล้ายว่าboothจะอยู่ติดกันเลยค่ะ

#5 By poomiminn on 2009-06-11 23:17

พี่มุกอัพต่อแล้ววววววว!!!!


อืม~~ ตอนนี้ พออ่านแล้วเพลงมันแว่บขึ้นมาในหัวซะงั้น


"ฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ


เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน


ในความฝันของเธอ แค่ผ่านมา และผ่านไป


ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวัง มานาน


เป็นแค่จินตนาการ ของคนโง่งมงาย


เจ็บแทบตาย...แต่ทั้งใจ ก็ยังรักเธอ"


เศร้าได้อีก ยามะโกคุของพี่มุกเป็นอะไรที่รันทดสุดๆไปเลย!!!


แล้วจะรอตอนต่อไปนะฮะ

#6 By KuLt_LuCiFeR on 2009-06-11 23:32

ปลื้มมม

สมกับที่รอ

ขอบคุณมากค่ะ



ปล.รดน้ำให้แล้วจ้า

#7 By (117.47.93.72) on 2009-06-12 15:37

ไม่รู้จะสงสารยามาโมจจี้ดีหรือเปล่า? เพราะนึกถึงสิ่งที่ทำก่อนหน้าแล้วมัน... (แค้นเคืองอย่างไร้สาเหตุ) อยากให้ทรมานก่อนจะสมหวัง จะได้รู้ค่าของสิ่งที่เสียไปซักที (ซาดิสต์หรือฉัน?)อย่าใจอ่อนง่ายๆนะเฟ้ยโกคุ เอาคืนให้ได้ก๊อนนน

ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ รออ่านอย่างใจจดใจจ่อสุดๆ

ปล.ขอแอดนะคะ

#8 By kuwa[R]i... on 2009-06-13 17:51