คำเตือน : โหลด โหด นรก 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

15 ม.ค. 52

 

 

 

 

อุณหภูมิ 3-5 C

 

 

 

วันที่ 3 ของการเดินทาง

 

 

 

 

ไกด์ได้แจ้งให้ทางโรงแรมโทรมาปลุกตอน 6.30 น. ซึ่งพนักงานโรงแรมก็จะโทรมาตามเวลานั้น พอเรารับสายแล้ว เค้าก็จะพ่นภาษาญี่ปุ่นมา แต่เราไม่ต้องสนใจ ถ้ายกหูรับแล้ว เค้าก็จะถือว่าเราตื่นแล้ว (...แล้วก็นอนต่อได้ ^^)

 

 

 

 

ข้าวเช้าเป็นอาหารที่ทางโรงแรมจัดไว้ เสียดายที่มุกง่วงจัดเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู  แต่อาหารก็จะมี ขนมปัง เบคอน ไส้กรอก แยม สลัด ฯลฯ

 

 

 

 

8.30 น. ออกเดินทาง สถานที่ที่เราจะไปคือสวนสตอร์เบอรี่ ซึ่งอยู่ไกลพอควร ดังนั้นระหว่างทางคนขับรถจึงได้แวะจอดพักรถที่จุดชมวิวขึ้นชื่อแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า

 

 

ทะเลสาบฮามานะ

 

 

หรือ

 

 

ทะเลสาบปลาไหล

 

 

 

 

 

 

 

 

 ของฝากขึ้นชื่อของที่นี่คือ พายปลาไหล ซึ่งมีส่วนผสมของ ปลาไหล + มะพร้าว + น้ำตาล รสชาติหวานๆมันๆ ก็อร่อยใช้ได้ค่า ^^ (แต่ราคาไม่อร่อยตามนะ)

 

 

 

 

ออกจากทะเลสาบปลาไหล แล่นรถไปสักชั่วโมง เราก็มาถึงสวนสตอร์เบอรี่กันแล้ว ^o^

 

 

 

 

 

ไม่ทราบแน่ชัดว่าค่าเข้าตกหัวละเท่าไร  แต่พอจ่ายเงินแล้วคุณเจ้าของสวนก็จะแจกถาดพลาสติกเล็กๆสีขาวให้เรา  โดยในถาดนี้จะมีพริกกับเกลือให้  หรือถ้าใครอยากได้นมข้นก็มีเสิร์ฟให้เช่นกัน  เวลากินแล้วก็เอาก้านทิ้งในถาดนะจ๊า  จะอยู่นานแค่ไหนหรือกินเท่าไหร่ก็ได้จ้า ^^

 

 

 

สตอร์เบอรี่พันธุ์อาคิฮิเมะ

(แต่บางสวนเค้าจะกำหนดเวลาในการอยู่นะ ระวังตรงนี้เอาไว้ด้วย 55+)

 

 

 

ของฝากที่ขึ้นชื่อของที่นี่ เรียงตามลำดับความดังและความอร่อยตามที่เจ้าของสวนบอกมา (แต่ราคาไม่น่าฝากเอาซะเล้ย = ="")

 

 

 

 

1. ไวท์ช็อคโกแลตไส้สตอร์เบอรี่   จะบรรจุซองพลาสติกใส ถุงละ 500 เยน มีประมาณ 4-5 ลูก  ด้านนอกจะเป็นไวท์ช็อคโกแลตแต่ด้านในเป็นสตอร์เบอรี่ทั้งลูก เค้าลือกันว่าอร่อยมาก (แต่มุกไม่ได้ซื้อนะ มันแพงอะ = =)

 

 

 

 

2. โมจิสตอร์เบอรี่  (อันนี้ซื้อแต่ลืมถ่ายรูป) ราคาจำไม่ค่อยได้แล้วแต่น่าจะประมาณ 350 เยน  ตัวกล่องเป็นรูปแปดเหลี่ยมสีชมพูสะดุดตามากๆ ถ้าเห็นของจริงรับรองรู้ทันทีจ้า ^^  ด้านในกล่องจะบรรจุโมจิสตอร์เบอรี่ จริงๆก็ไม่แน่ใจว่ามันคือโมจิจริงรึเปล่า  แต่ละชิ้นจะถูกห่อด้วยกระดาษอีกที (มีประมาณ 10 ชิ้น) หน้าตาคล้ายๆแยมโรล แต่อันนี้หนากว่า  ถ้ากินแบบไม่ห่วงสวย สองคำก็หมดจ้า  รสชาติ.....สำหรับมุกแล้วมันหวานมาก OTL

