เปิดเปลือย Trip Japan 6D 4N ฉบับสถ่อย : วันที่ 3
posted on 26 Jan 2009 21:47 by mukkukคำเตือน : โหลด โหด นรก
15 ม.ค. 52
อุณหภูมิ 3-5 C
วันที่ 3 ของการเดินทาง
ไกด์ได้แจ้งให้ทางโรงแรมโทรมาปลุกตอน 6.30 น. ซึ่งพนักงานโรงแรมก็จะโทรมาตามเวลานั้น พอเรารับสายแล้ว เค้าก็จะพ่นภาษาญี่ปุ่นมา แต่เราไม่ต้องสนใจ ถ้ายกหูรับแล้ว เค้าก็จะถือว่าเราตื่นแล้ว (...แล้วก็นอนต่อได้ ^^)
ข้าวเช้าเป็นอาหารที่ทางโรงแรมจัดไว้ เสียดายที่มุกง่วงจัดเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู แต่อาหารก็จะมี ขนมปัง เบคอน ไส้กรอก แยม สลัด ฯลฯ
8.30 น. ออกเดินทาง สถานที่ที่เราจะไปคือสวนสตอร์เบอรี่ ซึ่งอยู่ไกลพอควร ดังนั้นระหว่างทางคนขับรถจึงได้แวะจอดพักรถที่จุดชมวิวขึ้นชื่อแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า
ทะเลสาบฮามานะ
หรือ
ทะเลสาบปลาไหล
![]()
![]()
![]()
ของฝากขึ้นชื่อของที่นี่คือ พายปลาไหล ซึ่งมีส่วนผสมของ ปลาไหล + มะพร้าว + น้ำตาล รสชาติหวานๆมันๆ ก็อร่อยใช้ได้ค่า ^^ (แต่ราคาไม่อร่อยตามนะ)
ออกจากทะเลสาบปลาไหล แล่นรถไปสักชั่วโมง เราก็มาถึงสวนสตอร์เบอรี่กันแล้ว ^o^
![]()
ไม่ทราบแน่ชัดว่าค่าเข้าตกหัวละเท่าไร แต่พอจ่ายเงินแล้วคุณเจ้าของสวนก็จะแจกถาดพลาสติกเล็กๆสีขาวให้เรา โดยในถาดนี้จะมีพริกกับเกลือให้ หรือถ้าใครอยากได้นมข้นก็มีเสิร์ฟให้เช่นกัน เวลากินแล้วก็เอาก้านทิ้งในถาดนะจ๊า จะอยู่นานแค่ไหนหรือกินเท่าไหร่ก็ได้จ้า ^^
![]()
สตอร์เบอรี่พันธุ์อาคิฮิเมะ
(แต่บางสวนเค้าจะกำหนดเวลาในการอยู่นะ ระวังตรงนี้เอาไว้ด้วย 55+)
ของฝากที่ขึ้นชื่อของที่นี่ เรียงตามลำดับความดังและความอร่อยตามที่เจ้าของสวนบอกมา (แต่ราคาไม่น่าฝากเอาซะเล้ย = ="")
1. ไวท์ช็อคโกแลตไส้สตอร์เบอรี่ จะบรรจุซองพลาสติกใส ถุงละ 500 เยน มีประมาณ 4-5 ลูก ด้านนอกจะเป็นไวท์ช็อคโกแลตแต่ด้านในเป็นสตอร์เบอรี่ทั้งลูก เค้าลือกันว่าอร่อยมาก (แต่มุกไม่ได้ซื้อนะ มันแพงอะ = =)
