[Fic Hobbit2] Blood bond Chapter 23 [NC-xx?]

posted on 20 Jul 2015 02:06 by mukkuk
Blood bond
 
 
Pairing : Thranduil x Legolas
 
Rate : NC-xx?
 
Note : เรามาข้ามกำแพงศีลธรรมด้วยกันเถอะ >///<
 
 
//อนึ่งขอเปลี่ยนจากป่าทิศตะวันออกเป็นทิศเหนือแทนนะคะ  พอดีไปค้นข้อมูลแล้ว ทิศตะวันออกมันมีแต่โลนลี่เมาท์เท่นตั้งอยู่ลูกเดียว เลยเปลี่ยนเป็นทิศเหนือที่เป็นเทือกเขาเกรย์เมาท์เท่นดีกว่า
 
 
 
 
 

Chapter 23

 

 

...เงียบเหลือเกิน... 

 

แกนดาล์ฟ พ่อมดเทานั่งสูบยาพลางมองออกไปยังท้องฟ้าด้านนอก ค่ำคืนนี้ช่างเงียบงันวังเวงนัก แม้ว่าโดยปกติแล้วอาณาจักรเมิร์ควู้ดในยามค่ำคืนก็มักจะมีบรรยากาศที่เงียบสงบยิ่งกว่าอาณาจักรอื่นๆ ด้วยต่างก็เตรียมพร้อมกับการรับมือกับเหล่าออร์คและแมงมุมอยู่ตลอดเวลา ทว่าในค่ำคืนนี้มันกลับเงียบยิ่งกว่า..

 

ดวงตาคู่สีเทามองออกไปด้านนอก ท่ามกลางความมืดที่ทหารหลายหน่วยกำลังผลัดเปลี่ยนเวรยาม แต่ละคนต่างมีสีหน้าเครียดขรึม ย่างก้าวที่เดินเต็มไปด้วยความระมัดระวังอย่างจงใจจะไม่ให้เกิดเสียงใดๆ หรืออย่างน้อย..ก็ไม่ให้มีเสียงใดๆดังเข้ามารบกวนกษัตริย์เอลฟ์ผู้กำลังโกรธา

 

คิดถึงตรงนี้พ่อมดชราก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ ดวงตาคู่สีเทามองไปยังร่างสูงโปร่งของกษัตริย์เอลฟ์ผู้กำลังยืนหันหลังให้ สายลมพลิ้วแผ่วยามค่ำคืนโบกสะบัดเส้นผมสีทองยาวสยาย แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนวงหน้าที่งดงามเย็นชาราวกับรูปสลัก ช่างงดงาม ช่างสูงศักดิ์ราวกับเทพเจ้า หากก็ช่างแตกต่างกับชายผู้ระเบิดโทสะออกมาเมื่อหลายชั่วโมงก่อนราวกับคนละคน

 

...พ่อมดเทาสูดควันเข้าปอดลึกๆ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังตกใจไม่หายกับภาพที่ได้เห็น ไม่เคยคิดมาก่อน..ไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าจะมีวันได้เห็นภาพที่ ธรันดูอิล กษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ด ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาโหดเหี้ยมผู้นั้น กลับจูบใครสักคนด้วยความรุ่มร้อน..ด้วยความรุนแรง อย่างที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ขอเพียงมีตามองสักนิดก็ต้องรู้ถึงความพิเศษที่คนผู้นั้นมีต่อธรันดูอิล

 

มิหนำซ้ำ..คนผู้นั้นยังเป็น เลโกลัส เจ้าชายเอลฟ์ผู้งดงาม บุตรชายแท้ๆของกษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ด..!!