 

 

 

แต่ก็ถือว่าเหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝาก เพราะแต่ละชิ้นมันถูกห่อไว้ เอาไปชำแหละแจกเพื่อนคนละชิ้นได้ เคะๆ

 

 

 

 

3. พายสตอร์เบอรี่ อันนี้ไม่ได้ซื้อและจำราคาไม่ได้ด้วย 55+  หน้าตาของมันก็คือพายธรรมดาๆ แต่รสชาติอาจจะดีก็ได้นะ ที่สำคัญคือ มันราคาถูกกว่า 2 ชิ้นแรกและได้ปริมาณเยอะกว่าด้วย ^^

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ในบริเวณที่ขายของฝากก็จะมีขายสตอร์เบอรี่สดด้วย  มีตั้งแต่ลูกเล็กไปจนถึงลูกใหญ่เกือบเท่าฝ่ามือ ราคาก็ใหญ่ตามนั้นไปด้วย  แต่ไกด์แนะนำมาว่าซื้อกินเองก็โอเค แต่ไม่ควรซื้อกลับไปเมืองไทยนะจ๊า เพราะมันช้ำง่ายมาก ประคองระวังยังไงก็ช้ำแน่ๆอยู่ดี = =""

 

 

 

(แต่ถ้าใครมั่นว่าตรุประคองระดับเลิศไม่มีทางช้ำ งั้นบอกเพิ่มอีกอย่างว่า สตอร์เบอรี่อยู่ได้ 5-6 วัน เอากลับเมืองไทยได้โดยไม่เสียก่อนแน่นอนจ้า)

 

 

 

หมายเหตุ* ขนมของฝากในญี่ปุ่น ส่วนมาก (เกือบทั้งหมด) มักจะผนึกอยู่ในกล่อง แต่เราสามารถเห็นรูปร่างหน้าตาของขนมได้จากกล่องตัวอย่างที่เค้าจะแกะไว้ให้ดูจ้า  และสำหรับวันหมดอายุ พลิกดูด้านหลังกล่องจะมีบอกไว้

 

 

(ไกด์ทำสถิติกินสตอร์เบอรี่เข้าไป 65 ลูก = =+)

 

 

 

ออกจากสวนสตอร์เบอรี่ เราก็มากินข้าวเที่ยงกัน ^^

 

 

 

จากรูป ในจานกลมสีขาว คือ ผักดอง (มั้ง) , ในจานสีดำที่มีฝาสีดำปิด คือ ปลาไหล ,  ขวามือ คือ ซูชิทูน่า ,

ในจานแปดเหลี่ยมสีดำ คือ  ปลาทอด , ในหม้อคือ อะไรก็ไม่รู้แต่คล้ายๆแกงจืดวุ้นเส้น , ผลไม้ คือ แคนตาลูป

 

 

 

 

ราเมน (รสชาติอนาถมาก = =) 

 

 

 

ผงโรยข้าว อันนี้รสแซลมอน (คนอื่นเค้าชอบกัน แต่มุกว่า น้ำปลาพริกอร่อยกว่านะ 55+)

 

 

 

 

 

เสร็จจากมื้อเที่ยง ก็เดินทางไปที่ "เยติลานสกี" ในเขต จ.ชิซึโอกะ  ระหว่างทางนี้ไกด์ได้อธิบายว่า อาจจะมีโอกาสเห็นภูเขาไฟฟูจิถ้าอากาศแจ่มใส  และเนื่องจากภูเขาไฟฟูจิมันค่อนข้างขี้อาย ดังนั้นอย่าหวังมากว่าจะได้เห็นมัน

 

 

 

 

แต่..........