2. โมจิสตอร์เบอรี่ (อันนี้ซื้อแต่ลืมถ่ายรูป) ราคาจำไม่ค่อยได้แล้วแต่น่าจะประมาณ 350 เยน ตัวกล่องเป็นรูปแปดเหลี่ยมสีชมพูสะดุดตามากๆ ถ้าเห็นของจริงรับรองรู้ทันทีจ้า ^^ ด้านในกล่องจะบรรจุโมจิสตอร์เบอรี่ จริงๆก็ไม่แน่ใจว่ามันคือโมจิจริงรึเปล่า แต่ละชิ้นจะถูกห่อด้วยกระดาษอีกที (มีประมาณ 10 ชิ้น) หน้าตาคล้ายๆแยมโรล แต่อันนี้หนากว่า ถ้ากินแบบไม่ห่วงสวย สองคำก็หมดจ้า รสชาติ.....สำหรับมุกแล้วมันหวานมาก OTL
แต่ก็ถือว่าเหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝาก เพราะแต่ละชิ้นมันถูกห่อไว้ เอาไปชำแหละแจกเพื่อนคนละชิ้นได้ เคะๆ
3. พายสตอร์เบอรี่ อันนี้ไม่ได้ซื้อและจำราคาไม่ได้ด้วย 55+ หน้าตาของมันก็คือพายธรรมดาๆ แต่รสชาติอาจจะดีก็ได้นะ ที่สำคัญคือ มันราคาถูกกว่า 2 ชิ้นแรกและได้ปริมาณเยอะกว่าด้วย ^^
นอกจากนี้ในบริเวณที่ขายของฝากก็จะมีขายสตอร์เบอรี่สดด้วย มีตั้งแต่ลูกเล็กไปจนถึงลูกใหญ่เกือบเท่าฝ่ามือ ราคาก็ใหญ่ตามนั้นไปด้วย แต่ไกด์แนะนำมาว่าซื้อกินเองก็โอเค แต่ไม่ควรซื้อกลับไปเมืองไทยนะจ๊า เพราะมันช้ำง่ายมาก ประคองระวังยังไงก็ช้ำแน่ๆอยู่ดี = =""
(แต่ถ้าใครมั่นว่าตรุประคองระดับเลิศไม่มีทางช้ำ งั้นบอกเพิ่มอีกอย่างว่า สตอร์เบอรี่อยู่ได้ 5-6 วัน เอากลับเมืองไทยได้โดยไม่เสียก่อนแน่นอนจ้า)
หมายเหตุ* ขนมของฝากในญี่ปุ่น ส่วนมาก (เกือบทั้งหมด) มักจะผนึกอยู่ในกล่อง แต่เราสามารถเห็นรูปร่างหน้าตาของขนมได้จากกล่องตัวอย่างที่เค้าจะแกะไว้ให้ดูจ้า และสำหรับวันหมดอายุ พลิกดูด้านหลังกล่องจะมีบอกไว้
(ไกด์ทำสถิติกินสตอร์เบอรี่เข้าไป 65 ลูก = =+)
ออกจากสวนสตอร์เบอรี่ เราก็มากินข้าวเที่ยงกัน ^^
![]()
จากรูป ในจานกลมสีขาว คือ ผักดอง (มั้ง) , ในจานสีดำที่มีฝาสีดำปิด คือ ปลาไหล , ขวามือ คือ ซูชิทูน่า ,
ในจานแปดเหลี่ยมสีดำ คือ ปลาทอด , ในหม้อคือ อะไรก็ไม่รู้แต่คล้ายๆแกงจืดวุ้นเส้น , ผลไม้ คือ แคนตาลูป
![]()
ราเมน (รสชาติอนาถมาก = =)
![]()
ผงโรยข้าว อันนี้รสแซลมอน (คนอื่นเค้าชอบกัน แต่มุกว่า น้ำปลาพริกอร่อยกว่านะ 55+)
เสร็จจากมื้อเที่ยง ก็เดินทางไปที่ "เยติลานสกี" ในเขต จ.ชิซึโอกะ ระหว่างทางนี้ไกด์ได้อธิบายว่า อาจจะมีโอกาสเห็นภูเขาไฟฟูจิถ้าอากาศแจ่มใส และเนื่องจากภูเขาไฟฟูจิมันค่อนข้างขี้อาย ดังนั้นอย่าหวังมากว่าจะได้เห็นมัน
แต่..........