 

คิดถึงตรงนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจอีกเฮือก ถึงว่าก่อนหน้านี้เขาจะได้รับรู้เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องพันธะคู่ชีวิตระหว่างธรันดูอิลกับเลโกลัส จากลอร์ดเอลรอนด์มาบ้างแล้ว แต่เมื่อได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ได้เห็นภาพที่กษัตริย์เอลฟ์กระชากร่างโปร่งบางของบุตรชายเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม จูบด้วยความรักที่มีต่อคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียว มันก็ยังทำให้เขา..อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้อยู่ดี

 

ถึงจะปฏิเสธไม่ได้เลยก็เถอะว่า ภาพที่พวกเขาทั้งคู่ยืนเคียงข้างกันนั้น มันช่างงดงามแค่ไหน...

 

เพียงแต่ว่า... 

 

อีกครั้งที่พ่อมดเทาลอบมองไปยังร่างสูงสง่าของผู้เป็นกษัตริย์ จริงอยู่ว่าเขาอาจจะไม่มีความคิดที่จะขัดขวางความรักอันผิดศีลธรรมระหว่างเอลฟ์ทั้งสอง หากก็เห็นได้ชัดว่าในตอนนี้หากเขาไม่สอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวแล้วล่ะก็..บางทีความรักอันลึกซึ้งที่ว่านั้นก็อาจจะกลายเป็นอุปสรรคระหว่างธรันดูอิลและเลโกลัสเสียเอง

 

...เพราะว่ารัก..มากเกินไป รักมากจนอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับอีกฝ่าย มันจึงกลายเป็นการหลงลืมถึงความต้องการที่แท้จริงของอีกฝ่ายไป...

 

“แน่ใจแล้วหรือที่ทำแบบนั้น”

 

เสียงของชายชราดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องหนังสือ เรียกดวงตาคู่สีเทาของเอลฟ์ลอร์ดแห่งริเวนเดลล์ให้ปรายมองมา แม้ว่าสำหรับกษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิรค์วู้ดแล้วจะยังไม่มีการตอบสนองใดๆ แต่แกนดาล์ฟก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังฟังอยู่

 

“ข้ารู้ว่าท่านเป็นห่วงบุตรชายของท่าน แต่การทำเช่นนี้ก็มีแต่จะยิ่งทำให้เลโกลัสโกรธมากขึ้นเท่านั้น”

 

เอ่ยพลางก็ถอนหายใจยาวอย่างอดไม่ได้ จริงอยู่ว่าแกนดาล์ฟอาจไม่เคยเป็นพ่อแม่คน ยิ่งไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกของการเป็นลูกนั้นมันเป็นเช่นไรกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจได้เลยก็คือ ไม่มีทางที่เลโกลัสจะพอใจกับการกระทำของผู้เป็นบิดาไปได้!

 

เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว ต่อให้เป็นคนที่มีน้ำอดน้ำทนแค่ไหน แต่การต้องถูกกักขัง ถูกช่วงชิงอิสรภาพไป ก็คงยากจะทำให้เจ้าชายเอลฟ์ใจเย็นลงได้ ทว่าสำหรับผู้เป็นบิดาแล้ว การที่บุตรชายอยู่ในที่ปลอดภัยนั้นก็คงเป็นบางสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะสำหรับคนเป็นพ่อแม่แล้ว..มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรกับความปรารถนาที่จะปกป้องให้บุตรของตนปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา นั่นเป็นสัญชาตญาณที่มีมาแต่โบราณกาลของทุกเผ่าพันธุ์ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเผ่าพันธุ์เอลฟ์ด้วยแล้ว สัญชาตญาณที่ว่านั้นก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว

 

เพราะมันอาจทำให้แม้แต่เอลฟ์ที่เคยมีเหตุผลที่สุด ก็ยังกลับกลายเป็นคนที่ไร้เหตุผลไปได้...