 

 

 

 

มุกว่า ภูเขาไฟฟูจิมันกวนตรีนมากกว่า =*=

 

 

 

 

ตลอดทางที่นั่งรถมันโผล่มาให้เห็นบ่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

 

 

 

แต่เดี๋ยวอยู่หน้า อยู่หลัง ซ้าย ขวา  จะถ่ายก็ลำบากลำบน แสงในรถก็สะท้อน  เดี๋ยวก็มีเสาไฟบัง แปบๆก็มีรั่วกั้นบังอีก =*=  สรุปแล้ว ถ่ายยากมากกกกกกกกกกกก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รูปแห่งความลำบากที่คัดมาจากร่วม 30 รูปที่ถ่ายพลาดแล้วพลาดอีก

 

 

 

 

ในที่สุดก็มาถึง ลานสกีเยติ แล้ว!!

 

 

 

 

ทำเนียนเหมือนว่าของตรู = =+

 

 

 

ที่นี่หนาวมากขนาดมีการผิงไฟกันเลย เวลาเดินระวังลื่นด้วยนะจ๊า ' '

 

 

 

ที่เล่นกันอยู่นี่เรียกว่า โซริ  อธิบายง่ายๆ มันคือ เมืองหิมะในดรีมเวิลด์ แต่ดรีมเวิลด์มันชันเลยสนุกกว่าเยอะ = =+ 

 

 

 

 

ภูเขาไฟฟูจิจากมุมของเยติลานสกี

 

 

 

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางไปที่โรงแรมที่พัก  โดยที่โรงแรมนี้มีชื่อว่า

 

 

FUJI MIHANA HOTEL

 

 

 

เป็นโรงแรมเปิดใหม่ไม่ถึง 1 ปี และเป็นโรงแรมที่ขอแนะนำให้มาพัก เพราะทุกอย่างดูหรูหรามาก และมีชุดยูกาตะให้สวมด้วยค่า

 

 

 

 

เริ่มจากบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นที่มีขาปูแบบกินไม่อั้น และอาหารต่างๆอีกมากมาย รวมถึงซูชิหมุนแบบของแท้ที่แล่เนื้อปลากันสดๆ (เอาเข้าจริงมุกว่า ปลาจะสดไม่สดก็รสเดียวกัน = =)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อุปกรณ์ประจำแต่ละโต๊ะ

 

 

 

 

 

ห้องนอนเป็นแบบปูฟูกบนเสื่อทาทามิค่า  ^^

 

 

 

 

 

ห้องน้ำก็หรูและสะอาดสุดๆ 

 

 

 

 

ที่สำคัญโรงแรมนี้ ป้ายบอกทุกอย่างมีกำกับเป็นภาษาไทยด้วย

 

 

 

 

 

และแล้วก็มาถึงออนเซ็น

 

 

 

 

ถ่ายรูปได้แค่ที่ประตูทางเข้า  ผ้าม่านสีแดงคือห้องหญิง  สีน้ำเงินคือห้องชายค่า

 

 

รูปต่อจากนี้เอามาจากใบโบรชัวร์ของโรงแรม

 

 

พอเราผ่านผ้าม่านเข้าไป เราก็จะเจอกับตู้เก็บรองเท้าก็เอารองเท้าใส่เข้าไปซะ จากนั้นก็เปิดประตูบานต่อไป...จะเจอห้องนี้

 

 

 

 

 

ห้องนี้แหละที่ทุกคนรอคอย   โป๊สุดก็คือห้องนี้นั่นเอง

 

 

 

จากรูปจะเห็นว่าภายในห้อง ด้านหนึ่งเป็นตู้ล็อกเกอร์ และอีกด้านเป็นที่แต่งตัว

 

 

 

 

ขั้นตอนการอาบออนเซ็น

 

 

 

1. ไม่ว่าจะใส่อะไรมาสักกี่ชิ้น ก็เอาอุปกรณ์ทั้งหมดยัดเข้าล็อกเกอร์ซะ ทั้งของมีค่า ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ ชุดยูกาตะเก็บให้หมดเด้อ สิ่งที่เราเหลือติดตัวได้จะมีแค่กุญแจล็อกเกอร์ และ ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ 1 ผืน