มุกว่า ภูเขาไฟฟูจิมันกวนตรีนมากกว่า =*=
ตลอดทางที่นั่งรถมันโผล่มาให้เห็นบ่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่เดี๋ยวอยู่หน้า อยู่หลัง ซ้าย ขวา จะถ่ายก็ลำบากลำบน แสงในรถก็สะท้อน เดี๋ยวก็มีเสาไฟบัง แปบๆก็มีรั่วกั้นบังอีก =*= สรุปแล้ว ถ่ายยากมากกกกกกกกกกกก
![]()
![]()
![]()
รูปแห่งความลำบากที่คัดมาจากร่วม 30 รูปที่ถ่ายพลาดแล้วพลาดอีก
ในที่สุดก็มาถึง ลานสกีเยติ แล้ว!!
![]()
ทำเนียนเหมือนว่าของตรู = =+
ที่นี่หนาวมากขนาดมีการผิงไฟกันเลย เวลาเดินระวังลื่นด้วยนะจ๊า ' '
![]()
ที่เล่นกันอยู่นี่เรียกว่า โซริ อธิบายง่ายๆ มันคือ เมืองหิมะในดรีมเวิลด์ แต่ดรีมเวิลด์มันชันเลยสนุกกว่าเยอะ = =+
![]()
ภูเขาไฟฟูจิจากมุมของเยติลานสกี
หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางไปที่โรงแรมที่พัก โดยที่โรงแรมนี้มีชื่อว่า
![]()
FUJI MIHANA HOTEL
เป็นโรงแรมเปิดใหม่ไม่ถึง 1 ปี และเป็นโรงแรมที่ขอแนะนำให้มาพัก เพราะทุกอย่างดูหรูหรามาก และมีชุดยูกาตะให้สวมด้วยค่า
![]()
เริ่มจากบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นที่มีขาปูแบบกินไม่อั้น และอาหารต่างๆอีกมากมาย รวมถึงซูชิหมุนแบบของแท้ที่แล่เนื้อปลากันสดๆ (เอาเข้าจริงมุกว่า ปลาจะสดไม่สดก็รสเดียวกัน = =)
![]()
![]()
![]()
อุปกรณ์ประจำแต่ละโต๊ะ
![]()
ห้องนอนเป็นแบบปูฟูกบนเสื่อทาทามิค่า ^^
![]()
ห้องน้ำก็หรูและสะอาดสุดๆ
![]()
ที่สำคัญโรงแรมนี้ ป้ายบอกทุกอย่างมีกำกับเป็นภาษาไทยด้วย
และแล้วก็มาถึงออนเซ็น
![]()
ถ่ายรูปได้แค่ที่ประตูทางเข้า ผ้าม่านสีแดงคือห้องหญิง สีน้ำเงินคือห้องชายค่า
รูปต่อจากนี้เอามาจากใบโบรชัวร์ของโรงแรม
พอเราผ่านผ้าม่านเข้าไป เราก็จะเจอกับตู้เก็บรองเท้าก็เอารองเท้าใส่เข้าไปซะ จากนั้นก็เปิดประตูบานต่อไป...จะเจอห้องนี้
![]()
ห้องนี้แหละที่ทุกคนรอคอย
โป๊สุดก็คือห้องนี้นั่นเอง
จากรูปจะเห็นว่าภายในห้อง ด้านหนึ่งเป็นตู้ล็อกเกอร์ และอีกด้านเป็นที่แต่งตัว
ขั้นตอนการอาบออนเซ็น
1. ไม่ว่าจะใส่อะไรมาสักกี่ชิ้น ก็เอาอุปกรณ์ทั้งหมดยัดเข้าล็อกเกอร์ซะ ทั้งของมีค่า ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ ชุดยูกาตะเก็บให้หมดเด้อ สิ่งที่เราเหลือติดตัวได้จะมีแค่กุญแจล็อกเกอร์ และ ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ 1 ผืน
ถามว่าผ้าขนหนูผืนเล็กแค่ไหน
คำตอบคือ กว้างประมาณ 7 นิ้ว และยาวประมาณ 2 ฝ่ามือครึ่ง
แล้วเราในชุดวันเกิดที่มีผ้าผืนนี้อยู่จะเดินเข้าไปในห้องออนเซ็นได้ยังไงโดยไม่อาย?