 

คิดถึงตรงนี้ แกนดาล์ฟก็ปรายตามองไปยังลอร์ดเอลฟ์อีกผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน ตามปกติแล้วเอลรอนด์มักไม่สอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจของผู้เป็นสหาย เพียงแต่หากว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดจนเห็นได้ชัด เอลฟ์ลอร์ดแห่งริเวนเดลล์ก็ย่อมไม่ลังเลเลยที่จะสอดมือเข้าไป ดังเช่นเรื่องการตัดสินใจประหารชีวิตสภาที่ปรึกษาทั้งหมดนั่น ก็ได้เอลรอนด์ที่สอดมือเข้าไปหยุดยั้งไว้เป็นผลสำเร็จ ทว่าในทางกลับกัน..หากว่าเอลรอนด์เห็นว่านั่นไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิด เอลฟ์ลอร์ดผู้นี้ก็จะไม่มีทางขัดขวาง และการที่เลโกลัสถูกคุมขังอยู่ในห้องในเวลานี้ โดยที่เอลรอนด์ไม่แม้แต่เอ่ยคำใดๆ ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่าเอลฟ์ลอร์ดแห่งริเวนเดลล์เห็นด้วยกับการตัดสินใจของกษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ด

 

เจ้าพวกโง่พวกนี้นี่นะ.... 

 

พ่อมดเทากลอกตาไปมาอย่างอ่อนใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเอลฟ์หัวดื้อทั้งสองคนนั่นกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่สำคัญเลยว่าธรันดูอิลและเอลรอนด์จะมีศักดิ์ฐานะยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ยิ่งมีศักดิ์ฐานะสูงส่งเพียงใด ยิ่งใช้ชีวิตอยู่มานานมากเพียงใด เมื่อเป็นเรื่องของผู้เป็นที่รักของตนแล้ว ก็มักจะกลายเป็นคนขาดเหตุผลมากขึ้นเท่านั้น

 

ไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะก็รู้ว่าสาเหตุที่ธรันดูอิลให้โนแลนคอยติดตามปกป้องเลโกลัสนั้น มันก็เป็นเพราะความเป็นห่วง ถึงจะรู้ก็เถอะว่าบุตรชายของตนเก่งกาจแค่ไหน แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกเป็นห่วงเลยสักนิด เพียงแต่..สำหรับเจ้าชายเอลฟ์แล้ว การที่ผู้เป็นบิดาคอยให้คนส่งข่าวเรื่องของตนนั้น มันก็คงให้ความรู้สึกเหมือนกับไม่ได้รับความไว้วางใจจากอีกฝ่าย

 

และยังมีเรื่องของเอไลจาห์ผู้นั้น..ตั้งแต่แรกแกนดาล์ฟก็ไม่เห็นด้วยกับการที่ธรันดูอิลจงใจปิดบังเรื่องของเอไลจาห์ไม่ให้บุตรชายรับรู้ จริงอยู่ว่าการไม่ต้องรู้เรื่องของเอลฟ์ชั่วช้าผู้นั้นคงเป็นเรื่องดีกว่า แต่ให้อย่างไรเลโกลัสก็เป็นเจ้าชาย ให้อย่างไรเด็กหนุ่มผู้นั้นก็แสดงออกมาชัดเจนแล้วว่าปรารถนาที่จะรู้ ทว่า..กลับถูกปกปิดจากผู้เป็นบิดา ด้วยถ้อยคำสามัญที่คงทำให้เจ้าชายเอลฟ์เจ็บปวดนัก

 

‘นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า’

 

แค่คิดถึงถ้อยคำที่ธรันดูอิลเอ่ยกับบุตรชาย มันก็ทำให้แกนดาล์ฟแทบจะแค่นเสียงออกมา แน่นอนว่าธรันดูอิลอาจมองเช่นนั้นจริงๆ อาจมองว่าการไม่บอกคือการปกป้องบุตรชายที่ดีที่สุด เพราะห่วงใย เพราะปรารถนาให้ได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องมีเรื่องร้ายมารบกวนจิตใจ หารู้ไม่ว่าบางทีการไม่บอกนั่นล่ะก็คือการทำให้คนที่ตนรักกลับเจ็บปวดที่สุด

 