ลองเลือกจากตัวเลือกต่อไปนี้ดู
1. เลือกปิดบนหรือปิดล่างอย่างใดอย่างหนึ่ง = =+
2. ถ้าถือผ้าในแนวตั้ง มันจะสามารถปิดส่วนบนถึงส่วนล่างได้แบบหมิ่นเหม่ (มากๆ) แต่ด้านหลังก็เปลือยน่ะนะ = =+
3. วิธีนี้ไกด์แนะนำมา คือให้พับผ้าแบนๆแบบตอนพับผ้าพันคอลูกเสือยุวกาชาด เสร็จแล้วก็เอาผ้าผืนนั้นมาผูกปิดตาซะแล้วเดินเข้าห้องออนเซ็นไป ยึดหลักการณ์ที่ว่า "ตรุไม่เห็นคนอื่น เท่ากับคนอื่นไม่เห็นตรุ" = =+
สำหรับมุกเลือกวิธีไหนน่ะหรือ....................
อันนี้ขอเล่าท้าวความแต่ต้น หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จอย่างรวดเร็ว มุกก็รีบไปหยิบพวกผ้าเช็ดตัวแล้วโกยแน่บมาที่บ่ออนเซ็นด้วยความหวังว่า มันต้องยังไม่มีคนล่ะน่า แต่แล้ว................
พอเปิดประตูเข้าไปในห้องล็อคเกอร์ ก็จ๊ะเอ๋เข้ากับผู้หญิงไทยคนนึงที่มาจากคนละกรุ๊ปทัวร์เข้า โดยที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในสภาพเพิ่งอาบเสร็จและแต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังหวีผมอยู่หน้ากระจก
มุกก็เดินไปที่ล็อกเกอร์เอาพวกผ้าเช็ดตัวยัดเข้าไปแล้ว ก็เหลือปราการด่านสำคัญคือชุดยูกาตะ
ทีนี้จะเอาไงล่ะเหวย ถ้าถอดหมดเกลี้ยงเกลาแล้ว เราก็จะต้องเดินพ้นออกมาจากแนวล็อคเกอร์แล้วก็ต้องเจอผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ แต่ถ้าไม่เข้าห้องออนเซ็นแล้วจะให้ทำไงล่ะ
สุดท้าย...ทำหน้าด้านเข้าว่า สะกดจิตตัวเองว่า "ตรูคือสาวญี่ปุ่น" เปลื้องหมดเกลี้ยงเหลือผ้าขนหนูผืนเดียว เอามาใช้ตามข้อ 2 แล้วก็เดินออกมาจากแนวล็อคเกอร์ และแล้วการณ์ก็เป็นไปตามที่คิดไว้
ผู้หญิงคนนั้นเปลือกนอกมันทำเป็นไม่มอง แต่มันจ้องกระจกอะ >///< แล้วกระจกก็จะกินพื้นที่ของผนังทั้งด้านไปเลย เค้าก็จะสามารถเห็นเราผ่านกระจก เราก็เห็นว่าเค้าจ้องอยู่ ตามองตากันผ่านกระจก อาศัยตีเนียนทำไม่รู้ไม่ชี้เข้าว่ารีบเดินเยื้องย่างเข้าห้องออนเซ็นโดยด่วน =v=""
![]()
พอเข้ามาในห้องออนเซ็นได้ ก็จะเจอกับบ่อน้ำร้อนขนาดใหญ่ แต่เวลาเข้าจริงๆมันจะไม่ใช่ตามรูปนี้หรอกนะจ๊า ' ' เพราะไอน้ำจะโขมงขนาดที่ว่ามองเห็นกันได้ในระยะ 1 เมตร
สำหรับที่อาบน้ำก็จะมีแบบยืนและแบบนั่ง แล้วก็จะกั้นคอกไว้สำหรับแต่ละคนมีอุปกรณ์อาบน้ำ สบู่ ยาสระผม ครีมนวดผม ครบเซ็ต
ตอนที่มุกเข้ามาก็มีคนนึงกำลังอาบน้ำอยู่ เป็นพี่ที่มาในคณะทัวร์เดียวกัน แล้วเค้าอาบเสร็จก่อนก็ลงไปแช่ในบ่อ พอมุกอาบเสร็จก็เลยเดินไปที่บ่อมั่ง = =
จากตรงนี้มาถึงปัญหาขั้นต่อไป จะลงยังไงไม่ให้โป๊??
ขอบอกว่า มันเป็นไปไม่ได้ ถึงขั้นนี้แล้วทุกท่านโปรดทำใจเทิ้ด มันโป๊แน่นอนและมันเห็นแน่นอนจ้า = ="
อุณหภูมิในบ่ออยู่ที่ 41 C เค้าจะมีบอกตัวเลขไว้ที่กำแพง น้ำถือว่าอุ่นสบายสำหรับคนชอบอาบน้ำอุ่นจัด
![]()
และเท่านั้นไม่พอที่นี่ก็ยังมีบ่อนอก ที่สามารถมองออกไปชมดาวได้ด้วย แต่คาดว่าคืนนั้นคงไม่ค่อยมีใครออกไปบ่อนอกสักเท่าไร เพราะดูจากประตูที่เปิดออกไปบ่อนอกที่มีน้ำแข็งเกาะแล้วก็พอจะพิสูจน์ถึงความหนาวได้ (อุณหภูมิด้านนอก -11 C)
แต่มุกว่าไหนๆก็มาแล้ว เดี๋ยวจะเหมือนเราไม่ได้ออนเซ็นจริง เพราะงั้นเอาวะ ลองเปิดไปดูสักรอบ!!
กลั้นใจเปิดประตูออกไป แล้วลมแรงมากของ -11 C ก็จะปะทะร่าง............(ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ = ="")
ทางเลือกเพียงทางเดียวของเรา คือ ลงไปอยู่ในบ่อให้เร็วที่สุด!!
จากนั้นเพียง 3 นาที (ใครอยู่ได้นานกว่านั้นโคตะระเก่ง = =b) เราก็จะต้องรีบเด้งออกมาจากบ่อแล้วโกยแน่บกลับเข้ามาด้านใน ไม่ใช่เพราะว่าหนาวเกินนะ แต่น้ำในบ่อมันร้อนจนแทบสุกเลยอ้ะ TTvTT อุณหภูมิน้ำ 43 C แต่ร้อนมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พอมุกกลับเข้ามาด้านใน ปรากฏว่าพี่ที่แช่ในบ่อในเค้าออกไปแต่งตัวแล้ว มุกก็เลยมาแช่ต่ออย่างสบายเพราะบ่อกว้างมาก >
ออกมาก็รีบโกยแน่บไปหลบอยู่ที่ล็อคเกอร์ เพราะพี่เค้านั่งอยู่ที่หน้ากระจก รีบๆเอาผ้าเช็ดตัวมาพันตัวได้ เสร็จแล้วก็ไปนั่งไดร์ผมบ้าง = =
เก้าอี้หน้ากระจกมีประมาณ 10 ตัว พี่เค้านั่งตัวที่ 1 และมุกนั่งประมาณตัวที่ 7 หรือ 8 ได้ ระหว่างที่นั่งอยู่นั้นเหมือนมีกพแพงมากั้นระหว่างสองเรา ตาแอบมองตาผ่านกระจก จะพูดก็พูดไม่ออก จะชวนคุยก็ไม่กล้า ใจมันต่างคิดว่า "เมิงเห็นของตรูไปแค่ไหนฟร้า"
กระอักกระอ่วนกันอยู่สักพัก แล้วพี่เค้าก็เป็นฝ่ายชวนคุยก่อน ^^ แต่กำแพงที่มองไม่เห็นก็ยังตั้งตระหง่านอยู่นะจ๊า 555+
- - - - - - - - - - - - - -
วันที่ 4 ของการเดินทาง
- วนอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่
- หุบเขาโอวาคุดานิ
- ทะเลสาบอาชิ
- รถไฟด่วนชินคันเซ็น
- โตเกียว
- ชินจูกุ
edit @ 27 Jan 2009 01:27:29 by Mukkuk

#1 By ไชน่าชา!! on 2009-01-27 00:37