และทั้งที่เรื่องนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าเอลฟ์ลอร์ดแห่งริเวนเดลล์ก็ยังคงไม่ได้รับบทเรียน ในเวลานั้นที่เอลรอนด์เลือกจะปิดบังไม่ให้เอสเทลรู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของตน ทั้งหมดนั่นก็เป็นเพราะรักมาก เพราะปรารถนาจะให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุขที่สุดที่จะทำได้ ทว่าเมื่อความจริงถูกเปิดเผยออกมาในที่สุด ชีวิตที่กลับกลายเป็นเหมือนภาพลวงตา ก็ทำให้อารากอร์นเลือกจะผละหนีไปด้วยความโกรธ

 

มันต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่เอสเทลจะยอมอภัยให้บิดาบุญธรรมอีกครั้ง นานมากกว่าที่ความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกจะกลับคืนมาอีกครา แน่นอนว่าแกนดาล์ฟย่อมไม่เห็นด้วยกับการที่เอลรอนด์ปิดบังเรื่องชาติกำเนิดของเอสเทลแต่แรก แต่ให้ยังไงนั่นก็คงเป็นความคิดในฐานะบิดาที่ปรารถนาจะให้บุตรชายมีความสุข ทว่าในกรณีของเลโกลัสนั้น กษัตริย์เอลฟ์ธรันดูอิลไม่ใช่แค่เพียงบิดา แต่ยังเป็นคนรัก...และคนรักกันนั้นก็ไม่ควรปิดบังความจริงแก่กัน

 

“ไม่ใช่ว่าข้าจะไม่เข้าใจความรู้สึกของท่าน”

 

แกนดาล์ฟถอนหายใจยาว ไม่มีความรักใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักที่บิดามารดามีต่อบุตร และไม่มีความรักใดที่จะผูกพันลึกซึ้งยิ่งไปกว่าที่คู่พันธะชีวิตมีต่อกัน สำหรับกษัตริย์เอลฟ์ธรันดูอิลแล้ว เลโกลัสเป็นทั้งบุตรชายคนเดียว เป็นทั้งคนรักเพียงหนึ่งเดียว ความรักที่มอบให้มันช่างมากมายจนยิ่งกลัวที่จะสูญเสีย ไม่อาจจะสูญเสียได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจสูญเสียเลโกลัสไปได้ ทว่า..

 

“ความรักของท่าน ความช่างปกป้องของท่านท้ายสุดแล้วก็รังแต่จะไล่ต้อนเลโกลัสให้จนมุม ท่านอาจมองว่าสิ่งที่ท่านทำลงไปมันเป็นเพราะความรัก เป็นเพราะความปรารถนาที่จะปกป้องบุตรชายที่ท่านรัก แต่ท่านก็ได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วนี่ ว่าบุตรชายของท่านรู้สึกเช่นไรกับสิ่งที่ท่านกระทำ” แกนดาล์ฟสูดควันเข้าปอดลึกเมื่อมองเสี้ยวหน้าเครียดขรึมของกษัตริย์เอลฟ์ผู้เย็นชา “ลองตรองดูให้ดีเถอะธรันดูอิล ว่าบุตรชายของท่านต้องการอะไรจากท่านกันแน่ ไม่เช่นนั้นความรักของท่านเองนั่นแหละที่จะเป็นเหตุให้ท่านต้องสูญเสียเลโกลัสไปในที่สุด!”

 

...สูญเสีย..เลโกลัส...?

 

คำสั้นๆสองคำที่กลับดังกังวานนักภายในใจของกษัตริย์เอลฟ์แห่งเมิร์ควู้ด...แม้หลังจากที่พ่อมดเทาและเอลรอนด์แยกย้ายกันกลับห้องตัวเองไปแล้ว แต่ถ้อยคำของแกนดาล์ฟก็ยังคงทำให้ธรันดูอิลไม่อาจสงบใจลงได้ ทั้งที่เชื่อว่าตนได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ทำทุกอย่างก็เพื่อปกป้องเด็กน้อยที่เขารักเอาไว้ แต่สีหน้าและแววตาของเลโกลัสที่ตนได้เห็นก่อนที่ประตูจะปิดลงกลับทำให้รู้สึกเหมือนตนได้ทำในสิ่งที่ผิดพลาดลงไป

 

ทั้งที่ข้าก็แค่อยากจะปกป้องเจ้าเท่านั้น...มันมีอะไรที่ผิดอย่างนั้นหรือ??

 

ท่ามกลางความมืดของราตรีกาล แสงจากโคมไฟสาดส่องลงมาบนร่างสูงผู้เดินอยู่บนระเบียงกว้าง ชายผ้าคลุมสีเงินยาวระพื้นเป็นประกายระยิบระยับราวกับแสงดาว มันเป็นภาพที่งดงามที่ปกติแล้วคงจะทำให้เหล่าเอลฟ์ในเมิร์ควู้ดต่างก็เหม่อมองด้วยความตะลึงหลง หากสำหรับเวลานี้พวกเขากลับทำได้แค่เพียงก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับกษัตริย์ผู้กำลังกริ้วโกรธ

 

..เลโกลัส..

 

ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรงขณะก้าวเดินไปตามเส้นทางที่เคยคุ้น แม้ว่าใจหนึ่งจะยังคงเต็มไปด้วยความโกรธ หากอีกใจกลับไม่อาจสงบลงได้ ทั้งที่คิดว่าจะคุมขังบุตรชายไว้จนกว่าอีกฝ่ายจะสงบสติลงได้มากพอ แต่สุดท้ายก็กลับเป็นตัวเขาเองที่สงบใจไม่ลง จำต้องยอมวางมือจากเอกสารราชการ แล้วมาหาเด็กน้อยผู้นั้นที่ใจเขาเฝ้าแต่ถวิลหา

 

“มายลอร์ด”

 

ทหารในหน่วยองครักษ์ที่ยืนเฝ้ายามหน้าห้องบรรทมของเจ้าชายค้อมศีรษะลงต่ำทันทีที่เห็นผู้มาเยือน เอลฟ์หนุ่มทั้งสองหลีกออกจากหน้าประตู เปิดทางให้ร่างสูงของผู้เป็นนายก้าวเข้ามาหยุดแทนที่ ดวงตาคู่สีฟ้าเทาเหม่อมองบานประตูที่ขวางกั้นระหว่างตนกับบุตรชายไว้ชั่วขณะ ก่อนที่มือเรียวงามจะขยับเคาะประตู..

 

ท่ามกลางความเงียบรอบด้านเสียงเคาะประตูดังแว่วกังวาน ทว่ากลับไม่มีเสียงใดดังตอบกลับมาจากในห้อง ธรันดูอิลถอนหายใจเบาๆ รู้ว่าบุตรชายของตนคงโกรธเกินกว่าที่จะตอบรับ

 

“เลโกลัส” เสียงนุ่มทุ้มอ่อนโยนกระซิบเบาๆผ่านเข้าไปสู่ห้องด้านใน “ตอบข้าสิ หนูน้อยของข้า”

 

คำที่ทำให้เหล่าองครักษ์ถึงกับยิ้มด้วยความเก้อเขิน มันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินกษัตริย์ของพวกตนเอ่ยเรียกหาใครสักคนด้วยน้ำเสียงแว่วหวานเช่นนั้น น้ำเสียงที่ทำให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้มและคงทำทุกอย่างให้ตามที่ต้องการด้วยความยินดี

 

ทว่า...ยังคงไร้เสียงใดตอบกลับมาจากในห้อง เรียวคิ้วงามขมวดมุ่น มือขยับเคาะประตูไปอีกสองทีแต่ก็ยังคงไม่มีการตอบรับใดๆ มันเงียบเกินไป..เงียบจนน่าหวั่นกลัว...

 

หรือว่า..!?